News Logo
หน้าแรก
'หมอสรณ'ย้ำ กก.กสทช.ไม่มีสิทธิลงมติ ปธ.หยุดทำหน้าที่ หลังประชุมล่มรอบ3

'หมอสรณ'ย้ำ กก.กสทช.ไม่มีสิทธิลงมติ ปธ.หยุดทำหน้าที่ หลังประชุมล่มรอบ3

6 ส.ค. 2569 11:35
ผู้ชม 32 คน

ประชุม กสทช. ล่มรอบสาม "หมอสรณ" ยืนยันสถานะทำงานได้ ชี้ไม่มีกฎหมายบอกให้กรรมการ กสทช.ที่เหลือมีมติสั่งให้ประธานหยุดปฏิบัติหน้าที่ ปัดให้กรรมการที่เหลือหารือนอกรอบ ก่อนประชุม เพราะเท่ากับเป็นการ "ฮั้วกัน" ขณะ 3 กก.แจงเหตุเดินออกจากห้อง ระบุร่วมประชุมเสี่ยงผิดกฎหมาย ยอมรับกังวล วาระสำคัญค้าง 34 เรื่อง

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 มีความพยายามจัดประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งที่ 23/2569 ณ อาคารสำนักงาน กสทช. แต่การประชุมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หรือที่เรียกว่าประชุมล่ม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยในช่วงแรกมีกรรมการเดินทางมารอเข้าร่วมประกอบด้วย พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, นางสาวพิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภัชลาศัย ส่วน พล.ต.อ. ณัฐธร เพราะสุนทร เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ ทว่าทันทีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เดินเข้ามาในห้องประชุม พล.อ.ท. ธนพันธุ์, นางสาวพิรงรอง และนายศุภัช ได้พร้อมใจกันลุกออกจากที่ประชุมทันที ส่งผลให้ไม่สามารถเปิดการประชุมได้เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ จากนั้นกรรมการทั้ง 3 คนได้เดินลงมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่บริเวณด้านล่างอาคาร เพื่อชี้แจงเหตุผลในการไม่ร่วมประชุม

โดยเหตุประชุมล่มในวันนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สาม หลังจากความพยายามจัดการประชุมในวันที่ 27 กรกฎาคม และ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็ต้องประสบภาวะเดียวกัน ซึ่งสาเหตุของเรื่องนี้มาจาก สถานะทางกฎหมายของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ถูกคณะกรรมการสรรหา กสทช. วินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ โดยระบุว่าขณะรับตำแหน่งประธาน กสทช. ได้ดำรงตำแหน่งเป็นแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งถือเป็นตำแหน่งซับซ้อน แต่จนถีงวันนี้ นพ.สรณยังคงยืนยันปฏิบัติหน้าที่ โดยที่ผ่านมามีการขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์นี้

นพ.สรณ แถลงยืนยันปฏิบัติหน้าที่ ชี้ยังไม่มีคำสั่งให้หยุด ห่วงวาระสำคัญของชาติค้าง

นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้แถลงข่าวถึงการไม่เปิดประชุมในวันนี้ โดยระบุว่าตนเองได้มาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เนื่องจากยังไม่มีเหตุใดที่ทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และยังไม่มีใครสั่งให้ตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้แม้กรรมการอีกสามคนจะเข้าประชุมในห้องแล้ว รวมถึงอีกคนหนึ่งที่เข้าร่วมออนไลน์ แต่ก็เดินออกไป ทำให้ไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งโดยหลักการแล้ว ส่วนตัวคิดว่าการประชุมควรจะดำเนินต่อไปได้ เพราะมีวาระเร่งด่วนถึง 34 วาระที่รอการพิจารณา ซึ่งเป็นเรื่องเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน

