"...เท่าที่ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ที่ผ่านมา อผศ. ไม่เคยปรากฏชื่อเป็นผู้รับจ้างตัดชุดสูทให้สำนักงานประกันสังคมแต่อย่างใด งานที่เคยได้รับ คือ เป็นผู้รับจ้างผลิตปฏิทินประกันสังคม คำถามสำคัญ คือ ทำไม สำนักงานประกันสังคม ถึงมั่นใจในผลงานการตัดสูทของ อผศ. ถึงขนาดใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ด้วย ..."
ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน!
กรณีเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความเหมาะสมและความคุ้มค่าการใช้เงินงบประมาณอันมีที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของผู้ประกันตนทั่วประเทศ ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในการดำเนินการตัดชุดฟอร์ม หรือ ชุดสูท ให้กับเจ้าหน้าที่ประกันสังคม 7,000 ชุด ด้วยงบประมาณ 35 ล้านบาท (เฉลี่ยชุดละ 5,000 บาท)
ข้อมูลเชิงลึกที่สำนักข่าว Next News นำเสนอไปแล้ว คือ โครงการฯ นี้ มีการว่าจ้าง องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) เข้ามาเป็นผู้รับจ้าง โดยใช้วิธีเฉพาะเจาะจง เมื่อปี 2567 หน่วยงานเจ้าของโครงการ คือ สำนักงานเลขานุกการกรม วงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร 35,000,000 บาท กำหนดราคากลาง 35,000,000 บาท (เท่ากับวงเงินงบประมาณ เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2566
ระบุแหล่งที่มาจาก องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) เพียงแห่งเดียว
ขณะที่ หน่วยงานในสังกัด องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ที่เป็นผู้รับผิดชอบงาน คือ สำนักงานกิจการโรงงานในอารักษ์

ภาพประกอบข่าว
ขุด! สปส.ตัดสูท 35 ล. เจาะจงจ้างทหารผ่านศึกฯ-ได้พิมพ์ปฏิทินอีก 54 ล.
ขุดเจออีก!! สปส.จ้างตัดสูทปี 62 อีก 42 ล.-รวมของใหม่เบ็ดเสร็จ 77.2 ล.
จากการสืบค้นข้อมูลในเว็บไซต์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ระบุว่า อผศ. ได้จัดตั้งหน่วยงานกิจการพิเศษขึ้นตาม มติสภาทหารผ่านศึก มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหน่วยงานหารายได้มาสมทบงบประมาณที่องค์การฯ ได้รับการจัดสรรจากกระทรวงกลาโหม
ปัจจุบัน อผศ. มีหน่วยกิจการพิเศษรวมทั้งหมด 7 หน่วยงาน หนึ่งในนั้น คือ สำนักงานกิจการโรงงานในอารักษ์ (สง.รอร.)
จากการตรวจสอบยังพบว่า เมื่อปี 2530 อผศ. ได้จัดตั้งสำนักงานกิจการโรงงานในอารักษ์ (สง.รอร.) เป็นหน่วยงานกิจการพิเศษขึ้นตรงต่อองค์การ ฯ เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจการขององค์การ ฯ และช่วยเหลือให้ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ ได้มีงานทำ มีรายได้เพื่อสามารถดำรงชีพตามสมควรแก่อัตภาพ โดยได้ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์เครื่องแบบ เครื่องแต่งกาย เครื่องสนาม ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าชนิดต่าง ๆ สำหรับใช้ในโรงพยาบาล ผลิตยุทธอาภรณ์ ตัดเย็บเสื้อเกราะป้องกันกระสุน งานตกแต่งปรับปรุงอาคารสถานที่ ฯลฯซึ่งเป็นการดำเนินงานสืบเนื่อง ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อ 8 ก.ค. 2529 ให้ส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ และหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม สั่งจ้างและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ตัดเย็บเครื่องแบบเครื่องแต่งกาย เครื่องนอน เครื่องสนาม ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง ผลิตภัณฑ์ไม้ครุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์โลหะ ของ อผศ. โดยวิธีกรณีพิเศษ เป็นกรณีพิเศษ
อย่างไรก็ดี ในช่วงหลายปีที่ผ่าน การผลิตสินค้าหลายชนิด อผศ. มักถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีเอกชนเข้ามารับงานต่อ หรือที่มักใช้คำเรียกว่า เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน อผศ.หรือไม่
สำหรับกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง นั้น ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระบุว่า วิธีเฉพาะเจาะจง เป็นการเชิญชวนผู้ประกอบที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดรายใดรายหนึ่ง ให้เข้า ยื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคากับหน่วยงานของรัฐโดยตรง ตามเงื่อนไขดังนี้
