News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.ตรวจงานสร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรฯ แม่สอด คืบหน้า 44% จ่ายแล้ว 30ล.

ป.ป.ช.ตรวจงานสร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรฯ แม่สอด คืบหน้า 44% จ่ายแล้ว 30ล.

10 ก.ค. 2569 18:31
ผู้ชม 38 คน

ป.ป.ช.ลงพื้นที่ตรวจสอบศาลสมเด็จพระนเรศวรฯ แม่สอด พบก่อสร้างคืบหน้าเพียง 44% แต่เบิกจ่ายแล้ว 30 ล้านบาท ล่าสุดกรมโยธาฯ มีมติบอกเลิกสัญญา พร้อมเตรียมหาผู้รับจ้างรายใหม่

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ข่าวแจกกรณี ป.ป.ช.ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ปรับปรุงศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังจากพบความล่าช้าอย่างมาก โดยการก่อสร้างมีความคืบหน้าเพียงร้อยละ 44.80 แต่มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวมีที่มาจากเทศบาลนครแม่สอดที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณในปี 2563 โดยมีกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ วงเงินงบประมาณ 80 ล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัด วรรณพงษ์ก่อสร้าง เป็นผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างเลขที่ 193/2563 วงเงิน 78,827,760 บาท ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 22 กันยายน 2565 งานปรับปรุงบริเวณอาคารศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและศาลหลักเมือง งานก่อสร้างห้องน้ำสาธารณะ งานถนนโดยรอบ งานปรับปรุงในเขตเทศบาล และงานปรับปรุงภูมิทัศน์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาก่อสร้าง ผู้รับจ้างประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงิน การจัดหาวัสดุ และแรงงาน กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้แก้ไขสัญญารวม 4 ครั้ง ปรับลดวงเงินเหลือ 71,533,933.93 บาท พร้อมขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2567 และมีหนังสือติดตามแจ้งเตือนผู้รับจ้างรวม 35 ครั้ง

แม้จะมีการขยายเวลาและแจ้งเตือนหลายครั้ง แต่ผู้รับจ้างกลับดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเพียงร้อยละ 44.80 ซึ่งยังคงล่าช้ากว่าแผนงานถึงร้อยละ 55.20 ในขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้ว 30,579,001.22 บาท คิดเป็นร้อยละ 42.75 ของวงเงินตามสัญญา

ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในการประชุมครั้งที่ 13 (4/2567) มีมติเห็นควรบอกเลิกสัญญาจ้างและสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ เนื่องจากความล่าช้าของการก่อสร้างส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่และไม่มีแนวโน้มว่าผู้รับจ้างจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ตามกำหนดเวลา

กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินกระบวนการภายในตามลำดับชั้น ทั้งการตรวจสอบร่างหนังสือโดยกองนิติการ และการเสนอขออนุมัติบอกเลิกสัญญาโดยกองคลัง พร้อมขอสงวนสิทธิริบหลักประกันสัญญา ริบหลักประกันเงินค่าจ้างล่วงหน้า ริบสิ่งก่อสร้างและอุปกรณ์ในสถานที่ก่อสร้าง ตลอดจนแจ้งเวียนให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ทิ้งงานตามมาตรา 109 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และในที่สุดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองได้อนุมัติให้บอกเลิกสัญญาจ้างและสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับแล้ว

ปัจจุบัน กรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างดำเนินการแจ้งบอกเลิกสัญญาแก่ผู้รับจ้างและธนาคารผู้ออกหลักประกัน พร้อมดำเนินการริบหลักประกันสัญญาจ้างและหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า รับสิ่งก่อสร้างและสัมภาระอุปกรณ์ในการทำงาน ณ สถานที่ก่อสร้าง ตลอดจนแจ้งเวียนให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ทิ้งงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้สำนักสถาปัตยกรรม โดยคณะกรรมการพิจารณาความเสียหาย ดำเนินการสำรวจตรวจสอบความเสียหายของพัสดุที่ผู้รับจ้างรายเดิมยังไม่ส่งมอบ เพื่อนำไปคำนวณงบประมาณที่จำเป็นสำหรับเสนอขอตั้งงบประมาณประจำปี 2570 ในการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่มาดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการ หากทุกขั้นตอนดำเนินการแล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด คาดว่าโครงการจะสามารถกลับมาดำเนินการก่อสร้างได้อีกครั้งในปีงบประมาณ 2570 และเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

นายณัฏฐกิตต์ สุหจิตติกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกำแพงเพชร รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตาก ซึ่งเป็นผู้นำทีมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตาก ผู้แทนจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตาก และผู้แทนจากเทศบาลนครแม่สอด ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ก่อสร้าง กล่าวยืนยันว่าสำนักงาน ป.ป.ช. จะกำกับติดตามผลการดำเนินโครงการดังกล่าวผ่านสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตากอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทิ้งงาน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นัดชี้ชะตา 'นพ.สรณ' 17 ก.ค. ปมขาดคุณสมบัติประธาน กสทช.
นัดชี้ชะตา 'นพ.สรณ' 17 ก.ค. ปมขาดคุณสมบัติประธาน กสทช.