News Logo
หน้าแรก
‘อ.เชน’ หนุนม.ศิลปากร สู้เพื่อความโปร่งใส 2 โครงการ สสว. 994 ล้าน

‘อ.เชน’ หนุนม.ศิลปากร สู้เพื่อความโปร่งใส 2 โครงการ สสว. 994 ล้าน

1 ส.ค. 2569 14:53
ผู้ชม 114 คน

‘อาจารย์เชน’ ให้ม.ศิลปากรรายงาน ปม สสว.คัดเลือก 2 โครงการ 994 ล้าน ไม่โปร่งใส ยันพร้อมหนุนเต็มที่เพื่อความเป็นธรรม ลั่นปกป้องจนท.ถูกข่มขู่ เผยผู้เชี่ยวชาญ ม.ศิลปากรก็ถูกข่มขู่อีกราย สสว.ยัน ‘ยศชนัน’ ไม่เกี่ยวหนุน ม.มหิดลคว้า 2 โครงการ

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตการคัดเลือกผู้ร่วมโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce วงเงิน 495 ล้านบาท และโครงการ Marketplace & Open Commerce Network วงเงิน 499 ล้านบาท ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับคัดเลือกทั้ง 2 โครงการ รวมวงเงิน 994 ล้านบาท ว่าเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกโครงการมีความไม่เป็นโปร่งใส และไม่เป็นธรรมกับผู้เสนอโครงการรายอื่นๆ โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ยื่นอุทธรณ์ทั้ง 2 โครงการ และมีอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากรถูกข่มขู่ให้ถอนอุทธรณ์

นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตกันว่าที่มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการคัดเลือกจาก สสว.ทั้ง 2 โครงการนั้น อาจมาจากนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรืออาจารย์เชน รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเคยเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล อีกทั้งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน สสว. และรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน สสว.นั้น

แหล่งข่าวจาก สสว. เปิดเผยว่า การคัดเลือกโครงการดังกล่าวยึดตามหลักเกณฑ์ และนายยศชนัน ไม่ได้มาเกี่ยวข้องด้วย ส่วนการคัดเลือกผู้ร่วมโครงการที่ไม่ใช้วีธี อี-บิดดิ้ง ของกรมบัญชีกลาง เพราะไม่ใช่การประมูลแต่เป็นการคัดเลือกผู้ร่วมโครงการกับสสว. จึงใช้เกณฑ์ภายในของสสว. ส่วนที่มีการระบุว่า กองทุน สสว.มีเงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นข้อมูลที่คาดเคลื่อน กองทุน สสว.เคยได้รับงบประมาณ 5 พันล้านบาทสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเงินผ่านให้กับหน่วยงานอื่นๆ เช่น เป็นเงินค้ำประกันเอสเอ็มอีผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ที่ผ่านมา สสว.ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพียงปีละกว่า 500 ล้านบาทเท่านั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมานายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรืออาจารย์เชน รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ทำหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อขอข้อมูลรายละเอียดการยื่นข้อเสนอโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ หนังสือระบุว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลในสื่อออนไลน์เกี่ยวกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการคัดเลือกผู้ร่วมดำเนินโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ปีงบประมาณ 2569 และโครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-commerce ของไทย เพื่อ SME ไทย ปีงบประมาณ 2569 ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่ากระบวนการพิจารณาคัดเลือกโครงการดังกล่าวมีความไม่โปร่งใส และไม่เป็นธรรมต่อผู้เสนอโครงการรายอื่น และมหาวิทยาลัยศิลปากรได้มีหนังสือยื่นอุทธรณ์ผลการคัดเลือกไปแล้ว สสว. นั้น

“กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแล้วเห็นควรให้มหาวิทยาลัยศิลปากรรายงานข้อเท็จจริงถึงความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับกระบวนการยื่นข้อเสนอโครงการทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทราบ และหากมหาวิทยาลัยเห็นว่าการยื่นข้อเสนอโครงการทั้ง 2 โครงการ ไม่ได้รับความเป็นธรรม มหาวิทยาลัยอาจดำเนินการยื่นอุทธรณ์ตามระเบียบ วิธีการที่เหมาะสม โดยทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้การดำเนินโครงการมีความโปร่งใสและเป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ สำหรับกรณีตามที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ว่า บุคลากรของท่านได้รับการข่มขู่ ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอให้รายงานข้อเท็จจริงมายังกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เพื่อการสนับสนุนต่อไป”หนังสือระบุ

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากรจะถูกข่มขู่และแจ้งความที่สน.ประชาชื่น แล้ว ยังมีนายตฤณ วุ่นกลิ่นหอม ผู้เชี่ยวชาญ (ด้านการพัฒนาโครงการเทคโนโลยี นวัตกรรมและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ถูกข่มขู่เช่นกัน โดยนายตฤณ ได้ไปแจ้งความที่สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 11.47 น. ขณะที่ผู้แจ้งอยู่ที่สถานที่เกิดเหตุ นาย ว (นามสมมุติ) อ้างตนเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผู้บริหารของ สสว. คนหนึ่ง ได้โทรข่มขู่ผู้แจ้ง มีใจความว่า "ขอเถอะน้องตั้ม ไปถอนอุทธรณ์เถอะ แกจะไปอุทธรณ์ทำไม เดี๋ยวต่อไปจะได้ทำงานกับ สสว. ยาก ไหนบอกอยากได้เงินไปเลี้ยงลูกกำพร้าแบบนี้เงินก็ไม่ได้ (มีการพาดพิงถึงอดีตภรรยาของผู้เสียหายแต่จับใจความไม่ได้) และด้วยประโยคว่า" ลูกแกฉันก็รู้ว่าเรียนอยู่ที่ไหน ฉันเคยเจอ กำลังน่ารักเลย แล้วคิดดูถ้าทำแบบนี้ แล้วลูกเป็นอะไรขึ้นมา แกจะเสียใจมั้ยเชื่อฉัน ถอนอุทธรณ์ไปเถอะ"

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้ผู้แจ้งได้รับความเสียหาย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับนาย ว. จนกว่าคดีจะถึงที่สุด โดยมี ว่าที่ ร.ต.ต. ประสิทธิ์ กอบัว รอง สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สสว
ยศชนัน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนข้าราชการไทย (17) ย้ายหน่วยงานได้ แต่ความผิดในอดีตยังติดตามมา
บทเรียนข้าราชการไทย (17) ย้ายหน่วยงานได้ แต่ความผิดในอดีตยังติดตามมา