ศาลปกครองกลาง ยกคำร้อง หมอสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขอให้ศาลไต่สวนด่วน กรณีถูกคณะกรรมการสรรหา วิฉิจฉัยพ้นตำแหน่งประธาน กสทช. เห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน แต่จะมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีต่อไป
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งในคดีที่นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้ฟ้องคดี กับ คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองและขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวโดยเร่งด่วนของผู้ฟ้องคดี ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 โดยขอให้ศาลออกนั่งพิจารณาคดีและไต่สวนคำขอดังกล่าวโดยเร่งด่วนแล้ว
เห็นว่าคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาในกรณีนี้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งโดยเร่งด่วน จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ซึ่งศาลจะพิจารณามีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีต่อไป และอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีคัดสำเนารายงานกระบวนพิจารณานี้โดยให้ชำระค่าธรรมเนียมตามระเบียบ
รายงานข่าวแจ้งว่า การพิจารณาคดีของศาลปกครองกลาง เกิดขึ้นภายหลังจาก เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นพ.สรณ ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางเพื่อสู้คดีที่ถูกคณะกรรมการสรรหากสทช.มีมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ว่ามีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8(2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. โดยนายแพทย์สรณ ระบุว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวกระทบต่อสถานะประธาน กสทช. ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว และเห็นว่าคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการวินิจฉัยคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง อีกทั้งกระบวนการพิจารณาขัดต่อรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และหลักนิติธรรม เนื่องจากขาดความเป็นกลาง ไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริง รับฟังพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน และมีการประชุมที่อ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คำฟ้องยังระบุว่า คณะกรรมการสรรหาฯ มีหน้าที่เพียงคัดเลือกและเสนอรายชื่อให้วุฒิสภาพิจารณา ไม่ใช่ผู้มีอำนาจวินิจฉัยให้ผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากตำแหน่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาที่ออกคำวินิจฉัยในปี 2569 แตกต่างจากชุดที่เคยคัดเลือกผู้ฟ้องคดีในปี 2564 จึงมีข้อสงสัยเรื่องอำนาจและความชอบด้วยกฎหมายของการวินิจฉัย นพ.สรณ จึงขอให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวโดยให้มีผลย้อนหลังเสมือนไม่เคยมีคำวินิจฉัยตั้งแต่ต้น




