เปิดชัดๆ ข้อมูล 'อว.-ศธ.' ยุคภูมิใจไทย ช่วงรัฐบาลเพื่อไทย แพทองธาร ชินวัตร ได้รับอนุมัติงบ 4 โครงการใหญ่ จากที่ประชุม ครม. 28 ม.ค.68 วันเดียว 4.2 หมื่นล้าน
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้าการสืบค้นข้อมูลโครงการสำคัญของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในช่วงการบริหารงานของรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2568 ที่มีนางสาวศุภมาส อิศรภักดี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ซึ่งบุคคลทั้งสองเป็นรัฐมนตรีจากสังกัดพรรคภูมิใจไทย
พบว่า นอกจาก 2 โครงการ ที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 พร้อมกัน คือ
1. โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา วงเงินงบประมาณ 5,413,746,000 บาท ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
2.โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations) วงเงินงบประมาณ 4,214,738,090 บาท โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
ยังมีอีก 2 โครงการใหญ่ ที่ครม.เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 เห็นชอบให้กระทรวงศึกษาดำเนินการ คือ โครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 (โครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2) งบประมาณจํานวน 29,765.25 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาทุกที่ทุกเวลา (โครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาฯ) งบประมาณจำนวน 3,302.13 ล้านบาท
โดยโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 (โครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2) งบประมาณจํานวน 29,765.25 ล้านบาทนั้น
ครม. มีมติเห็นชอบและอนุมัติ ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบให้ ศธ. ดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 (โครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2) งบประมาณจํานวน 29,765.25 ล้านบาท
2. อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณเพื่อดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2 เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2573 วงเงินทั้งสิ้น 29,765.25 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจําปี จํานวน 5,953.05 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2 และส่วนที่เหลือจํานวน 23,812.20 ล้านบาท ขอผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจํา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2573 ต่อไป
สาระสำคัญ
1. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับจัดสรรงบประมาณ 482.26 ล้านบาท เพื่อดําเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน
ทุกที่ทุกเวลา : กิจกรรมพัฒนาระบบนิเวศทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (เป็นรายการปีเดียว ไม่ผูกพันงบประมาณ) โดยมีผลการดําเนินงาน เช่น เช่าใช้ระบบคลาวด์ จ้างที่ปรึกษาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แห่งชาติ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐาน (NDLP) สําหรับโรงเรียนคุณภาพในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จํานวน 349 โรงเรียน [ไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการเช่าใช้อุปกรณ์การเรียนการสอน (อุปกรณ์)] ต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับจัดสรรงบประมาณรวมจํานวน 3,395.47 ล้านบาท เพื่อดําเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน
ทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 : กิจกรรมจัดหาอุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสมต่อผู้เรียนแต่ละวัย (Anywhere Anytime) ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 – 2572 (ผูกพัน 5 ปี) เพื่อดําเนินกิจกรรม ดังนี้ (1) การส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 เช่น การเช่าใช้ระบบประมวลผลแบบคลาวด์ การจัดทํานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลคอนเทนต์ และ (2) การจัดหาอุปกรณ์ฯ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทําเอกสารร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) เพื่อดําเนินกิจกรรมดังกล่าว
2. ในครั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการดําเนินการต่อเนื่องจากโครงการฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในส่วนของการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา โดยวิธีการเช่า โดยขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการฯ เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2573 วงเงินทั้งสิ้น 29,765.25 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 5,953.05 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ และส่วนที่เหลือจำนวน 23,812.20 ล้านบาท ขอผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2573 ต่อไป (ปีละ 5,953.05 ล้านบาท)
ประโยชน์ที่จะได้รับ
(1) นักเรียนและครูผู้สอนมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่สามารถเข้าใช้ NDLP สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลออนไลน์ที่มีคุณภาพ
(2) นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ใหม่ได้อย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาและมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตลอดจนสามารถพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับโลกการทํางาน รวมถึงทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
(3) ส่งเสริมสนับสนุนการเปลี่ยนบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อํานวยการการเรียนรู้” ทําหน้าที่กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ แนะนําวิธีเรียนรู้และวิธีจัดระเบียบการสร้างความรู้ รวมทั้งออกแบบกิจกรรม และสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน ตลอดจนมีเครื่องมือและระบบการจัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมและทันสมัย
ส่วนโครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาทุกที่ทุกเวลา (โครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาฯ) งบประมาณจำนวน 3,302.13 ล้านบาท นั้น
ครม.มีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบให้ ศธ. โดย สอศ. ดำเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาทุกที่ทุกเวลา (โครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาฯ) งบประมาณจำนวน 3,302.13 ล้านบาท ประกอบด้วย (1) กิจกรรมการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา (กิจกรรมการจัดหาอุปกรณ์ฯ) งบประมาณจำนวน 3,212.13 ล้านบาท และ (2) กิจกรรมการผลิตสื่อวีดิทัศน์หรือสื่อโทรทัศน์เพื่อการศึกษาอาชีวศึกษาสำหรับการเรียนรู้แบบออนไลน์ และบริการหน่วยประมวลผลและพื้นที่หรืออุปกรณ์จัดเก็บสื่อดิจิทัล และการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานหรือระบบฐานข้อมูลภายนอกเพื่อขยายช่องทางเผยแพร่สื่อดิจิทัล งบประมาณจำนวน 90 ล้านบาท
2. อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา (โครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ) เป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2572 วงเงินทั้งสิ้น 3,212.13 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 803.03 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ และส่วนที่เหลือจำนวน 2,409.10 ล้านบาท ขอผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2572 ต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ศธ. เห็นถึงความสำคัญของการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงศตวรรษที่ 21 โดยจะมีการปรับรูปแบบการเรียนรู้และการสอนเพื่อพัฒนาทักษะและอาชีพของทุกคนช่วงวัยด้วยการปรับโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัยและนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการจัดการเรียนการสอน มีการพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ศธ. ให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งขยายประสิทธิภาพการทำงานของดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้แห่งชาติ (National Digital Learning Platform: NDL) จากการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นการสื่อสารและการเรียนแบบสองทาง (มีการโต้ตอบ) โดยนำดิจิทัลแพลตฟอร์มมาสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลของ ศธ. ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา รวมถึงการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะของครูและบุคลากรทางการศึกษาในกำกับ ศธ. ให้สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
2. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ศธ. โดย สอศ. จะดำเนินการขอตั้งงบประมาณ สำหรับโครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาฯ งบประมาณจำนวน 3,302.13 ล้านบาท เพื่อดำเนิน 2 กิจกรรมหลัก สรุปได้ ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมการจัดหาอุปกรณ์ฯ
(1) ดำเนินการเช่าใช้อุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอน (เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา จำนวน 159,332 เครื่อง ระยะเวลา 48 เดือน (4 ปี)

ตารางงบประมาณ
(2) งบประมาณและระยะเวลาดำเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ใช้วงเงินงบประมาณรวม 3,212.13 ล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2572 โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ จำนวน 803.03 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา และส่วนที่เหลือจำนวน 2,409.10 ล้านบาท ขอผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2572 ต่อไป (ปีละ 803.03 ล้านบาท) ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารและจัดหาหาระบบคอมพิวเตอร์ของ ศธ. [รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายวรัท พฤกษาทวีกุล) เป็นประธานการประชุม] มีมติเห็นชอบหลักการของโครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาทุกที่ทุกเวลา : จัดหาอุปกรณ์การสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา (การเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา) เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 และให้หน่วยงานเสนอโครงการต่อคณะกรรมการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐพิจารณาต่อไป
กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมการผลิตสื่อวีดิทัศน์หรือสื่อโทรทัศน์เพื่อการศึกษาอาชีวศึกษาสำหรับการเรียนรู้แบบออนไลน์ และบริการหน่วยประมวลผลและพื้นที่หรืออุปกรณ์จัดเก็บสื่อดิจิทัล และการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานหรือระบบฐานข้อมูลภายนอกเพื่อขยายช่องทางเผยแพร่สื่อดิจิทัล สำหรับสนับสนุนการเรียนการสอนอาชีวศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2567 หรือหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง พุทธศักราช 2567 หรือหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ของ สอศ. หรือสื่อดิจิทัลเพื่อพัฒนาทักษะด้านอาชีพสำหรับเสริมสร้างความพร้อมให้นักเรียนนักศึกษาในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือการเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ วงเงินงบประมาณ 90 ล้านบาท (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2659)
ประโยชน์ที่จะได้รับ
1) นักเรียนและครูผู้สอนมีอุปกรณ์ที่มีคุณภาพในการเข้าใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้อาชีวศึกษา สนับสนุนการจัดเรียนการสอนผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลออนไลน์ที่มีคุณภาพ
2) ผู้เรียนได้รับการเรียนการสอนที่เหมาะสม สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ใหม่ได้อย่างทั่วถึง และลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา
3) ผู้เรียนมีคุณลักษณะและทักษะอาชีพระยะสั้น ตลอดจนพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับโลกการทำงาน รวมถึงทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
4) ส่งเสริมสนับสนุนการเปลี่ยนบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อำนวยการเรียนรู้” ทำหน้าที่กระตุ้นสร้างแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรู้และวิธีจัดระเบียบการสร้างความรู้ รวมทั้งออกแบบกิจกรรมและสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน ตลอดจนมีเครื่องมือและระบบการจัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมและทันสมัย
ทั้งนี้ ศธ. ได้จัดทำรายละเอียดข้อมูลที่หน่วยงานของรับต้องเสนอพร้อมกับการอนุมัติคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยทางการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีด้วยแล้ว
จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบข้างต้น
เท่ากับว่า ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และกระทรวงศึกษาฯ ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของรัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้รับอนุมัติงบประมาณการดำเนินงานทั้ง 4 โครงการ รวมวงเงิน 42,695,864,090 บาท
1. โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา วงเงินงบประมาณ 5,413,746,000 บาท ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
2.โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations) วงเงินงบประมาณ 4,214,738,090 บาท โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
3.โครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 (โครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2) งบประมาณจํานวน 29,765.25 ล้านบาท
4.โครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาทุกที่ทุกเวลา (โครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาฯ) งบประมาณจำนวน 3,302.13 ล้านบาท

สรุปข้อมูลงบประมาณ 4 โครงการ
ปัจจุบัน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายยศชนัน และนายประเสริฐ นายอัครนันท์ อยู่ภายใต้สังกัดพรรคเพื่อไทย ที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาล ยุคนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อนุมัติงบประมาณทั้ง 4 โครงการ ในการประชุมครม. เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 ข้างต้น