(1) ใช้ทั้งวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปและวิธีคัดเลือก หรือใช้วิธีคัดเลือกแล้ว แต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือ ข้อเสนอไม่ได้รับการคัดเลือก
(2) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่การผลิต จำหน่าย หรือให้บริการทั่วไป และมีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้าง ครั้งหนึ่งไม่เกินวงเงินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(3) มีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว หรือผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย หรือตัวแทนผู้ให้บริการโดยชอบด้วยกฎหมายเพียงรายเดียวในประเทศไทย และไม่มีพัสดุอื่นที่จะใช้ทดแทนได้
(4) มีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้นโดยฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติ หรือเกิด โรคติดต่ออันตราย การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือกอาจก่อให้เกิดความล่าช้าและ อาจทำให้เกิดควาเสียหายร้ายแรง
(5) เป็นพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่ได้จัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว และมีความจำเป็นต้องจัดซื้อจัดจ้าง เพิ่มเติมโดยมูลค่าของพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมจะต้องไม่สูงกว่าที่ได้จัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว
(6) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาด โดยหน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานของ ต่างประเทศ
(7) ที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่จำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง
(8) กรณีอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง
เมื่อย้อนกลับไปดูข้อมูลเชิงลึกที่ สำนักข่าว NextNews ตรวจสอบพบเพิ่มเติมด้วย คือ
1.นอกจากโครงการตัดชุดสูทให้กับเจ้าหน้าที่ประกันสังคมทั่วประเทศ 7,000 ชุด ด้วยงบประมาณ 35,000,000 บาท (เฉลี่ยชุดละ 5,000 บาท) โดยว่าจ้าง อผศ. ข้ามาเป็นผู้รับจ้าง ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง เมื่อปี 2567 แล้ว
ในช่วงปี 2562 สำนักงานประกันสังคม ได้ทำสัญญาว่าจ้าง "ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์" ตัดชุดสูทให้กับเจ้าหน้าที่ประกันสังคมทั่วประเทศ จำนวน 7,350 คน วงเงิน 42,262,500 บาท (เฉลี่ยชุดละ 5,750 บาท) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มาแล้ว
ชี้ให้เห็นว่า โครงการตัดชุดสูท ของ สำนักงานประกันสังคม มีผู้รับจ้างรายอื่นที่สามารถทำได้ ไม่ใช่แค่ อผศ. เท่านั้น แถมยังสืบราคากลางจาก อผศ. เจ้าเดียว มีการติดต่อ"ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์" ผู้ชนะรายเดิมให้เข้าร่วมเสนอราคาโครงการฯ นี้ด้วยหรือไม่?

ภาพประกอบข่าว
2.เท่าที่ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ที่ผ่านมา อผศ. ไม่เคยปรากฏชื่อเป็นผู้รับจ้างตัดชุดสูทให้สำนักงานประกันสังคมแต่อย่างใด
งานที่เคยได้รับ คือ เป็นผู้รับจ้างผลิตปฏิทินประกันสังคม
คำถามสำคัญ คือ ทำไม สำนักงานประกันสังคม ถึงมั่นใจในผลงานการตัดสูทของ อผศ. ถึงขนาดใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ด้วย
ที่สำคัญมากกว่านั้น ในการรับงานตัดสูทให้กับสำนักงานประกันสังคม จำนวน 7,000 ชุด ด้วยงบประมาณ 35,000,000 บาท (เฉลี่ยชุดละ 5,000 บาท) ดังกล่าว องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก มีกระบวนการทำงานอย่างไร?
ทำเอง? มีการจ้างช่วงเอกชน หรือที่ใช้คำว่า เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานด้วย หรือไม่
ทั้งหมดนี้ ดูเหมือนจะเป็นคำถามสำคัญต่อกรณีนี้อีกส่วนหนึ่ง ที่ อผศ.ในฐานะผู้รับจ้าง ควรที่จะต้องรีบออกมาชี้แจงเพื่อทำความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณชนชัดเจนโดยเร็วที่สุดด้วยเช่นกัน





