"..กรณีบริษัท ป่านทอ ดีไซน์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับศักดิ์ชัยการ์เม้นท์นั้น ขอเรียนว่า ที่ผ่านมาในซอยรามคำแหง 156 ไม่ได้มีร้านตัดเสื้อเพียงร้านเดียว แต่มีอยู่ประมาณ 4–5 ร้านตั้งอยู่ติด ๆ กัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทป่านทอฯ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้ว ..หากจะให้เห็นภาพชัดเจน เปรียบเสมือนย่านสำเพ็งหรือพาหุรัด ที่มีร้านตัดเสื้ออยู่จำนวนมาก แม้ร้านจะตั้งอยู่ใกล้กัน แต่ก็ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวกับร้านคู่แข่งรายนี้แต่อย่างใด..”
ใครจะคาดคิดว่า การใช้จ่ายเงินงบประมาณของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) อันมีที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของผู้ประกันตนทั่วประเทศ ในจัดทำโครงการตัดชุดสูทให้กับเจ้าหน้าที่ประกันสังคมทั่วประเทศ
ที่เริ่มต้นเปิดประเด็นจากเรื่องความคุ้มค่าและเหมาะสม ในกรณีที่ สปส. ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงว่าจ้างองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เข้ามารับจ้างงาน ตัดชุดสูทให้กับเจ้าหน้าที่ประกันสังคมทั่วประเทศ ปีล่าสุด 2562 วงเงินกว่า 35,000,000 บาท
จะถูกขยายผลต่อจนพบข้อมูลว่า นับตั้งแต่ช่วงปี 2555-2567 สปส.ดำเนินการโครงการตัดสูทไปแล้วถึง 4 โครงการ รวมวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 152,496,500 บาท
แยกเป็น
ครั้งที่ 1 ในปี 2555 โครงการตัดชุดสูท มูลค่า 34,734,000 บาท ผู้ดำเนินโครงการ คือ "โรงงานศักดิ์ชัย การ์เม้นท์"
ครั้งที่ 2 ในปี 2559 โครงการตัดชุดสูท มูลค่า 40,500,000 บาท ผู้ดำเนินโครงการ คือ "ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์"
ครั้งที่ 3 ในปี 2562 โครงการตัดชุดสูท มูลค่า 42,262,500 บาท ผู้ดำเนินโครงการ คือ "ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์"
ครั้งที่ 4 ในปี 2567 โครงการตัดชุดสูท มูลค่า 35,000,000 บาท ผู้ดำเนินโครงการ คือ "องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก"
โดยครั้งที่ 1-3 ใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ส่วนครั้งที่ 4 ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง
เบื้องต้น สปส. และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ออกมายืนยันไปแล้วว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดำเนินการตามระเบียบราชการทุกประการ
อย่างไรก็ดี เมื่อสำนักข่าว Next News ตรวจสอบไส้ในการจัดซื้อจัดจ้างทั้ง 4 ครั้ง พบข้อสังเกตสำคัญในหลายประเด็น ได้แก่
1. งาน 3 ครั้งแรก ใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มีโรงงานศักดิ์ชัย การ์เม้นท์ หรือ ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ ซึ่งเป็นเอกชนรายเดียวกัน ได้รับงานทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่า โครงการตัดชุดสูทของสำนักงานประกันสังคม มีผู้รับจ้างรายอื่นที่สามารถดำเนินการได้ ไม่ได้มีเพียงองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเพียงรายเดียว
เหตุใดการตัดชุดสูทครั้งที่ 4 สปส. จึงไม่ใช้วิธี e-bidding แต่เลือกใช้วิธีเฉพาะเจาะจงว่าจ้างองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เข้ามารับงาน มีการเชิญศักดิ์ชัยการ์เม้นท์เข้าร่วมเสนอราคาในครั้งที่ 4 หรือไม่?
2. จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ที่ผ่านมาองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกไม่เคยปรากฏชื่อเป็นผู้รับจ้างตัดชุดสูทให้สำนักงานประกันสังคมแต่อย่างใด งานที่เคยได้รับคือการเป็นผู้ผลิตปฏิทินประกันสังคม
เหตุใด สปส. จึงมั่นใจในศักยภาพการตัดสูทขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ถึงขั้นใช้วิธีเฉพาะเจาะจงว่าจ้างเข้ามารับงาน
3. การรับงานตัดชุดสูทจำนวน 7,000 ชุด ด้วยงบประมาณ 35,000,000 บาท (เฉลี่ยชุดละ 5,000 บาท) องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกมีกระบวนการดำเนินงานอย่างไร ทำเองทั้งหมดหรือไม่ หรือมีการจ้างช่วงเอกชน หรือที่เรียกว่า “การสนับสนุนการดำเนินงาน” เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่?
