เปิดรายงาน สตง. สอบข้อร้องเรียน โครงการก่อสร้างถนนนวัตกรรมดินซีเมนต์ผสมน้ำยาโพลิเมอร์ 4 อปท.ชายแดนใต้ ปี 2568 พบต้นทุนพุ่ง-เหตุผลไม่ชัด สั่งเบรก สกัดงบสูญ 21.22 ล.
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการจัดจ้างโครงการก่อสร้างถนนนวัตกรรมดินซีเมนต์ผสมน้ำยาโพลิเมอร์ จากงบประมาณแผนงานการกระจายอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พบข้อบกพร่องสำคัญในการจัดทำคำขอรับการสนับสนุนงบประมาณ โดยเฉพาะการแสดงเหตุผลและความจำเป็นในการเลือกใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ขณะที่ผลการทบทวนและแก้ไขโครงการทำให้รัฐไม่ต้องสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น รวมกว่า 21.22 ล้านบาท
กรณีดังกล่าว สตง.ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนโครงการก่อสร้างถนนนวัตกรรมดินซีเมนต์ผสมน้ำยาโพลิเมอร์ จำนวน 4 รายงาน ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบลราตาปันยัง และองค์การบริหารส่วนตำบลโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลท่าธง และองค์การบริหารส่วนตำบลวังพญา จังหวัดยะลา
จากการตรวจสอบพบว่า ในการจัดทำเอกสารรายละเอียดเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ สำหรับโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต โครงสร้างชั้นพื้นทางดินซีเมนต์ผสมน้ำยาเชื่อมประสานตามบัญชีนวัตกรรมไทย รหัส 01010052 แบบคำขอโครงการไม่ได้อธิบายหลักการ เหตุผล และความจำเป็นอย่างชัดเจนเพียงพอที่จะสะท้อนว่าเหตุใดจึงมีความจำเป็นต้องใช้เทคนิคดังกล่าวในการก่อสร้าง
นอกจากนี้ สตง.พบว่า ค่างานชั้นพื้นทางดินซีเมนต์ผสมน้ำยาเชื่อมประสาน หรือโพลิเมอร์ ตามบัญชีนวัตกรรมไทย รหัส 01010052 มีราคาสูงกว่าค่างานชั้นพื้นทางหินคลุกตามแบบมาตรฐานงานทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งผลให้มูลค่าโครงการเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจไม่สอดคล้องกับหลักความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่า การขอรับการสนับสนุนงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจมีกรอบระยะเวลาที่จำกัด ทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลาไม่เพียงพอในการศึกษารายละเอียดและข้อจำกัดของวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ตามบัญชีนวัตกรรมไทย อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้รับคำแนะนำจาก สตง. หน่วยงานได้ทบทวนความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการ พร้อมพิจารณาปรับแก้คุณลักษณะงาน ปรับลดค่างาน หรือยกเลิกโครงการตามความเหมาะสม
สตง.พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำคำขอรับการสนับสนุนงบประมาณยังปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้านวินัยการเงินการคลังของรัฐ จึงมีข้อเสนอแนะให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำกับดูแลผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำคำขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อบกพร่องในลักษณะดังกล่าวอีก
สำหรับโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว สตง.เสนอให้หน่วยงานทบทวนการดำเนินโครงการ โดยยึดหลักความคุ้มค่าตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ภายหลังการตรวจสอบ หน่วยงานได้ดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงโครงการหลายกรณี ทั้งการตัดส่วนผสมน้ำยาโพลิเมอร์ออก การปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการก่อสร้างถนนผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่มีโครงสร้างชั้นพื้นทางดินซีเมนต์ผสมน้ำยาเชื่อมประสาน เป็นการก่อสร้างถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีตในรูปแบบที่เหมาะสม ส่งผลให้สามารถปรับลดงบประมาณโครงการลงได้ รวมทั้งมีการยกเลิกโครงการที่พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีความเหมาะสมในการดำเนินการ
ขณะเดียวกัน ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ มิให้ดำเนินการขอรับงบเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับโครงการก่อสร้างถนนนวัตกรรมดินซีเมนต์ผสมน้ำยาโพลิเมอร์ในลักษณะดังกล่าวอีก
ผลจากการตรวจสอบและข้อเสนอแนะของ สตง. ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนและปรับปรุงการดำเนินโครงการ รวมถึงยกเลิกโครงการที่ขาดความเหมาะสม ช่วยป้องกันการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐที่ไม่จำเป็น และส่งผลให้รัฐ ไม่ต้องสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น รวมทั้งสิ้น 21.22 ล้านบาท