นพ.สรณ ย้ำว่าทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด โดยมีพระราชบัญญัติ ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศที่ กสทช. กำหนด ซึ่งคณะกรรมการจะต้องทำตาม ตนเองได้ขอความร่วมมือให้มีการประชุมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ประธาน กสทช. ยืนยันว่าเสียงของตนเป็นเพียงหนึ่งเสียง ไม่ใช่เสียงตัดสินในการลงมติใดๆ ในการพิจารณาวาระต่างๆ ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญในฐานะกรรมการ

นพ.สรณ ปฏิเสธแนวคิดการหารือกันนอกรอบก่อนการประชุม โดยให้เหตุผลว่าการทำเช่นนั้นเท่ากับการ "ฮั้วกัน" ซึ่งไม่ถูกต้อง และไม่มีกฎหมายฉบับใดให้อำนาจกรรมการลงมติให้ประธานหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ ประธาน กสทช. ระบุว่าตนเองเป็นเพียงเสียงเดียวในบรรดาเจ็ดเสียงของกรรมการ

ประธาน กสทช.กล่าวอีกว่าตนเองจะขอความเป็นธรรม เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และได้ทำตามมาตรฐานและกฎหมายทุกประการ โดยได้ส่งหลักฐานการลาออกจากตำแหน่งไปที่ประธานวุฒิสภาแล้ว

นพ.สรณชี้แจงว่าคำวินิจฉัยเรื่องการสละสิทธิ์ควรจะเกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ไม่ใช่เกิดขึ้นระหว่างที่รอโปรดเกล้าฯ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเรียกร้องความเป็นธรรม เชื่อมั่นว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด และเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ที่ผ่านมา ตนได้ปฏิบัติหน้าที่มาตลอด 4 ปี 4 เดือน ด้วยความตั้งใจและเผชิญมรสุมมาโดยตลอด หากตนเองไม่ทำหน้าที่ ก็จะถูกมองเป็นเพียง "ตุ๊กตายาง" ที่ไร้อำนาจ

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่จะถอยเพื่อให้งานเดินหน้าต่อไปได้ นพ.สรณ ได้กล่าวถึงคำว่า "สปิริต" โดยระบุว่าตนเองทำตามสปิริตในวิชาชีพและทำถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่แต่ละคนควรจะคิด ยืนยันว่าตั้งใจมาปฏิบัติหน้าที่ และขอความร่วมมือให้กรรมการมาร่วมประชุมกัน ย้ำว่าจะไม่มีการจัดประชุมนอกรอบ แต่ให้เป็นไปตามกรอบการประชุม กสทช. เพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน

นพ.สรณยังได้ตอบคำถามถึงความเป็นไปได้ที่หากมีการประชุมแล้วตนเองจะงดออกเสียงเพื่อให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้ โดยยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ แต่ยังคงยืนยันว่าการที่ตนเองเป็นเพียงเสียงหนึ่งในบอร์ดจะไม่ทำให้มติใดๆ ที่ออกมาเป็นโมฆะ

นพ.สรณยังกล่าวถึงแนวคิดที่จะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีนั้น ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ และก่อนหน้านี้ได้มีการขอความเป็นธรรมไปแล้ว โดยยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และทำตามมาตรฐานทางกฎหมาย หลักฐานการลาออกจากการเป็นแพทย์ก็ได้ส่งไปที่วุฒิสภาแล้ว

นพ.สรณย้ำว่าการกระทำของตนไม่ใช่การตั้งเงื่อนไข แต่เป็นการเรียกร้องขอความเป็นธรรม และได้ทำเรื่องไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้ที่เข้ามาปลดล็อกสถานการณ์สุญญากาศของ กสทช. น่าจะมีบุคคลอื่นที่สามารถทำหน้าที่ได้ หากตนเองไม่ทำหน้าที่ ก็จะถูกมองเป็นเพียง "ตุ๊กตายาง" นพ.สรณย้ำว่าสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่เป็นการขอความเป็นธรรม

สำหรับการประชุมบอร์ด กสทช. นัดหน้า นพ.สรณระบุว่า จะจัดขึ้นในวันที่ 11 และ 13 สิงหาคม 2569 (เนื่องจากวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันหยุดราชการ)

