News Logo
หน้าแรก
3 กสทช.จ่อถกร่วม 6 กรรมการ หลังประชุมล่มครั้ง 10 ปมคุณสมบัติ 'หมอสรณ'

3 กสทช.จ่อถกร่วม 6 กรรมการ หลังประชุมล่มครั้ง 10 ปมคุณสมบัติ 'หมอสรณ'

10 ก.ย. 2569 12:05
ผู้ชม 17 คน

3 กสทช.จ่อถก 6 กรรมการ หาทางออกวิกฤตประชุมล่มซ้ำซากครั้งที่ 10 ในรอบ 1 เดือน 'พิรงรอง' ยืนยันพร้อมร่วมประชุมใต้หลักกฎหมาย-'ธนพันธุ์' ย้ำคำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุดมีผลแล้ว ยืนยันคณะกรรมการที่เหลือสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ซึ่งการประชุมฯ ในวันนี้ (10 ก.ย.) ไม่สามารถประชุมได้เป็นครั้งที่ 10 ติดต่อกัน หรือนับตั้งแต่การประชุมฯเมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดย ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งเข้ารร่วมการประชุมเวลา 09.38 น. ได้สั่งเลื่อนการประชุม กสทช. ออกไปเป็นในวันที่ 16 ก.ย.2569 โดยหลังจากล่วงเลยเวลาเริ่มประชุมตามกำหนดการไปแล้วกว่า 30 นาที พบว่า กสทช. ทั้ง 4 ราย ได้แก่ พล.อ.ท. ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และรองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม

ขณะที่มีเพียง นายต่อพงศ์ เสลานนท์ และพล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร ที่สแตนบายเข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ อยู่ในระบบเท่านั้น ส่งผลให้ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ในที่ประชุมต้องประกาศสั่งเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันพุธที่ 16 กันยายนนี้แทน ซึ่งการล่มขององค์ประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งผลให้การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มติดต่อกันรวมแล้วเป็นครั้งที่ 10 ในรอบ 1 เดือน (นับรวมจากครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา)

โดยตอนนี้ กสทช.มีวาระเร่งด่วนที่ค้างคาและจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาหลายเรื่อง ประกอบด้วย เรื่องคดีความต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่และพ้นกำหนดเวลาไปแล้ว ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรเลขหมายโทรคมนาคม ตลอดจนเรื่องการประกอบกิจการต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีวาระสำคัญอย่างการเข้าร่วมประชุมสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดการประชุมใหญ่ของ ITU ต่อไป รวมถึงวาระ ที่สำนักงาน กสทช. แพ้คดีปกครองและต้องพิจารณาชำระเงินค่าเสียหายตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ให้แก่ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) จำนวน 10 ล้านบาทหากที่ประชุมบอร์ด กสทช. ยังคงไม่สามารถเปิดประชุมเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินดังกล่าวได้และเกิดความล่าช้าออกไปอีก ก็จะส่งผลให้เกิดภาระดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นและสร้างความเสียหายต่อรัฐตามไปด้วย

หลังจากเหตุประชุมล่ม ผู้สื่อข่าวได้พยายามสัมภาษณ์ นพ.สรณ ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ นพ.สรณกล่าวแค่สั้นๆว่าไม่ถามคนที่ไม่เข้าประชุมบ้าง ก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปข้างบน

ต่อมา นางพิรงรอง รามสูต, นายศุภัช ศุภชลาศัย และ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว มีรายละเอียดดังนี้ 

นางพิรงรองกล่าวถึงความพร้อมในการเข้าร่วมประชุมว่า “เราออนสแตนด์บายมาทุกครั้ง พร้อมที่จะเข้าประชุมของทุกครั้ง แต่ว่าเราก็รอเข้าการประชุมที่ถูกกฎหมาย”

ขณะที่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ได้ยืนยันเพิ่มเติมว่าตนเองได้ส่งหนังสือยืนยันการเข้าร่วมประชุมไปทุกครั้ง และทางรักษาการเลขาธิการก็รับทราบถึงความพร้อมดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งสวนทางกับข้อมูลที่ถูกเผยแพร่จากห้องประชุม

นางพิรงรองย้ำว่าสาระสำคัญของเงื่อนไขที่ทำให้กรรมการไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมตามปกติได้ คือประเด็นเรื่องสถานภาพทางกฎหมายของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียงและมีความคลุมเครือ เนื่องจากสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช แล้วก็มีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดซึ่งมีคำวินิจฉัยต่อเนื่องมาเกี่ยวกับเรื่องของสถานภาพทางกฎหมายของ นพ.สรณ

