News Logo
หน้าแรก
‘ธนพันธุ์’ จี้ ‘ไตรรัตน์’ จัดประชุม 'กสทช.' 6 คนโดยด่วน 9 ก.ย.นี้

‘ธนพันธุ์’ จี้ ‘ไตรรัตน์’ จัดประชุม 'กสทช.' 6 คนโดยด่วน 9 ก.ย.นี้

8 ก.ย. 2569 11:17

‘พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ’ จี้ ‘ไตรรัตน์’ จัดประชุม กสทช. 6 คนโดยด่วน 9 ก.ย.นี้ เตือนถ้ายังยื้อ ส่อเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ พร้อมให้ชี้แจงใน 7 วันว่ายังจ่ายเงินเดือนให้ ‘นพ.สรณ’ อยู่หรือไม่หลังคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติว่าพ้นเก้าอี้ กสทช.แล้ว

 สำนักข่าว Next News รายงานว่า พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำหนังสือด่วนที่สุด 2 ฉบับถึงเลขาธิการ กสทช.(นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการฯ และรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.) เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 โดยฉบับแรกขอให้ดำเนินการจัดประชุม กสทช. เฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน โดยด่วนในวันที่ 9 กันยายน 2569 และอีกฉบับขอให้ชี้แจงการจ่ายค่าตอบแทนให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์

 รายงานข่าวแจ้งว่า หนังสือฉบับแรกมีเนื้อหาระบุว่า 1. ตามที่ผมได้มีหนังสือ ที่ สทช 1002/178 ลงวันที่ 3 กันยายน 2569 เรื่อง ขอยืนยันความเห็นในการเข้าร่วมประชุม กสทช. โดยขอให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการจัดการประชุม กสทช. เฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. และสอดคล้องตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ดังกล่าว เพื่อให้องค์กรได้ทำหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายและหลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม ตามที่มาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 บัญญัติไว้ มิใช่ทำหน้าที่เพื่อคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะจนทำให้องค์กรเสียหายและไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่องหรือหยุดชะงักมาจนถึงทุกวันนี้นั้น

 2.ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยอธิบายหลักกฎหมายไว้ว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นคำสั่งทางปกครอง โดยมีผลทันทีนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้รับแจ้ง โดยผู้ฟ้องคดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ ตามนัยมาตรา 20 วรรคสาม.... เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่งให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้และให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ แต่ทั้งนี้จะต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่าสี่คน........ ” ซึ่งเป็นไปตามหลักกฎหมายในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามเรื่องเสร็จที่ 548/2544 เรื่องเสร็จที่ 725/2562

 นอกจากนั้น ยังสอดคล้องกับที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) ได้อธิบายหลักการสำคัญเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครองไว้ในเฟสบุ๊คส่วนตัว (ปกรณ์ นิลประพันธ์ – Pakorn Nilprapunt) ว่าคำสั่งทางปกครองมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อผู้รับได้รับแจ้ง การอุทธรณ์หรือฟ้องศาลไม่ได้ทำให้คำสั่งหมดผลบังคับใช้ คำสั่งดังกล่าวยังคงมีผลสมบูรณ์อยู่ตามหลัก "ความมั่นคงของคำสั่งทางปกครอง” เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับเป็นอย่างอื่น ดังนั้น การที่ศาลปกครองสั่ง "รับคำฟ้อง" ไว้พิจารณาไม่มีผลเป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองนั้น

 3.เมื่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่มีมติว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ถือเป็นคำสั่งทางปกครองอันเป็นที่สุดย่อมมีผลใช้ยันต่อบุคคลผู้ที่ตกอยู่ภายใต้คำสั่งนั้น และการที่ศาสตราจารย์ คลินิก สรณ ฟ้องคดีดังกล่าว ก็หาเป็นเหตุให้ระงับหรือชะลอการดำเนินการใดเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครองแต่อย่างใด ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาตรา 15 วรรคเจ็ด บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การฟ้องคดีไม่เป็นเหตุให้ระงับหรือชลอการดำเนินใดๆ ดังนั้น ศาสตราจารย์ คลินิก สรณ จึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่อไปได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 20 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่บัญญัติว่าให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่

 4.ปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏว่าสำนักงาน กสทช. ได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักกฎหมายดังกล่าว แต่กลับปรากฏว่าสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการในทางตรงข้าม กล่าวคือ ได้ออก Press Release ฉบับที่ 85/2569 ระบุข้อความที่บิดเบือนจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569 ดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นต่อสาธารณะในการดำรงอยู่ในตำแหน่งของประธาน กสทช โดยมีลักษณะเป็นการนำคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีมาเป็นคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด จนเป็นเหตุให้สำนักงานศาลปกครองต้องออกข่าวศาลปกครอง ครั้งที่ 22/2569 แก้ไขว่า ถ้อยคำที่สำนักงาน กสทช. ระบุใน Press Release ดังกล่าวเป็นการระบุข้อความที่คลาดเคลื่อน และต่อมาสำนักงาน กสทช. ก็ยังได้ออก Press Release ฉบับที่ 87/2569 พยายามใช้ข้ออ้างว่าเมื่อยังมีเรื่องฟ้องคดีอยู่ในศาล จึงไม่สามารถดำเนินการใดๆ ให้กระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของบุคคลได้ โดยมีเจตนายืนยันว่าประธาน กสทช. ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่เช่นเดิม โดยมิได้นำพาต่อหลักกฎหมาย “ความมั่นคงแห่งคำสั่งทางปกครอง” ตามที่กล่าวไว้ในข้อ 2. ซ้ำยังมีการอ้างถึงหนังสือเวียนจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางการเสนอเรื่องที่ต้องนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณา ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 วันที่ 7 ธันวาคม 2564 และ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเสนอเรื่องเพื่อนำความกราบบังคมทูล มิได้เกี่ยวข้องกับความสมบูรณ์ของคำสั่งทางปกครองแต่อย่างใด