4. จากการตรวจสอบเชิงลึกในการประกวดราคาครั้งที่ 1–3 ที่โรงงานศักดิ์ชัย การ์เม้นท์ หรือ ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ เป็นผู้ชนะ พบว่า มีบริษัท ป่านทอ ดีไซน์ จำกัด เข้าร่วมเสนอราคาเป็นคู่เทียบทุกโครงการ แต่แพ้ตลอด
ขณะที่ที่อยู่ของบริษัท ป่านทอ ดีไซน์ จำกัด เป็นทาวน์เฮาส์ 4 ชั้น 1 คูหา ไม่มีป้ายชื่อบริษัท ตั้งอยู่ในซอยเดียวกับศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ คือ เลขที่ 56/320–321 ซอยรามคำแหง 156 (หมู่บ้านศรีประจักษ์วิลล่า 1–2) และอยู่ห่างกันเพียงประมาณ 5–6 คูหา
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบพบข้อมูลสำคัญว่า นับตั้งแต่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ เมื่อปี 2551 จนถึงปัจจุบัน บริษัทป่านทอฯ แจ้งว่าไม่มีรายได้ตลอด มีเพียงแค่ ปี 2555 แจ้งว่ามีรายได้รวม 525,000 บาท แต่ก็ขาดทุน 54,625 บาท ขณะที่การประกวดราคาตัดสูท ทั้ง 3 โครงการ ของ สปส. พบว่า มีการระบุเงื่อนไข เรื่องผลงานเกี่ยวกับการรับจ้างตัดชุดเสื้อสูท หรือเสื้อกึ่งสูท เสื้อเชิ้ต และกางเกงหรือกระโปรง จากหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือสมาคม หรือสหกรณ์ที่เป็นนิติบุคคล หรือหน่วยงานเอกชน ที่คณะกรรมการประกวดราคาพิจารณาแล้วเห็นว่าน่าเชื่อถือ หลักสิบล้านบาท พร้อมต้องแนบหนังสือรับรองผลงานจากหน่วยงานนั้น ๆ ด้วย
ทำไม? บริษัทป่านทอฯ ถึงกล้าเข้าไปเสนอราคาแข่งขันงานทั้ง 3 โครงการได้?

ภาพประกอบรายงาน
เปิดตัวศักดิ์ชัยการ์เม้นท์! ขยี้ปมสปส.ตัดสูท152 ล.ใครดึงอผศ.เสียบแทน?
เจาะ'ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์' ตัดสูทสปส. 117 ล. 'คู่เทียบ' อยู่ซอยเดียวกัน
แกะรอย 'คู่เทียบ' ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ ทำธุรกิจ 18 ปี มีรายได้ 5 แสน?
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าว Next News ส่งผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดต่อเจ้าของศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ และบริษัท ป่านทอ ดีไซน์ จำกัด เพื่อขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นทางการ หลังพยายามติดต่อหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่เคยได้รับการให้สัมภาษณ์
ในส่วนของบริษัท ป่านทอ ดีไซน์ จำกัด จากการลงพื้นที่พบว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในสำนักงาน สภาพสถานที่คล้ายไม่ได้ประกอบธุรกิจแล้ว และไม่สามารถระบุได้ว่าปัจจุบันเจ้าของอยู่ที่ใด
ขณะที่ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Next News มีโอกาสพบกับ นายณัฐจักร์ ธนกิจพลพัฒน์ เจ้าของกิจการ และได้รับคำชี้แจงในหลายประเด็นอย่างเป็นทางการ
ปรากฏรายละเอียดนับจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป
@ ว่าด้วยเรื่องคู่เทียบที่อยู่ในซอยเดียวกัน
นายณัฐจักร์ ธนกิจพลพัฒน์ เจ้าของศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ ชี้แจงประเด็นนี้ว่า กรณีบริษัท ป่านทอ ดีไซน์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับศักดิ์ชัยการ์เม้นท์นั้น ขอเรียนว่า ที่ผ่านมาในซอยรามคำแหง 156 ไม่ได้มีร้านตัดเสื้อเพียงร้านเดียว แต่มีอยู่ประมาณ 4–5 ร้านตั้งอยู่ติด ๆ กัน แต่ปัจจุบันบริษัทป่านทอฯ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้ว
“หากจะให้เห็นภาพชัดเจน เปรียบเสมือนย่านสำเพ็งหรือพาหุรัด ที่มีร้านตัดเสื้ออยู่จำนวนมาก แม้ร้านจะตั้งอยู่ใกล้กัน แต่ก็ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวกับร้านคู่แข่งรายนี้แต่อย่างใด”
@ ว่าด้วยกรณีที่ศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ไม่ได้รับงานในสัญญาตัดสูทล่าสุด ปี 2562 กับทาง สปส.