นางพิรงรองย้ำว่า หากประธาน กสทช. ยังคงปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สถานะทางกฎหมายที่ไม่ชัดเจน อาจนำมาซึ่ง “ความสุ่มเสี่ยงทุกมติที่จะเกิดขึ้น” กล่าวคือ มติใดๆ ที่ออกมาจากการประชุมดังกล่าว อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยสมบูรณ์ และในท้ายที่สุดแล้ว จะไม่สามารถ “แก้ไขหรือว่าเยียวยาให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้” ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ หรือประชาชนที่ต้องพึ่งพาการกำกับดูแลจากองค์กรนี้

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ได้เน้นย้ำถึงคำวินิจฉัยสำคัญของศาลปกครองสูงสุดที่ออกมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า “กสทช ที่เหลืออยู่ 6 คน สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยต้องมีไม่น้อยกว่า 4 คน” คำวินิจฉัยนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์ เนื่องจากเป็นการยืนยันอำนาจของคณะกรรมการที่เหลืออยู่ให้สามารถดำเนินการประชุมและตัดสินใจในวาระสำคัญต่าง ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอการเข้าร่วมของประธาน กสทช. ที่มีปัญหาเรื่องสถานภาพทางกฎหมาย ซึ่งจะเป็นการประชุมตามมาตรา 20 วรรค 3 อันเป็นลักษณะของการประชุมพิเศษ โดยตนเองได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายหลายคน ซึ่งทุกคนล้วนยืนยันการตีความในแนวทางเดียวกันนี้

นอกจากนี้ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ยังได้อ้างอิงถึงคำแนะนำของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีที่ได้ให้ไว้ โดยกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า “คำสั่งศาลเป็นที่สุดแล้ว แม้ว่า จะยังคงมีการฟ้องร้องกันอยู่ เพราะมิได้เป็นเหตุให้คำสั่ง มีอันเปลี่ยนแปลง ยกเว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น”

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวย้ำว่าคำสั่งศาลปกครองสูงสุดนี้เป็น “คำสั่งทางปกครอง” ซึ่งมีผลบังคับใช้ในทันที และ “ไม่มีใครล้มล้างได้” การยึดมั่นในคำสั่งศาลนี้จึงเป็นแนวทางที่กรรมการทั้งสี่คน (นางพิรงรอง,นายศุภัช,นายสมภพและ พล.อ.ท.ธนพันธุ์) ถือปฏิบัติ เพื่อให้การดำเนินงานของ กสทช. เป็นไปอย่างถูกต้องและชอบธรรมตามกฎหมาย ไม่ใช่การยึดติดกับอำนาจส่วนบุคคลหรือการตีความที่บิดเบือนไปจากหลักการที่ศาลได้วินิจฉัยไว้

ข้อกล่าวหา "บิดเบือนข้อเท็จจริง"

ภายหลังจากเหตุการณ์องค์ประชุมล่มวันนี้ นางพิรงรอง กล่าวแสดงความประหลาดใจและไม่เข้าใจต่อการสื่อสารของสำนักงาน กสทช. ที่ระบุว่ากรรมการ 4 คนไม่ได้ยืนยันที่จะเข้าประชุมว่า “ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมถึงออกให้ข้อมูลในห้องประชุมว่า 4 คน ไม่ได้ยืนยันที่จะห้องประชุม เพราะเรายืนยันที่จะเข้าประชุมทุกครั้ง”

นางพิรงรองกล่าวชี้แจงว่า กรรมการได้ทำหนังสือยืนยันการเข้าประชุมส่งให้สำนักงานฯ ทุกครั้ง โดยมีรักษาการเลขาธิการลงนามรับทราบด้วย อันเป็นหลักฐานยืนยันความพร้อมและเจตนาที่ชัดเจน

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวแสดงความผิดหวังกับเรื่องนี้ ว่ารู้สึกว่า สำนักงาน กสทช.บิดเบือนข้อเท็จจริงอีกแล้ว การบิดเบือนข้อมูลหรือการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเช่นนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนแก่สาธารณชน แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความน่าเชื่อถือและความศรัทธาที่ควรมีต่อสำนักงาน กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแลที่สำคัญของประเทศ ซึ่งต้องการความโปร่งใสและเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่

นัดหารือ 6 กรรมการหาทางออก

กรรมการทั้งสามคนได้ยังแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะใช้อำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อหาทางออกอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถปลดล็อกสถานการณ์และเดินหน้าการพิจารณาวาระสำคัญของประเทศได้