 5.สำนักงาน กสทช. มีหน่วยงานภายในที่มีนักกฎหมายจึงย่อมต้องมีความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายไม่ว่าจะเป็นกฎหมายปกครอง กฎหมายมหาชน หรือกฎหมายเอกชน เป็นอย่างดี การที่สำนักงาน กสทช. ยังคงยืนยันว่าประธาน กสทช. ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่เช่นเดิมโดยไม่นำพาต่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. และไม่นำพาต่อหลัก “ความมั่นคงของคำสั่งทางปกครอง” แม้จะมีผู้ทักท้วงแล้วหลายครั้ง โดยสำนักงาน กสทช. ยังยืนยันให้มีการประชุม กสทช. จำนวน 7 คน จึงเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่โดยบิดเบือนหลักกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะอย่างร้ายแรง

 6.เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. สามารถดำเนินต่อไปได้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงขอให้นายไตรรัตน์ วิริยะสิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการ เลขาธิการ กสทช. ในฐานะเลขานุการการประชุม กสทช. และ นางสาวอรดา เทพยายน นิติกร ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และนางสาวรุ่งทิพย์ ลิ้มกอปรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักประธานกรรมการและการประชุม ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการประชุม กสทช. ดำเนินการจัดให้มีการประชุม กสทช. ในวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 นี้ โดยประกอบด้วยกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่จำนวน 6 คน โดยด่วน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจงานตามกฎหมายของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. และเพื่อมิให้ต้องเกิดความเสียหายต่อไป

 ทั้งนี้ หากนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล และบุคคลที่เกี่ยวข้องในการจัดประชุม กสทช. ยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการจัดให้มีการประชุม กสทช. ที่เหลืออยู่จำนวน 6 คน ดังกล่าว ทั้งที่ได้ทราบถึงหลักกฎหมายข้างต้นแล้ว อาจถือได้ว่าจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และขอให้ชี้แจงถึงเหตุผลให้ทราบภายในวันพุธที่ 9 กันยายนนี้ หากไม่ดำเนินการตามที่ขอ

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ถามยังจ่ายเงินเดือนให้นพ.สรณ อยู่หรือไม่

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ถามยังจ่ายเงินเดือนให้นพ.สรณ อยู่หรือไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนหนังสือฉบับที่ 2 ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัย ที่ 1/2569 วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยมีมติเอกฉันท์ว่า นพ.สรณ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้น

 ทั้งนี้ คำสั่งทางปกครองดังกล่าวมีผลผูกพัน นพ.สรณ แล้ว ต่อมาศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยอธิบายหลักกฎหมายไว้ว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นคำสั่งทางปกครอง โดยมีผลทันทีนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้รับแจ้ง โดยผู้ฟ้องคดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ ตามนัยมาตรา 20 วรรคสาม... “เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่งให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้และให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ แต่ทั้งนี้จะต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่าสี่คน...”

 นอกจากนั้น ยังสอดคล้องกับที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) ได้อธิบายหลักการสำคัญเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครองไว้ในเฟซบุ๊คส่วนตัว (ปกรณ์ นิลประพันธ์ – Pakorn Nilprapunt) ว่าคำสั่งทางปกครองมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อผู้รับได้รับแจ้ง การอุทธรณ์หรือฟ้องศาลไม่ได้ทำให้คำสั่งหมดผลบังคับใช้ คำสั่งดังกล่าวยังคงมีผลสมบูรณ์อยู่ตามหลัก "ความมั่นคงของคำสั่งทางปกครอง" เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับเป็นอย่างอื่น ดังนั้น การที่ศาลปกครองสั่ง "รับคำฟ้อง" ไว้พิจารณาไม่มีผลเป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองนั้น จงถือว่า นพ.สรณ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

 “ดังนั้น จึงขอสอบถามว่านับแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา สำนักงาน กสทช. ได้จ่ายเงินค่าตอบแทน อันได้แก่เงินเดือน เงินตอบแทนอื่น ๆ ให้แก่ นพ.สรณ หรือไม่ประการใด โดยขอให้ชี้แจงภายใน 7 วัน นับจากวันนี้เป็นต้นไป เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป”หนังสือระบุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สมชัย'จี้ กกต.รอบคอบคดีฮั้ว สว.หวั่นโดน 157ปมไม่ฟ้อง สส.-รมต.มีเอี่ยว
'สมชัย'จี้ กกต.รอบคอบคดีฮั้ว สว.หวั่นโดน 157ปมไม่ฟ้อง สส.-รมต.มีเอี่ยว