News Logo
หน้าแรก
ขมวดข้อครหา!! QR Code/Barcode โผล่บัตรเลือกตั้งปี 69 ใครสั่งการให้ทำ?

ขมวดข้อครหา!! QR Code/Barcode โผล่บัตรเลือกตั้งปี 69 ใครสั่งการให้ทำ?

14 ก.พ. 2569 11:17
ผู้ชม 606 คน

"...1.ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ไม่มีการจัดทำ Barcode / QR Code ไว้? ทำไมปี 2569 ถึงต้องมีการจัดทำด้วย? สถานการณ์การทุจริตการเลือกตั้ง ทั้งการตรวจสอบบัตรปลอม หรือการนำบัตรไปใช้ข้ามเขตข้ามหน่วยตามที่ผู้แทนกกต.กล่าวอ้าง นั้น มีปัญหารุนแรงมาก ถึงขนาดมาตรการป้องกันการทุจริตแบบเดิมที่กำหนดไว้ ไม่สามารถใช้ดูแลป้องกันปัญหาได้แล้วใช่หรือไม่ ถึงต้องมีการจัดทำ Barcode / QR Code ขึ้นมาใช้เพิ่มเติม? 2.ที่สำคัญที่สุด แนวคิดไอเดีย การจัดทำ Barcode และ QR Code ใครเป็นคนริเริ่ม? ดูแนวทางมาจากไหน? มีการศึกษาแนวปฏิบัติทดลองใช้ว่าทำได้จริงแล้วหรือไม่? ถ้ายังไม่ได้มีการศึกษาทดลองที่ดี ทำไมจะต้องรีบเร่งนำมาใช้ในการจัดเลือกตั้งปี 2569 ครั้งนี้ด้วย..."

ประเด็นข้อครหาการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (สส.) ปี 2569 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ปรากฏเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้

ข้อครหาสำคัญ คงหนีไม่พ้นกรณีบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ มี QR Code / Barcode ปรากฏอยู่ในบัตรเลือกตั้งด้วย และเมื่อมี QR Code / Barcode เหล่านี้อยู่ ก็สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าเป็นบัตรเลือกตั้งของใครได้ ซึ่งก็อาจจะส่งผลทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับตามกฏหมาย รวมไปถึงอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะได้

เบื้องต้น ข้อครหานี้ มีคำอธิบายจาก นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง กกต.ไปแล้วว่า ฐานที่มาทางกฎหมายระบุไว้ในระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ข้อ 129 ซึ่งให้อำนาจ กกต. กำหนดรหัส เครื่องหมาย หรือข้อความพิเศษในบัตรเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อวัตถุประสงค์หลักในการป้องกันการปลอมแปลงบัตร ซึ่งมาตรการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบรักษาความปลอดภัย ที่เป็นความลับและไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้ โดยสาเหตุที่บัตรแต่ละประเภทมีรหัสแตกต่างกัน เนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งนี้มีบัตรถึง 3 ประเภท และต้องใช้โรงพิมพ์ถึง 3 แห่งร่วมกันจัดพิมพ์เพื่อให้ทันตามกำหนดเวลา ซึ่งแต่ละแห่งมีเทคนิคและเครื่องพิมพ์ที่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม รหัสเหล่านี้จะไม่ถูกใส่ไว้ในบัตรตัวอย่างที่ใช้ประชาสัมพันธ์ เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยที่ต้องเก็บงำไว้

"บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดที่กำหนดไว้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ตรวจสอบย้อนกลับไปยังตัวบุคคลตามที่เป็นข่าว แต่เราใช้เพื่อการตรวจสอบและควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น เช่น การตรวจสอบบัตรปลอม หรือการนำบัตรไปใช้ข้ามเขตข้ามหน่วย ซึ่งที่ผ่านมาสามารถสแกนระบุได้ถึงเลขที่บัตร แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าบัตรใบนั้นเป็นของผู้ใดที่เป็นคนลงคะแนน ฐานข้อมูลนี้จึงไม่ใช่เครื่องมือที่จะมาทำลายความเป็นความลับของการออกเสียงลงคะแนนตามที่หลายฝ่ายกังวล" นายวรพงศ์ระบุ

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ทั้งนี้ แม้จะมีคำอธิบายถึงเหตุผลการมี QR Code / Barcode อยู่ในบัตรเลือกตั้งดังกล่าว เป็นทางการไปแล้ว

แต่ดูเหมือนคำชี้แจงจะไม่ทำให้ความสงสัยของสาธารณชน คลี่คลายลง เพราะ

หนึ่ง.