3 กรรมการแจงเหตุผลไม่ร่วมประชุม หวั่นปัญหาข้อกฎหมาย

สำนักข่าว Next News รายงานเพิ่มเติมว่าก่อนหน้าการแถลงของ นพ.สรณ ไม่นาน พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, นางสาวพิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภัชลาศัย ได้ร่วมกันแถลงชี้แจงเหตุผลต่อสื่อมวลชน โดยนางสาวพิรงรอง รามสูต ได้กล่าวยืนยันถึงจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลงของกรรมการทั้งสามคนว่า ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับบุคคลที่สละสิทธิ์และได้รับการวินิจฉัยจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเป็นที่สุดตามกฎหมายแล้วว่าขาดคุณสมบัติ เพราะหากมีการร่วมประชุมและมีการลงมติใดๆ มตินั้นย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย และอาจมีความเสี่ยงอย่างร้ายแรงทั้งทางอาญาและทางปกครอง กรรมการทั้งสามคนระบุว่าการกระทำของตนไม่ใช่การ "วอล์กเอาต์" แต่เป็นการไม่สามารถอยู่ในห้องประชุมและปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับว่าการตัดสินใจของคณะกรรมการที่อาจมีปัญหาเกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งจะนำมาซึ่งความเสียหายที่ร้ายแรงกว่า กรรมการจึงจำเป็นต้องรอความชัดเจนทางกฎหมาย

นายศุภัช ศุภัชลาศัย ได้ขยายความเพิ่มเติมว่าความชัดเจนสามารถมาได้จากการประกาศของนายกรัฐมนตรีว่าจะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ หรือไม่ หรือเมื่อใดก็ตามที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายมาตรา 5 ให้ความชัดเจนและมอบหมายให้กรรมการทำงาน กรรมการก็พร้อมที่จะทำงานโดยไม่มีข้อขัดข้องแต่อย่างใด

นายศุภัชยังกล่าวว่า หากกรรมการ 3 คนไม่เข้าร่วมประชุม แต่กรรมการคนอื่นเข้าร่วม การประชุมก็สามารถดำเนินต่อไปได้หากมีองค์ประชุมครบ 4 คน เพราะกรรมการที่เหลืออาจมีความเห็นต่างกันหรือมีภารกิจอื่น นายศุภัชเน้นว่าการดำเนินการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีต้องทำโดยกรรมการทั้งหมด ไม่ใช่เพียง 3 คน และยืนยันว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะให้ประธานหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้โดยการลงมติ

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ได้เสริมว่าตนเองก็มีจุดยืนเช่นเดียวกันและได้ทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. เพื่อให้จัดการประชุมให้สอดคล้องกับข้อกำหนด หรืออย่างน้อยที่สุดคือการจัดให้มีการหารือกันในประเด็นนี้ก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นจุดยืนของ พล.อ.ท. ธนพันธุ์ มาตั้งแต่ต้น แต่นพ.สรณไม่ยอมให้มีการหารือในเรื่องนี้เลย นพ.สรณยืนยันจุดยืนเดิมโดยตลอด

3 กรรมการ กสทช.ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

3 กรรมการ กสทช.ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ ย้ำว่าหากกรรมการ 7 คนมาร่วมหารือในกรณีนี้แล้วได้ข้อยุติที่เป็นเอกฉันท์ ตนเองก็พร้อมที่จะน้อมรับและปฏิบัติตามมติ กสทช. โดยให้เหตุผลว่าองค์กร กสทช. ควรมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่และทุกอย่างควรแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อให้มติของ กสทช. ถือเป็นที่สุด ซึ่งเป็นจุดยืนที่เริ่มต้นมาตั้งแต่แรก พยายามที่จะให้นพ.สรณมาชี้แจงที่หากทุกคนเห็นพ้องว่ายังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ ตนเองก็พร้อมรับ แต่นพ.สรณไม่ยอมให้มีการถกเถียงเรื่องนี้เลย

