"...จุดเริ่มต้นในการตรวจสอบเรื่องนี้ มาจากการที่ สตง. ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินและบริหารทรัพย์สินของไทยพีบีเอส ว่าอาจจะขัดต่อกฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และแบบแผนการปฏิบัติราชการ ซึ่งอาจส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอส..."
จากกรณี สำนักข่าว Next News เสนอข่าวว่า ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งทีมเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai Public Broadcasting Service (ไทยพีบีเอส) ในหลายประเด็นสำคัญ
อาทิ การเบิกใช้รถส่วนกลางของผู้บริหาร, การจ่ายเงินค่าตอบแทนคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) , การจัดซื้อจัดจ้างโครงการฯ ต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ใช้วิธีการแบบเจาะจง ขณะที่งานที่จัดซื้อจัดจ้างเสร็จแล้ว บางอย่างไม่ได้มีการใช้ประโยชน์แต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีกรณีการว่าจ้างพิธีกรรายการในอัตราที่สูงมาก
ขณะที่มีรายงานข่าวว่า การเข้าตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอสนั้น ทีมเฉพาะกิจที่ สตง.ตั้งขึ้นถือเป็นทีมใหญ่พอสมควร กำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
ล่าสุด มีคำชี้แจงโดยสรุปจาก นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ไปแล้วว่า ยังไม่เห็นหนังสือ สตง. แจ้งเรื่องที่จะเข้ามาตรวจสอบข้อมูลเป็นทางการ แต่ถ้า สตง.ตรวจสอบก็ชี้แจงได้หมด ไม่ได้มีปัญหาอะไร

ภาพประกอบเนื้อหารายงานสตง.สอบไทยพีบีเอส
น่าสนใจว่า สตง.มีคำสั่งตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณของไทยพีบีเอส ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปจริงหรือไม่?
สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลพบว่า ผู้ว่าฯ สตง. มีคำสั่งแต่งตั้งทีมเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณของไทยพีบีเอสจริง
ชื่อคำสั่งเป็นทางการ คือ แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการใช้จ่ายเงินองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
ส่วนจำนวนคณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้น มีจำนวน 10 กว่าราย มีผู้ช่วยผู้ว่าฯ สตง. รายหนึ่งเป็นประธาน
แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ข้อมูลยืนยันสำนักข่าว Next News ว่าการแต่งตั้งคณะทำงานชุดนี้ อ้างอิงอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561 มาตรา 48 และ 53 (3) ที่ให้ผู้ว่าฯ สตง. มีอำนาจหน้าที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐ
เบื้องต้น ภายหลังการแต่งตั้ง มีการมอบหมายให้คณะทำงานกำหนดกรอบและแนวทางการตรวจสอบ พร้อมทั้งบริหารจัดการการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอส และรายงานผลการตรวจสอบต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินโดยเร็วภายในหกสิบวัน
โดยภารกิจนี้ มีการสั่งการเจ้าหน้าที่ สตง.ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่บรรลุผลสำเร็จมากที่สุด
แหล่งข่าว ยังให้ข้อมูลยืนยันด้วยว่า "จุดเริ่มต้นในการตรวจสอบเรื่องนี้ มาจากการที่ สตง. ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินและบริหารทรัพย์สินของไทยพีบีเอส ว่าอาจจะขัดต่อกฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และแบบแผนการปฏิบัติราชการ ซึ่งอาจส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอส"
ขณะที่ข้อมูลปัญหาที่ สตง.ได้รับทราบก็มีหลากหลายประเด็น ไม่ได้มีแค่กรณีการเบิกใช้รถส่วนกลางของผู้บริหาร, การจ่ายเงินค่าตอบแทนคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) , การจัดซื้อจัดจ้างโครงการฯ ต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ใช้วิธีการแบบเจาะจง ขณะที่งานที่จัดซื้อจัดจ้างเสร็จแล้ว บางอย่างไม่ได้มีการใช้ประโยชน์แต่อย่างใด รวมไปถึงการว่าจ้างพิธีกรรายการในอัตราที่สูง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว
ปัจจุบัน คณะทำงานอยู่ระหว่างขั้นตอนการกำหนดกรอบและแนวทางการตรวจสอบ เพื่อรายงานให้ผู้ว่าฯ สตง. รับทราบข้อมูลเบื้องต้น
จากนั้น กระบวนการตรวจสอบก็น่าจะเริ่มต้นได้ทันที เพราะคณะทำงานมีกรอบเวลาในการดำเนินการแค่ 60 วันเท่านั้น
บทสรุปสุดท้ายผลการตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น
อดใจรออีกไม่นาน สังคมน่าจะได้รับทราบคำตอบที่ชัดเจนกันแน่นอน!!