โดยนางพิรงรองกล่าวว่าได้เตรียมหนังสือขอนัดหารือร่วมกันกับกรรมการทั้ง 6 คน โดยหนังสือดังกล่าวจะถูกส่งออกภายในวันนี้ (10 ก.ย.) เพื่อเชิญกรรมการที่เหลืออีก 3 คนมาร่วมหารือ ซึ่งเป็นแนวทางที่เปิดกว้างและมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “ผมคิดว่ามันก็เป็นหน้าที่ของกรรมการ ที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ดังนั้นเราก็มีความประสงค์จะขอหารือนะครับว่า ซึ่งก็คิดว่าก็น่าจะได้รับการตอบรับ เพื่อที่จะให้ใช้องค์กรของเราไปข้างหน้าได้ด้วย”

สรุปเอกสาร 3 กสทช.ยันเข้าร่วมประชุม

สำหรับเอกสารยืนยันการเข้าร่วมประชุมของ 3 กรรมการ กสทช.มีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้

รองศาสตราจารย์ ดร. ศุภัช ศุภชลาศัย ยืนยันความพร้อมและยินดีเข้าร่วมประชุม กสทช. กับกรรมการที่เหลือรวม 5 ท่านตามที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับศาสตราจารย์ (คลินิก) นายแพทย์ สรณ บุญใบ ชัยพฤกษ์ ได้ เนื่องจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วว่า นายแพทย์สรณฯ มีลักษณะต้องห้ามและสละสิทธิ์ และศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งยืนยันว่า นายแพทย์สรณฯ พ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. แล้ว ดังนั้น การที่สำนักงาน กสทช. ยังคงให้นายแพทย์สรณฯ เข้าร่วมประชุมจึงไม่สอดคล้องกับกฎหมาย และระบุว่าจะไม่เข้าร่วมประชุมหากยังให้นายแพทย์สรณฯ เข้าร่วม แต่ยังคงยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่กับกรรมการที่เหลืออยู่

เอกสารยืนยันร่วมประชุม

เอกสารยืนยันร่วมประชุม

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569 เป็นการยืนยันว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เป็นที่สุด และมีผลให้นายแพทย์สรณฯ ต้องพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. โดยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อให้มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว ดังนั้น นายแพทย์สรณฯ จึงไม่สามารถกำหนดนัดประชุม กสทช. ได้ และหากยังฝืนปฏิบัติหน้าที่ การประชุมและมติที่เกิดขึ้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เธอจึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับนายแพทย์สรณฯ ได้ แต่ยืนยันความพร้อมและยินดีที่จะเข้าร่วมการประชุมกับกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่จำนวน 5 ท่าน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก และขอให้สำนักงาน กสทช. จัดประชุมและอำนวยความสะดวกให้กรรมการที่เหลืออยู่ และขอสงวนสิทธิ์ในการไม่เข้าร่วมประชุมหากสำนักงาน กสทช. ยังคงให้นายแพทย์สรณฯ เข้าร่วม

เอกสารยืนยันร่วมประชุม

เอกสารยืนยันร่วมประชุม

พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ได้มีหนังสือแจ้งยืนยันการเข้าร่วมประชุม กสทช. โดยเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 5 ท่าน ตามที่ได้แจ้งขอให้จัดประชุมไปเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 พลอากาศโทธนพันธุ์ฯ ได้อ้างถึงคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งยืนยันว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เป็นคำสั่งทางปกครอง และมีผลให้นายแพทย์สรณฯ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ได้อีกต่อไป

นอกจากนี้ พลอากาศโทธนพันธุ์ฯ ยังวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของสำนักงาน กสทช. ที่ออกข่าวประชาสัมพันธ์ที่บิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด และยังคงพยายามให้นายแพทย์สรณฯ ดำรงตำแหน่งต่อไป ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักความมั่นคงแห่งคำสั่งทางปกครอง และเรียกร้องให้รักษาการเลขาธิการ กสทช. จัดการประชุมของกรรมการที่เหลือ 5 ท่าน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

เอกสารยืนยันร่วมประุชม

เอกสารยืนยันร่วมประุชม

เอกสารยืนยันร่วมประชุม

เอกสารยืนยันร่วมประชุม

เอกสารยืนยันร่วมประชุม

เอกสารยืนยันร่วมประชุม

เอกสารยืนยันร่วมประชุม

เอกสารยืนยันร่วมประชุม

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาคุณสมบัติ 'หมอสรณ'



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องลึก! คดีคุกอดีตปธ.แบงก์อิสลาม อนุมัติสินเชื่อ117 ล. ก่อนหนี้เสีย
เบื้องลึก! คดีคุกอดีตปธ.แบงก์อิสลาม อนุมัติสินเชื่อ117 ล. ก่อนหนี้เสีย