แม้ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 129 ส่วนที่ 1 บัตรเลือกตั้ง จะระบุว่า กกต. อาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งได้

แต่ระเบียบดังกล่าว ใช้คำว่า "อาจ" นั้นหมายความว่า กกต.อาจจะกำหนดให้มีหรือไม่กำหนดก็ได้

ขณะที่ iLaw ตั้งข้อสังเกตว่า บัตรเลือกตั้งตามระเบียบ กกต. เลือกตั้งสส.ฯ ข้อ 131-132 ให้เย็บเป็นเล่ม เล่มละ 20 บัตร โดยต้นขั้วบัตรให้มีข้อความว่า “เล่มที่ … เลขที่ … ลำดับที่ …” อยู่ด้านบนของต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และมีที่ลงลายมือชื่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง ผู้ทำหน้าที่จ่ายบัตรเลือกตั้ง และมีที่สำหรับให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อเป็นหลักฐานการรับบัตรเลือกตั้งอยู่แล้ว

สอง.

นอกจากนี้ ในโลกออนไลน์ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงข้อชี้แจงที่ระบุว่ารหัสบาร์โค้ดมีไว้เพื่อ "ระบบรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการขนส่งบัตร" เพื่อให้ทราบว่าเป็นบัตรของหน่วยใดหรือล็อตใดนั้นกลับดูย้อนแย้ง บัตรสีชมพูเลือกพรรคการเมือง มี Barcode / บัตรเขียวเลือก สส.มี QR Code เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ "บัตรออกเสียงประชามติ (สีเหลือง)" สำหรับโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลับไม่มี QR Code หรือ Barcode ใดๆ ปรากฏอยู่เลย ทั้งที่หากเป็นเรื่องของการบริหารจัดการขนส่งจริง บัตรทุกประเภทควรจะต้องมีมาตรฐานการกำกับดูแลที่เหมือนกัน?

นี่ยังไม่นับรวมถึงข้อสังเกตที่นักการเมืองบางกลุ่ม อาจใช้ประโยชน์ จาก QR Code หรือ Barcode ในการตรวจสอบความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายผ่านหัวหน้าคะแนนในแต่ละพื้นที่ด้วย เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เดิมพันด้วยเงินสูงหลายหมื่นล้านบาท?

ข้อครหาดูเหมือนจะยิ่งมีความชัดเจนและทวีความรุนแรงมากขึ้น

เพื่อตรวจสอบยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องนี้เพิ่มเติม สำนักข่าว Next News ได้พยายามหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกำหนด QR Code หรือ Barcode ในบัตรเลือกตั้งทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อเพิ่มเติม จากข้อกำหนดขอบเขตและรายละเอียด (ทีโอาร์) งานว่าจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง สำหรับการเลือกตั้งในปี 2569

ที่ก่อนหน้านี้ตรวจสอบพบไปแล้วว่า

1.งานจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 56,100,000 ฉบับ ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง (เลขที่โครงการ : 68129550813) บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด เป็นคู่สัญญา วงเงินตามสัญญาจ้าง 81,345,000 บาท เลขที่สัญญา จ.48/2569 ลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569

เอกสารประกวดราคา (1)

เอกสารประกวดราคา (1)

2. จ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 56,100,000 ฉบับ ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง (เลขที่โครงการ : 68129550797) บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญา วงเงินตามสัญญาจ้าง 67,320,000 บาท เลขที่สัญญา จ.47/2569 ลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569

เอกสารประกวดราคา (2)

เอกสารประกวดราคา (2)

ว่ามีการกำหนดเงื่อนไขการจ้างพิมพ์บัตร ในส่วนของ Barcode และ QR Code ไว้ว่าอย่างไรบ้าง?

แต่ในฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานภาครัฐ ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลทีโออาร์ว่าจ้างงานทั้งสองส่วนเอาไว้ มีการเปิดเผยข้อมูลแค่ในส่วนของราคากลางเท่านั้น

โดยงานจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ปี 2569 นี้ ระบุแหล่งที่มาสืบราคากลาง จาก 3 แหล่ง คือ บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และ โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน

ก่อนที่บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด และ บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จะได้งานกันไปคนละสัญญาตามข้อมูลข้างต้น

เมื่อพยายามเข้าไปสืบค้นในเว็บไซต์ สำนักงาน กกต. ก็ไม่พบการเผยแพร่ข้อมูลข้อมูลทีโออาร์ งานว่าจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของปี 2569 ไว้เช่นกัน

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ไม่สามารถสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับทีโอาร์ว่าจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ปี 2569 ได้

สำนักข่าว Next News ได้ย้อนกลับไปตรวจสอบข้อมูลงานว่าจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ในปี 2566 เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน

โดยในการว่าจ้างงานปี 2566 นั้น งานพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ใช้วิธีคัดเลือก บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด เป็นคู่สัญญา มูลค่างานตามสัญญาจ้างอยู่ที่ 37,752,000 บาท

