‘ภาวุธ’ชำแหละโครงการ TH-AI Passport บริษัทที่ดำเนินการอาจมีกำไรถึง 1,119 ล้าน จากวงเงินงบประมาณ 1.6 พันล้าน ข้องใจสูงกว่า OKMD Playground มาก ทั้งที่ โครงการคล้ายกัน
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดำเนินการ โดยใช้วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท จากกองทุนดีอี เพื่อจัดหา AI ให้ประชาชนใช้ฟรี 5 ล้านคน จากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) เพื่อจัดหา AI จำนวน 12 โมเดล ให้ประชาชน 5 ล้านคนเข้าถึงการใช้งาน AI ระดับ Pro ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตว่าแพงไป และคุ้มค่าหรือไม่
ล่าสุด นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งติดตามเรื่องนี้มาตลอดได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวและตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทที่จัดทำโครงการดังกล่าวจะมีกำไรสูงถึงกว่า 1.1 พันล้านบาท และยังเปรียบเทียบมูลค่าโครงการ TH-AI Passport สูงกว่าโครงการ OKMD Playground อย่างมาก
นายภาวุธ โพสต์ข้อความว่า “OKMD Playground ดูๆ แล้วคล้ายโปรเจค TH-AI Passport มูลค่า 1,621 ล้านบาท”
- มีโมเดลให้เลือก 10 ตัว (มากกว่า TOR ที่กำหนดไว้ 8 ตัว)
- มี LLM 4 ตัวใหญ่ OpenAI, Gemini, Claude, DeepSeek
- ต้องหา Token สำหรับการใช้งาน ไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท (มีกำหนด)
- มีระบบโค้วต้าต่อวันให้ ในโมเดลแต่ละตัว
- ใช้ ThaiD ลงทะเบียน และ login เข้าระบบ (ตาม TOR เป๊ะ)
- ผู้ใช้เลือกใช้ AI แต่ละตัวได้เลย ตามโค้วต้า
- ไปลองเล่นกันได้ฟรี.!
ตัดกลับมาที่ราคากลางของระบบ TH-AI Passport ไม่รวม ค่า AI มูลค่า 1,500 ล้าน ได้แก่
- ระบบลงทะเบียนและการบริหารสิทธิ์ 10 ล้านบาท
- ระบบบริหารความเสี่ยงข้อมูล 32 ล้านบาท
- ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและรายงาน 19 ล้านบาท
- ระบบเรียนรู้และจัดการเนื้อหาสำหรับผู้ใช้งาน (E-Learning) 18 ล้านบาท
รวมค่าระบบ (ไม่รวม AI และ E-learning) = 61 ล้านบาท
ถ้าดูเร็วๆ ระบบ OKMD Playground ที่ทำได้เกือบเทียบเท่าความต้องการของโครงการ TH-AI Passport เลย (ราคา 2.4 ล้านบาท ใช้ Token ได้ 5 แสนบาท) แต่โครงการ TH-AI Passport คิดในราคา 161 ล้านบาท (ไม่รวมค่า AI และไม่ระบุจำนวน Token)
“ทำไมราคามันต่างกันเพียงนี้ .. ต้องฝาก กรมบัญชีกลาง และ กรรมาธิการงบประมาณ และกรรมาธิการ ปปง. ติดตาม ตรวจสอบ เปรียบเทียบ หน่อยนะครับ ผมว่ามันแปลกมาก”นายภาวุธระบุ
ต่อนายภาวุธ โพสต์อีกครั้งว่า"บริษัทที่ทำโครงการ TH-AI Passport อาจจะมีกำไร สูงถึง 1,119 ล้านบาทเลยทีเดียว"
เห็นแผนคำนวณการใช้ โทเคน ของโครงการ AI 1,621 ล้านบาท ของพี่โดม Dom Charoenyos อันนี้แล้วน่าคิดครับ เลยลองอธิบายตัวเลขให้ดูง่ายๆ ว่าสรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่
ในภาพนี้เขาพยายามคำนวณ "เพดานสูงสุด" (Maximum Capacity) ว่าถ้าระบบ AI ตัวนี้ถูกใช้งานแบบเต็มกลืน 24 ชั่วโมง ไม่มีหยุดพักเลยตลอดทั้งปี มันจะใช้เงินคุ้มกับค่าระบบไหม
คิดตามง่ายๆ แบบนี้ครับ
สเปกระบบบอกว่า รับคนใช้งานพร้อมกันได้สูงสุดแค่ 140 คน (แต่ละคนได้ความเร็ว 80 Token/วินาที) รวมๆ ทั้งระบบปั่นข้อมูลได้ 11,200 Token/วินาที
ที่ 140 คน เพราะ TOR หรือกรอบของโครงการนี้ตกลงให้ระบบรองรับได้ 5 แสน/ชั่วโมง เมื่อหารกลับมาแล้ว ระบบจะรองรับได้ที่ประมาณ 140 คน/วินาที หรือ สรุปง่ายๆ คือ ระบบจะไม่สามารถรองรับคนได้เกิน 140 คนเลยตามกรอบหรือ TOR ของโครงการ
พอลองเอาตัวเลขนี้มาคูณให้เห็นภาพ "ทั้งปี" (คูณ 60 วินาที x 60 นาที x 24 ชั่วโมง x 365 วัน) เท่ากับว่า AI ตัวนี้จะมีปัญญาปั่นข้อมูลออกมาได้สูงสุดเต็มที่คือ 353,200 ล้าน Token ต่อปี
ทีนี้พอไปคูณกับราคาค่าแผงโมเดล AI ตัวท็อปๆ ในตลาดตอนนี้ (เขาตีให้แพงสุดเลยคือ $30 ต่อ 1 ล้าน Token) เบ็ดเสร็จแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดึงข้อมูล (Output Token) จะตกอยู่ที่ปีละประมาณ 10.5 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 381 ล้านบาทต่อปี
ประเด็นที่ต้องคิดต่อคืออะไร?
ตัวเลข 381 ล้านบาทนี้คือกรณีที่ "เปิดใช้งานเต็มสูบ 100% ตลอด 24 ชั่วโมง" ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีทางที่คน 140 คนจะนั่งกดใช้งานพร้อมกันตลอดเวลาตีสองตีสามแปลว่าค่าใช้จ่ายจริงจะ "ต่ำกว่านี้มาก"
คำถามคือ โครงการนี้ลงทุนไปเฉพาะ AI ราคา 1,500 ล้านบาท - 381 ล้านบาท (ค่าโทเคน) เท่ากับคนที่ทำโครงการนี้จะมีกำไร 1,119 ล้านบาท จากการที่มีกำไรจากการที่ ไม่ได้มีการ กำหนดเป้าของการโทเคนเอาไว้”นายภาวุธระบุ

ข้อมูลประกอบ

ข้อมูลประกอบ

ข้อมูลประกอบ





