“...รัฐมนตรีไม่สามารถแทรกแซงเกี่ยวข้องกับเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ หากจะให้รัฐมนตรีเข้ามารับผิดชอบด้วยอันนี้ก็ต้องดูความเหมาะสม แต่ผมยืนยันไม่ว่าอย่างไรก็ตามข้อสงสัยต่างๆ มีการสั่งการให้ตรวจสอบ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันแล้ว ผมก็เชื่อมั่นตามที่เขายืนยัน...”
กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนักหน่วงมากขึ้นทุกวัน!
สำหรับโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) มูลค่า 1.6 พันล้านบาท ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
แต่ดูเหมือนกลุ่มบุคคลที่อยู่ในจุดเสี่ยงอันดับแรก หากโครงการฯ มีปัญหาเกิดขึ้น น่าจะเป็นเหล่าบรรดาข้าราชการที่รับผิดชอบกระบวนการจัดซื้อจ้าง
เพราะจากคำชี้แจงล่าสุดของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ให้ต่อสื่อมวลชนว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาตามสัดส่วนความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ในฐานะรัฐมนตรีที่เป็นผู้มอบนโยบาย ตนได้เข้ามาตรวจสอบ กำกับดูแล และให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม รวมถึงจัดทำประชาพิจารณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“รัฐมนตรีไม่สามารถแทรกแซงเกี่ยวข้องกับเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ หากจะให้รัฐมนตรีเข้ามารับผิดชอบด้วยอันนี้ก็ต้องดูความเหมาะสม แต่ผมยืนยันไม่ว่าอย่างไรก็ตามข้อสงสัยต่างๆ มีการสั่งการให้ตรวจสอบ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันแล้ว ผมก็เชื่อมั่นตามที่เขายืนยัน”

ภาพประกอบรายงาน
จากคำพูดดังกล่าว จะเห็นได้ชัดเจนว่า ท้ายที่สุดแล้ว หากกระบวนการจัดซื้อจ้างโครงการฯ นี้ มีปัญหากลุ่มคนที่ต้องรับผิดชอบ คือ กลุ่มข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ตัวรัฐมนตรีแน่นอน
ฝ่ายการเมือง กำลังดีดตัวชิงหนี ฝ่ายข้าราชการ แล้วใช่ไหม?
ด้วยบริบทเหตุการณ์เป็นแบบนี้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร ที่ ณ วันนี้ กลุ่มข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโครงการฯ นี้ จะออกมาเดินหน้าสู้ แบบหัวชนฝา ว่า โครงการฯ นี้ ไม่มีปัญหาโปร่งใส 100% แบบที่เห็นและเป็นอยู่

G2IuRDQaIAA1HuZ
ปัจจุบัน หากโฟกัสไปยัง นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี บทบาทในปัจจุบันดูเหมือนจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจาก นายไชยชนก ชิดชอบ หลายประการ ทั้งการตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานโครงการ การเจรจากับคู่สัญญาเพื่อเพิ่มเนื้องาน ให้เหมาะสมกับวงเงินงบประมาณมากขึ้น การออกโรงชี้แจงข้อมูลตามเวทีต่างๆ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากแหล่งข่าวกระทรวงการคลัง ว่า ก่อนหน้าที่ นายพชร อนันตศิลป์ จะเข้ามารับผิดชอบงานโครงการระดับพันล้าน อย่างโครงการ TH-AI Passport
ในช่วงที่ นายพชร ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมศุลกากร ก็เคยจัดทำโครงการสำคัญมูลค่าร้อยล้านถึงพันล้านมาแล้วหลายโครงการ และมีเอกชนหน้าเดิมได้รับงานไปหลายสัญญา
สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลพบว่า ในช่วงที่ นายพชร ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมศุลกากร มีโครงการสำคัญมูลค่าร้อยล้านถึงพันล้าน เกิดขึ้นจำนวน 4 โครงการ (เท่าที่ตรวจสอบพบ)
มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
โครงการแรก
งานจ้างบํารุงรักษาระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV System) และเทคโนโลยีอื่นที่เหมาะสมเพื่อการควบคุมทาง ศุลกากรรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง กิจการร่วมค้ายิบอินซอยและสกายไฮ เป็นผู้ชนะ มูลค่างานตามสัญญาจ้าง 601,316,666.49 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2563 สิ้นสุดสัญญา 29 กันยายน 2567

ประกาศผลประกวดราคา
โครงการสอง
งานจ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ ตามโครงการระยะที่ 2-4 ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึง พ.ศ. 2567 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง บริษัท เอเอ.นุ๊กเทค จำกัด เป็นผู้ชนะ มูลค่างานตามสัญญาจ้าง 1,628,460,000 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2563 สิ้นสุดสัญญา 29 กันยายน 2567

ประกาศผลประกวดราคา
โครงการสาม
ประกวดราคาโครงการจัดหาและติดตั้งระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วย เครื่องเอกซเรย์แบบขับผ่าน (DRIVE-THROUGH X-RAY SCANNER) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) บริษัท เอเอ.นุ๊กเทค จำกัด เป็นผู้ชนะ มูลค่างานตามสัญญาจ้าง 380,562,290.54 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565 สิ้นสุดสัญญา 21 กันยายน 2566

ประกาศผลประกวดราคา
โครงการสี่
ประกวดราคาโครงการจัดหาระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ได้ (Mobile X-Ray System) เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าข้ามแดนทาง รถไฟ ณ ด่านศุลกากรหนองคาย ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) บริษัท เอเอ.นุ๊กเทค จำกัด เป็นผู้ชนะ มูลค่างานตามสัญญาจ้าง 129,800,000 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 สิ้นสุดสัญญา 29 มิถุนายน 2567

ประกาศผลประกวดราคา
น่าสังเกตว่า ทั้ง 4 โครงการข้างต้น มูลค่ารวมกว่า 2,740 ล้านบาท บริษัท เอเอ.นุ๊กเทค จำกัด ได้รับงานมากที่สุด 3 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 2,138.82 ล้านบาท
จากการตรวจสอบข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท เอเอ. นุ๊กเทค จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง 3 พฤษภาคม 2550 ทุนปัจจุบัน 25,000,000 บาท ตั้งอยู่เลขที่ 22 ซอยพหลโยธิน 31 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ประกอบธุรกิจ บริการรับติดตั้งตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ปรากฏชื่อ นาง เทพินทร์ ทัฬหิกรณ์ นาย ชินะบูรณ์ อำนวยพลนาย ชินะวัฒน์ อำนวยพล นาย ไต้ เผิง นาย พัน เซียว เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ณ 30 เมษายน 2569 นุ๊กเทค ฮ่องกง คอมพานี ลิมิเต็ด สัญชาติฮ่องกง ถือหุ้นใหญ่ 49%
อย่างไรก็ดี ทั้ง 4 โครงการข้างต้น ในยุคที่ นายพชร ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร ยังไม่ปรากฏข้อมูลสาธารณะว่ามีการร้องเรียนหรือมีหน่วยงานตรวจสอบของรัฐชี้มูลความผิดเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด
หากมีข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ เพิ่มเติม จะนำมาเสนอต่อไป
อ่านประกอบ :