เอกสารประกวดราคา (1)

เอกสารประกวดราคา (1)

ส่วนจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งใช้วิธีคัดเลือกเหมือนกัน บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด เป็นคู่สัญญา มูลค่างานตามสัญญาจ้างอยู่ที่ 68,640,000 บาท

เอกสารประกวดราคา (2)

เอกสารประกวดราคา (2)

บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ก็เข้าร่วมการเสนอราคาด้วย แต่ไม่ได้งาน

จากการสืบค้นไม่พบข้อมูลทีโออาร์ งานทั้ง 2 ส่วน เช่นกัน

แต่มีการเปิดเผยข้อมูลการเสนองานของเอกชนที่สนใจเข้าร่วมการเสนอราคาเอาไว้ ทั้งในส่วนของ บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)

ข้อเสนอที่แจ้ง เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรับงาน ตัวบัตร การจัดทำรูปเล่ม แต่ก็ไม่ได้มีการระบุถึงเรื่อง Barcode / QR Code ไว้ด้วย

จะมีในส่วน บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด ที่แจ้งในข้อเสนอว่า เป็นการดำเนินงานพร้อมมาตรการป้องกันการทุจริต ตามที่ ทีโออาร์ระบุ (ดูภาพประกอบ)

เอกสารเสนอราคา (1)

เอกสารเสนอราคา (1)

เอกสารเสนอราคา (2)

เอกสารเสนอราคา (2)

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Next News รายงานว่า ในช่วงเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ได้พยายามติดต่อตัวแทนจากบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด ตามเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้ในใบเสนอราคางานพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ปี 2566 และปี 2569 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการทุจริต ในทีโออาร์ ว่าจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งของกกต. เป็นทางการ แต่ไม่สามารถติดต่อได้

อย่างไรก็ดี จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า Barcode / QR Code ที่ปรากฏอยู่ในบัตรเลือกตั้งนั้น เพิ่งจะมีขึ้นในบัตรเลือกตั้ง ปี 2569 นี่เอง

ขณะที่บัตรเลือกตั้งปีก่อนๆ ไม่มีการกล่าวถึงแต่อย่างใด

คำถามที่น่าสนใจ มากกว่าแค่คำ อธิบายของ กกต. ว่า มีอำนาจตามกฎหมายที่ทำได้ และวัตถุประสงค์ในการจัดทำ เพื่อใช้ใการตรวจสอบและควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เช่น การตรวจสอบบัตรปลอม หรือการนำบัตรไปใช้ข้ามเขตข้ามหน่วย

คือ

1.ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ไม่มีการจัดทำ Barcode / QR Code ไว้? ทำไมปี 2569 ถึงต้องมีการจัดทำด้วย?

สถานการณ์การทุจริตการเลือกตั้ง ทั้งการตรวจสอบบัตรปลอม หรือการนำบัตรไปใช้ข้ามเขตข้ามหน่วยตามที่ผู้แทนกกต.กล่าวอ้าง นั้น มีปัญหารุนแรงมาก ถึงขนาดมาตรการป้องกันการทุจริตแบบเดิมที่กำหนดไว้ ไม่สามารถใช้ดูแลป้องกันปัญหาได้แล้วใช่หรือไม่ ถึงต้องมีการจัดทำ Barcode / QR Code ขึ้นมาใช้เพิ่มเติม?

2.ที่สำคัญที่สุด แนวคิดไอเดีย การจัดทำ Barcode และ QR Code ใครเป็นคนริเริ่ม? ดูแนวทางมาจากไหน? มีการศึกษาแนวปฏิบัติทดลองใช้ว่าทำได้จริงแล้วหรือไม่?

ถ้ายังไม่ได้มีการศึกษาทดลองที่ดี ทำไมจะต้องรีบเร่งนำมาใช้ในการจัดเลือกตั้งปี 2569 ครั้งนี้ด้วย

"ใครเป็นผู้สั่งการ-อนุมัติให้ดำเนินการ"

และดูเหมือนผู้ที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้น "นายแสวง บุญมี" เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะเป็นผู้ลงนามอนุมัติประกาศผลจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ทั้งปี 2566 และ ปี 2569

นายแสวง บุญมี จะชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่อง Barcode และ QR Code อย่างไร?

สังคมไทยกำลังรอฟังคำตอบที่ชัดเจนอยู่ในขณะนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง
แสวงบุญมี



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเงินฝาก 10 บัญชี ‘ชนนพัฒฐ์’พวก 9 คน 2.69 ล.โดนอายัดคดีเว็บพนัน
เปิดเงินฝาก 10 บัญชี ‘ชนนพัฒฐ์’พวก 9 คน 2.69 ล.โดนอายัดคดีเว็บพนัน