ป.ป.ช. ชี้มูล "ธนา ทองไหลมา " นายช่างโยธา อบต.วังกรด ทุจริตโครงการถนนคอนกรีต 3 แห่ง พบ 3 พฤติการณ์กระทำผิด เรียกรับเงิน ใช้ของหลวงเพื่อประโยชน์ส่วนตน แถวเรียกรับเงินจากตัวแทนผู้ว่าจ้างอีกทอด
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรง นายธนา ทองไหลมา อดีตนายช่างโยธา ปฏิบัติงาน และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองช่าง สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร กรณีเข้ามีส่วนได้เสียในโครงการซ่อมสร้าง/ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขององค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด จำนวน 3 โครงการ โดยแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและใช้อุปกรณ์ราชการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้รับจ้าง
นายจักรกฤช ดันเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 6 ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 เปิดเผยว่า การไต่สวนพบว่านายธนา ทองไหลมา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งดังกล่าว ได้อาศัยโอกาสที่ตนเป็นผู้ควบคุมงานในโครงการซ่อมสร้าง/ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กในปีงบประมาณ 2564 รวม 3 โครงการ กระทำการรับจ้างจัดทำป้ายโครงการชั่วคราวและทำระดับถนนให้กับผู้รับจ้าง
โดยรายละเอียดของการกระทำผิด มีใน 3 ประเด็นได้แก่
1.การเรียกเก็บเงินรับจ้างทำป้ายและทำระดับถนน:
โดยนายธนาเรียกเก็บเงินค่าป้ายจำนวน 3,000 บาท และค่าทำระดับถนนจำนวน 15,000 บาท
2.ใช้อุปกรณ์และบุคลากรของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัว:
ในการรับจ้างทำระดับถนน นายธนาได้นำกล้องวัดระดับอัตโนมัติ ซึ่งเป็นครุภัณฑ์ของกองช่าง ไปใช้รับจ้างส่วนตัวในวันและเวลาราชการ นอกจากนี้ ยังสั่งการให้คนงานทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด ลงพื้นที่ตรวจสอบหน้างานและช่วยวัดระดับถนนด้วยทุกครั้ง
3.เรียกรับผลประโยชน์จากผู้รับจ้าง:
นายธนายังได้เรียกเงินค่าดำเนินการจากตัวแทนของผู้รับจ้างอีก 5,000 บาท เพื่อแลกกับการยินยอมให้เทคอนกรีตในโครงการ ทำให้ผู้รับจ้างต้องโอนเงินให้กับนายธนารวมทั้งสิ้น 23,000 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายธนามีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151, 152, 157 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 197 และมาตรา 173 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
นอกจากนี้ ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดพิจิตร เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2558 ข้อ 7 วรรคสาม
คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าวต่อไป
ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