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ กล่าวว่าเสียดายมากที่นพ.สรณไม่ยอมให้มีการหารือนี้ตั้งแต่ต้นทั้งเรียกร้องในที่ประชุมและทำหนังสือเป็นทางการ พล.อ.ท. ธนพันธุ์ จึงเห็นว่าคงมาในรูปแบบเดิม จึงต้องยืนยันเจตนารมณ์เช่นเดิมว่า หากสถานะของนพ.สรณยังไม่ได้ข้อยุติ ก็คงไม่สามารถปฏิบัติงานหรือทำงานร่วมกับนพ.สรณได้ พล.อ.ท. ธนพันธุ์ ยังยืนยันว่ากรรมการพร้อมที่จะทำงานไม่ว่าจะเป็น 6 คน ซึ่งพร้อมอยู่แล้ว เพราะไม่มีประเด็นข้อกฎหมายใดๆ หรือ 7 คนที่มีมติชัดเจน พล.อ.ท. ธนพันธุ์ ยังกล่าวว่าผู้ปรึกษากฎหมายของตนเองได้เตือนว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับบุคคลที่ไม่มีสถานะในการเป็นกรรมการได้ หากเข้าร่วมก็จะร่วมผิดด้วย และผลมติใดๆ ที่ออกมาจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและประเทศชาติใหญ่หลวงกว่าแน่นอน ดังนั้นหากกรรมการ กสทช. ไม่มีข้อยุติตรงนี้ ก็จะต้องมีข้อยุติจากที่อื่น ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจของตนเอง แต่ พล.อ.ท. ธนพันธุ์ ก็มีจุดยืนในการทำงาน กสทช. ที่ชัดเจนว่าจะต้องทำตามหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด แต่หน้าที่นี้ก็จะต้องเป็นหน้าที่ที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

นางสาวพิรงรอง รามสูต ได้อ้างถึงกรณีคล้ายกันที่เคยเกิดขึ้นกับอดีตกรรมการ กสทช. กรณี น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ในปี พ.ศ. 2560 ที่ได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันทีในวันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยไม่มีปัญหาใดๆ ตามมาตรา 157 และกรรมการที่เหลือก็ยังสามารถทำงานต่อไปได้ พร้อมชี้แจงว่าการกล่าวอ้างว่าการยุติหน้าที่จะผิดมาตรา 157 นั้นไม่เป็นความจริงในกรณีของ น.ส.สุภิญญา นอกจากนี้ยังมีการยกตัวอย่างที่ผ่านมาที่ประธานไม่สามารถเข้าประชุมได้ หรือไม่ประสงค์จะเข้าประชุม ก็มีการเลือกกรรมการคนอื่นขึ้นมาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทนในการประชุมวาระสำคัญอย่างเรื่องการควบรวม AIS-3BB และยังสามารถมอบหมายให้กรรมการคนอื่นลงนามในเอกสารราชการแทนประธานได้ โดยมีมติบอร์ดรองรับและศาลปกครองได้ตัดสินแล้วว่าสามารถทำได้

กรรมการทั้งสามคนยังได้ชี้ให้เห็นถึงความห่วงใยจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาองค์กรผู้บริโภค และสมาคมทีวีดิจิทัล ที่ได้ทำหนังสือเรียกร้องให้ กสทช. เดินหน้าทำงานต่อไป โดยเสนอให้กรรมการที่เหลือ 6 คน ซึ่งมีสถานะทางกฎหมายที่ไม่เป็นที่สงสัยใดๆ เลือกประธานคนหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ประธานการประชุมแทน เพื่อไม่ให้งานต้องหยุดชะงักและกระทบต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภค นางสาวพิรงรองยังได้เน้นย้ำว่าหลังจากการทราบผลการวินิจฉัยจากคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม การคุ้มครองตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 19 ก็สิ้นสุดลง ทำให้กรรมการไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับบุคคลที่ขาดคุณสมบัติได้อีกต่อไป

