"...สปส. ได้อ้างถึงเหตุผลความจำเป็นว่าสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 เป็นส่วนราชการของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณกระทรวงแรงงาน ดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยเงินกองทุนทดแทน รับผิดชอบสถานประกอบการ จำนวน 13,314 ราย ผู้ประกันตน จำนวน 597,960 คน มีนายจ้าง จำนวน 12,905 ราย ลูกจ้าง จำนวน 491,806 คน ทุกวันจะมีนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตนมาติดต่อราชการ และรับบริการอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก ทางสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 ไม่มีศูนย์อาหารในการอำนวยความสะดวกให้บริการกับบุคคลดังกล่าว..."
ประเด็นตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณอันมีที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานผู้ประกันตนทั่วประเทศนั้น
การใช้จ่ายงบประมาณจำนวน 12 ล้านบาท ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ไปทำการปรับปรุง (รีโนเวท) โรงอาหารกระทรวงแรงงาน นับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกสังคมจับตามองอย่างมากในเรื่องการความคุ้มค่าและเหมาะสม รวมไปถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการงานโครงการฯ นี้ เป็น สปส. เป็นทางการ มีรายละเอียดสำคัญหลายประเด็น
ในตอนแรกนี้ จะขอเริ่มต้นประเด็นเรื่องที่มาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการฯ นี้ ก่อนเป็นอันดับแรก
หนึ่ง. : แหล่งที่มางบประมาณ
สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันว่า การดำเนินการปรับปรุงโรงอาหารกระทรวงแรงงาน เป็นเงินค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคมซึ่งเป็นเงินที่สำนักงานประกันสังคมได้รับจัดสรรจากกองทุนประกันสังคมตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 24 บัญญัติให้คณะกรรมการประกันสังคมมีอำนาจจัดสรรเงินกองทุนไม่เกินร้อยละสิบของเงินสมทบของแต่ละปี เพื่อจ่ายตามมาตรา 18 และเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม การใช้จ่ายเงินเพื่อการปรับปรุงโรงอาหารดังกล่าว และการอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประกันสังคม
สอง : เหตุผลความจำเป็น
เมื่อกำหนดที่มาเรื่องแหล่งเงินงบประมาณชัดเจนว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 สำนักงานประกันสังคม ได้มีบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ที่ รง 0601/25001 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2561 เรื่อง ขออนุญาตใช้และส่งมอบพื้นที่บริเวณชั้น 1 อาคารกระทรวงแรงงาน เรียน ปลัดกระทรวงแรงงานเพื่อขออนุมัติการใช้พื้นที่
สปส. ได้อ้างถึงเหตุผลความจำเป็นว่าสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 เป็นส่วนราชการของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณกระทรวงแรงงาน ดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยเงินกองทุนทดแทน รับผิดชอบสถานประกอบการ จำนวน 13,314 ราย ผู้ประกันตน จำนวน 597,960 คน มีนายจ้าง จำนวน 12,905 ราย ลูกจ้าง จำนวน 491,806 คน ทุกวันจะมีนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตนมาติดต่อราชการ และรับบริการอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก ทางสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 ไม่มีศูนย์อาหารในการอำนวยความสะดวกให้บริการกับบุคคลดังกล่าว
สำนักงานประกันสังคม ได้สำรวจพื้นที่พบว่าบริเวณชั้น 1 อาคารกระทรวงแรงงานเหมาะสมที่จะปรับปรุงให้เป็นศูนย์อาหารที่ทันสมัย สะอาด และถูกสุขลักษณะ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง ลูกจ้างผู้ประกันตน รวมทั้งผู้ที่มาติดต่อราชการ และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคมพิจารณาแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาติดต่อราชการ และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้กับส่วนราชการ จึงขออนุญาตใช้พื้นที่บริเวณชั้น 1 ของอาคารกระทรวงแรงงานเพื่อทำการปรับปรุงเป็นศูนย์อาหาร ที่ทันสมัย สะอาด ถูกสุขลักษณะ และขอให้กระทรวงแรงงานส่งมอบพื้นที่ให้สำนักงานประกันสังคม เพื่อดำเนินการปรับปรุงเป็นศูนย์อาหารและร้านค้าสวัสดิการต่อไป

สำนักงานประกันสังคม
สาม. ท่าทีของกระทรวงแรงงาน
ต่อมา สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานได้มีหนังสือตอบตามบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ที่ รง 0204.3/2534 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2561 เรื่อง การอนุญาตให้สำนักงานประกันสังคมใช้พื้นที่และส่งมอบห้องอาหารเพื่อปรับปรุงให้เป็นศูนย์อาหารที่ทันสมัย เรียน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม
กระทรวงแรงงาน ระบุว่า ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า การปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้น 1 อาคารกระทรวงแรงงาน ให้เป็นศูนย์อาหารที่ถูกสุขลักษณะ ทันสมัย เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ที่มารับบริการจากกระทรวงแรงงาน และเป็นการจัดสวัสดิการให้แก่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงแรงงานด้วย จึงอนุญาตให้ใช้พื้นที่และส่งมอบห้องอาหารกระทรวงแรงงาน ชั้น 1 อาคารกระทรวงแรงงาน ให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการปรับปรุง รวมทั้งการบริหารจัดการให้เป็นศูนย์อาหาร ที่ทันสมัย สะอาด ถูกสุขลักษณะ
จากนั้น คณะกรรมการประกันสังคม ได้อนุมัติงบลงทุนในปี 2561 จำนวน 11,650,000 บาท เพื่อปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้น 1 อาคารกระทรวงแรงงานเป็นศูนย์อาหาร โดยได้ตัวผู้รับเหมารายหนึ่ง ทำสัญญาว่าจ้างที่ จ.087/62 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2562 ระยะเวลา 120 วัน
ส่วนรายละเอียดการคัดเลือกเอกชน และวงเงินจำนวน 11,650,000 บาท ถูกนำไปใช้จ่ายเรื่องอะไรบ้าง?
รอติดตามอ่านตอนต่อไป




