ฉาว! สตง.สั่งฟัน 12 จนท.มรภ.มหาสารคาม เซ่นปมงบวิจัยหลังโควิด 400 ล้าน เรียกค่าเสียหายคืน 280 ล้าน อว.แจ้งหนังสือสภามหาวิทยาลัย ช่วงปลายปี 2568 เร่งรัดดำเนินการรายงานผลทุก 60 วัน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า โครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบการระบาดโรคโควิด -19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ของมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 จำนวน 407,934,400 บาท ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สอบพบข้อบกพร่องในการดำเนินงานเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง และได้ทำหนังสือแจ้งรายงานผลการตรวจสอบไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อขอให้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคามที่เกี่ยวข้องจำนวน 12 ราย และให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่มหาวิทยาลัยฯ เป็นจำนวนเงิน 280,706,723 บาท
แหล่งข่าวจากมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 กระทรวง อว. ได้ทำหนังสือถึงนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม เพื่อขอให้พิจารณาเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ สตง.ที่แจ้งผลการตรวจสอบโครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบการระบาดโรคโควิด -19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ของมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคามให้รับทราบ ซึ่งพบว่ามีข้อบกพร่องเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ ระเบียบข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือแบบแผนการปฏิบัติงานราชการ เพื่อเป็นการรักษาวิจัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด พร้อมขอให้มหาวิทยาฯ เร่งดำเนิน ใน 2 ส่วนคือ
1.ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคามที่เกี่ยวข้องจำนวน 12 ราย
2. ดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่มหาวิทยาลัยฯ เป็นจำนวนเงิน 280,706,723 บาท
โดยกระทรวง อว.ได้ขอให้สภามหาวิทยาลัย พิจารณาเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสตง. และแจ้งผลการดำเนินการให้ทราบทุก 60 วัน จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ เบื้องต้น สภามหาวิทยาลัย ได้มีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาฯ ไปแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า เกี่ยวกับกรณีนี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ประธานสหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจโกสุมพิสัยว่า ถูกกรรมการสหกรณ์รายหนึ่ง ปลอมแปลงลายมือเข้าทำสัญญาร่วมโครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบการระบาดโรคโควิด -19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ของมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม หลังจากนั้น สหกรณ์ฯ ได้ถูกกรมสรรพากร ประเมินเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 27,456,872.61 บาท เนื่องจากมีรายได้จากการเข้าร่วมโครการฯ นี้ประมาณ 279,570,623 บาท ทั้งที่ สหกรณ์ฯ ไม่เคยรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการฯ นี้ แต่อย่างใด