ภาวะสุญญากาศและวาระสำคัญที่คั่งค้าง

เมื่อถามถึงการประชุมบอร์ด กสทช. ที่ล่มลงเป็นครั้งที่สามนี้ ได้สร้างความกังวลต่อภาวะสุญญากาศในองค์กร กสทช. เนื่องจากมีวาระสำคัญเร่งด่วนที่ค้างการพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมาก โดยในวันนี้มีวาระถึง 34 เรื่อง ซึ่งสะสมมานานถึง 2-3 ปี วาระเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนโดยตรง

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ได้กล่าวถึงเรื่องวาระค้างเหล่านี้ว่า ตนเองได้ทักท้วงและทำหนังสืออย่างเป็นทางการมาโดยตลอดแทบจะทุก 3 เดือน เพื่อขอร้องให้ประธานเร่งรัดพิจารณาวาระสำคัญที่ค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรดแมปทีวีดิจิทัล หรือวาระอื่นๆ ที่สำคัญและเร่งด่วน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ ซึ่งในทางปฏิบัติ ประธาน กสทช. มีอำนาจเด็ดขาดในการสลับวาระและพิจารณาว่าจะพิจารณาวาระใดก่อนหรือหลังตามระเบียบการประชุม กสทช. ทำให้กรรมการคนอื่นทำได้เพียงการทำหนังสือขอให้พิจารณาวาระเร่งด่วนเท่านั้น

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ ย้ำว่าตนเองมีหลักฐานและสถิติบันทึกไว้ว่าวาระที่ค้างนั้นไม่ได้ลดลงเลย แต่กลับถูกข้อครหาว่าเป็น "ผู้ขัดขวางการประชุม" ซึ่งไม่เป็นธรรมเมื่อพิจารณาจากความพยายามในการผลักดันให้มีการพิจารณาวาระสำคัญเหล่านี้

ตัวอย่างวาระสำคัญที่ยังไม่ได้รับการพิจารณา ได้แก่ แผนแม่บทโรดแมปทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่กระทบต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลในประเทศ การกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรทัศน์ รวมถึงเรื่องของการเชื่อมต่อและกำหนดให้สมาร์ททีวีทุกช่องปรากฏไอคอนของทีวีดิจิทัลในหน้าแรก สิ่งเหล่านี้เป็นวาระสำคัญที่ภาคเอกชน โดยเฉพาะสมาคมลงทุนดิจิทัล และผู้ประกอบการธุรกิจโทรทัศน์ทีวีดิจิทัลกำลังรอความชัดเจนอยู่ นอกจากนี้ยังมีวาระเกี่ยวกับเรื่องดาวเทียม และเลขหมายโทรศัพท์ 4 เลขหมายที่อาจนำไปสู่การฟ้องร้องจากภาคเอกชนได้ หากไม่ได้รับการพิจารณาอย่างทันท่วงที

นางสาวพิรงรอง รามสูต ยังได้กล่าวถึงข้อกังวลจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาองค์กรผู้บริโภค และสมาคมทีวีดิจิทัล ที่ได้ทำหนังสือเรียกร้องให้ กสทช. เดินหน้าทำงานต่อไป โดยเสนอให้กรรมการที่เหลือ 6 คน ซึ่งมีสถานะทางกฎหมายที่ไม่เป็นที่สงสัยใดๆ เลือกประธานคนหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ประธานการประชุมแทน เพื่อไม่ให้งานต้องหยุดชะงักและกระทบต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภค

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาคุณสมบัติ 'หมอสรณ'



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อภิสิทธิ์’ยัน ปชป.ลุยตรวจสอบ ‘สสว.’ พิรุธคัด 2 โครงการ 994 ล้าน
‘อภิสิทธิ์’ยัน ปชป.ลุยตรวจสอบ ‘สสว.’ พิรุธคัด 2 โครงการ 994 ล้าน