นายณัฐจักร์ ชี้แจงว่า “เรื่องนี้ไม่ทราบกระบวนการตัดสินใจของทาง สปส. จริง ๆ ว่าเป็นอย่างไร แต่ขอเรียนว่าทางร้านไม่ได้เดือดร้อนจากการไม่ได้รับงานกับทาง สปส. เนื่องจากไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจ เป็นเรื่องปกติของการประมูลงานที่บางครั้งก็ได้ บางครั้งก็ไม่ได้ และร้านยังคงเดินหน้าประมูลงานจากที่อื่นต่อไป”
@ ว่าด้วยข้อครหาเรื่องชุดสูท 1 ชุด มีราคาสูงถึง 5,000 บาท
นายณัฐจักร์ ชี้แจงว่า ขอทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องราคา โดยที่มีการระบุว่าตัดสูทตัวละ 5,000 บาทนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่สูทเพียง 1 ตัว แต่เป็นชุดเครื่องแต่งกาย
ยกตัวอย่างเช่น สำหรับผู้ชาย จะมีเสื้อผ้ารวมทั้งหมด 7 ชิ้น ประกอบด้วย สูท 1 ตัว กางเกง 2 ตัว และเสื้อเชิ้ต 4 ตัว (แขนสั้น 2 ตัว แขนยาว 2 ตัว) รวมเป็น 7 ชิ้น สำหรับผู้หญิงจะมีจำนวนใกล้เคียงกัน
ส่วนผู้หญิงอิสลาม จะประกอบด้วย สูท 1 ตัว เสื้อเชิ้ตแขนยาว 4 ตัว และกระโปรงยาวถึงตาตุ่ม
สำหรับผ้าที่ใช้ตัดสูทให้กับ สปส. ในส่วนงานของศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ นายณัฐจักร์ ระบุว่า จำไม่ได้แล้วว่าใช้ผ้าประเภทใด แต่ยืนยันว่าไม่ได้ใช้ผ้าโซล่อน ซึ่งเป็นผ้าราคาถูกและระบายอากาศไม่ดี โดยทั่วไปผ้าที่ใช้จะเป็นไปตามสเปกที่ลูกค้า เช่น สำนักงานประกันสังคม ระบุมา หรือมีการนำตัวอย่างเนื้อผ้ามาให้ดู ทางร้านก็จะจัดหาผ้าให้ตรงตามเงื่อนไขดังกล่าว
@ ว่าด้วยการตัดชุดจำนวนมาก ได้กำไรสูงหรือไม่ และมีการลดราคาตามปริมาณหรือไม่
นายณัฐจักร์ ชี้แจงว่า การตัดชุดไม่ได้มีกำไรสูง และการตัดในปริมาณมากไม่ได้ทำให้ราคาลดลง เนื่องจากต้องมีการเดินทางไปวัดตัวลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก รวมถึงพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคใต้ ส่งผลให้มีต้นทุนและความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
“การไปวัดตัวลูกค้าไม่สามารถใช้ไซส์สำเร็จได้ หากให้ลูกค้าส่งไซส์มาเอง เมื่อเกิดปัญหาจะต้องแก้ไขงานจำนวนมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเดินทางไปวัดตัวจริง เพื่อลดข้อผิดพลาดในการตัดเย็บ”
@ ว่าด้วยศักยภาพของศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ในการตัดสูท
เจ้าของศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ ชี้แจงว่า “ในช่วงก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 เรามีศักยภาพการผลิตขนาดใหญ่และเป็นระบบ มีพนักงานมากกว่า 100 คน การดำเนินงานอยู่ในลักษณะโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ใช่ร้านตัดเสื้อทั่วไป โดยแบ่งงานออกเป็นแผนกอย่างชัดเจน เช่น แผนกเย็บ และแผนกรีด ในส่วนของเครื่องจักร ร้านมีเครื่องเจาะกระเป๋าจำนวน 2 เครื่อง ซึ่งสามารถเจาะกระเป๋าได้เป็นพันชิ้นต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีช่างตัดถึง 7 คนในช่วงเวลาดังกล่าว”
สำหรับการเข้ารับงานจากหน่วยงานรัฐ นายณัฐจักร์ ระบุว่า ในระยะแรกไม่ได้เกิดจากการเข้าประมูลโดยตรง แต่เป็นผลจากการบอกต่อของลูกค้าที่พึงพอใจในคุณภาพและการบริการ เมื่อมีการสวมใส่จริง และร้านมีขั้นตอนนำเสื้อสำเร็จรูปไปให้ลูกค้าลองตัว เพื่อให้ได้ชุดที่พอดีและตรงความต้องการ
“เมื่อผู้ใช้บริการเกิดความพึงพอใจ ก็จะมีการแนะนำบอกต่อในหมู่เพื่อนร่วมงานหรือคนรู้จัก และหลายคนทำงานอยู่ในหน่วยงานราชการ จึงทำให้ร้านได้รับการแนะนำและสามารถเข้าถึงงานจากหน่วยงานภาครัฐได้ในที่สุด”
“ปัจจุบันศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ยังคงรับจ้างตัดเสื้อปกติ”
ทั้งหมดนี้ เป็นคำชี้แจงของเจ้าของศักดิ์ชัยการ์เม้นท์ ที่ให้กับสำนักข่าว Next News เกี่ยวกับกรณีการรับจ้างตัดชุดสูทให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ซึ่งกำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้
ส่วนข้อมูลเชิงลึกอื่น ๆ สำนักข่าว Next News จะติดตามและนำเสนอเพิ่มเติมต่อไป




