"...จากการสังเกตการณ์ พบว่า อุปกรณ์บางรายการมีสภาพไม่พร้อมใช้งาน ได้แก่ เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะใช้งานไม่ได้ ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และนำไปสู่การเสียชีวิตของนักกีฬา..."
สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้สรุปรายงานผลตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของโรงเรียนกีฬา 6 แห่ง และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 6 วิทยาเขต ใน 7 จังหวัด ซึ่งได้รับงบลงทุนรวม 549.29 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงบครุภัณฑ์การศึกษา 190.70 ล้านบาท จากครุภัณฑ์ที่ได้รับจัดสรร 277 รายการ ตรวจไม่พบ 17 รายการ เนื่องจากถูกยืมไปใช้หรือนำไปใช้นอกสถานที่ ส่วนที่ตรวจพบ 260 รายการ มีการใช้ประโยชน์ 204 รายการ ขณะที่ 56 รายการ หรือ 21.54% ไม่มีการใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอุปกรณ์กีฬาสำหรับการทดสอบ พบไม่ได้ใช้ถึง 26 จาก 79 รายการ หรือ 32.91%
ประเด็นสำคัญคือ อุปกรณ์บางรายการเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติส่วนกลางจัดสรรให้ ทั้งที่โรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตไม่ได้ขอรับการสนับสนุน ขณะที่เจ้าหน้าที่และบุคลากรยังขาดองค์ความรู้และความชำนาญในการใช้งาน อีกทั้งอุปกรณ์บางชนิดทดสอบนักกีฬาได้ครั้งละเพียง 1 คน และใช้เวลานานในการทดสอบและประมวลผล ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เบื้องต้น สตง.ได้เสนอแนะให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว

สตง. ไล่ตรวจงบ ร.ร.-ม.กีฬาฯ พบส่วนกลางจัดสรรของให้ทั้งที่ไม่ได้ร้องขอ
ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดรายงานผลการตรวจสอบกรณีนี้ ฉบับเต็มของ สตง.
ในรายงานการตรวจสอบ สตง.ระบุว่า จากการสุ่มตรวจสอบโรงเรียนกีฬา จำนวน 6 แห่ง และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขต จำนวน 6 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ปทุมธานี นครนายก อ่างทอง สุพรรณบุรี ตรัง และศรีสะเกษ ซึ่งได้รับจัดสรรงบลงทุน จำนวน 549.29 ล้านบาท ในงบประมาณจำนวนนี้เป็นงบประมาณครุภัณฑ์การศึกษา จำนวน 190.70 ล้านบาท
จำแนกออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ อุปกรณ์กีฬาสำหรับการฝึกฝน อุปกรณ์กีฬาสำหรับการทดสอบ อุปกรณ์กีฬาสำหรับการวิจัย และอุปกรณ์สำหรับเวชศาสตร์ฟื้นฟู
จากการสังเกตการณ์ครุภัณฑ์การศึกษาที่ได้รับจัดสรร จำนวน 277 รายการ พบว่า มีครุภัณฑ์การศึกษาที่ตรวจไม่พบ จำนวน 17 รายการ เนื่องจากมีการยืมไปใช้ฝึกซ้อมภายในโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขต หรือนำไปใช้นอกสถานที่ และครุภัณฑ์การศึกษาที่ตรวจพบ จำนวน 260 รายการ จำแนกเป็น ครุภัณฑ์การศึกษาที่มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 204 รายการ คิดเป็นร้อยละ 78.46 ของครุภัณฑ์การศึกษาที่ตรวจพบ และครุภัณฑ์การศึกษาที่ไม่มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 56 รายการ คิดเป็นร้อยละ 21.54 ของครุภัณฑ์การศึกษาที่ตรวจพบ
มีรายละเอียดดังนี้
1. อุปกรณ์กีฬาสำหรับการฝึกฝน จำนวน 146 รายการ พบว่า มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 128 รายการ คิดเป็นร้อยละ 87.67 ของอุปกรณ์กีฬาสำหรับการฝึกฝนที่ตรวจพบ และไม่มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 18 รายการ คิดเป็นร้อยละ 12.33 ของอุปกรณ์กีฬาสำหรับการฝึกฝนที่ตรวจพบ โดยอุปกรณ์บางรายการไม่ตรงตามความต้องการ และบางรายการมีอุปกรณ์ที่ใช้ทดแทนกัน ประกอบกับไม่มีสถานที่ตั้งวางอุปกรณ์
2. อุปกรณ์กีฬาสำหรับการทดสอบ จำนวน 79 รายการ พบว่า มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 53 รายการ คิดเป็นร้อยละ 67.09 ของอุปกรณ์กีฬาสำหรับการทดสอบที่ตรวจพบ และไม่มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 26 รายการ คิดเป็นร้อยละ 32.91 ของอุปกรณ์กีฬาสำหรับการทดสอบที่ตรวจพบ
โดยอุปกรณ์บางรายการได้รับจัดสรรจากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (ส่วนกลาง) โดยที่โรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตไม่ได้ขอรับการสนับสนุน ซึ่งอุปกรณ์ที่ได้รับจัดสรรเป็นอุปกรณ์ที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์และทดสอบร่างกาย โดยเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตยังไม่มีองค์ความรู้หรือความชำนาญในการใช้งาน และใช้ทดสอบนักกีฬาได้เพียงครั้งละ 1 คน ซึ่งใช้ระยะเวลานานในการทดสอบและประมวลผลข้อมูล
3. อุปกรณ์กีฬาสำหรับการวิจัย จำนวน 10 รายการ พบว่า มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 5 รายการ คิดเป็นร้อยละ 50.00 ของอุปกรณ์กีฬาสำหรับการวิจัยที่ตรวจพบ และไม่มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 5 รายการ คิดเป็นร้อยละ 50.00 ของอุปกรณ์กีฬาสำหรับการวิจัยที่ตรวจพบ โดยอุปกรณ์กีฬาสำหรับการวิจัยเป็นอุปกรณ์เพื่อใช้ในการวิจัยทางด้านกีฬาและการเรียนการสอนของอาจารย์ในแต่ละวิทยาเขตเป็นหลัก และเป็นอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงกว่าอุปกรณ์ชนิดอื่น ซึ่งผู้ใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์หรือนักศึกษาระดับปริญญาโท เพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้างานวิจัยหรือการเขียนงานวิชาการ
โดยบางรายการโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตไม่ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณ แต่ได้รับงบประมาณในการจัดซื้อจากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (ส่วนกลาง)
4. อุปกรณ์สำหรับเวชศาสตร์ฟื้นฟู จำนวน 25 รายการ พบว่า มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 18 รายการ คิดเป็นร้อยละ 72.00 ของอุปกรณ์สำหรับเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ตรวจพบ และไม่มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 7 รายการ คิดเป็นร้อยละ 28.00 ของอุปกรณ์สำหรับเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ตรวจพบ โดยอุปกรณ์สำหรับเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นอุปกรณ์เพื่อใช้ในการฟื้นฟูร่างกายและสมรรถภาพของนักกีฬา และเพื่อช่วยเหลือนักกีฬาหรือบุคลากรภายในโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตการณ์ พบว่า อุปกรณ์บางรายการมีสภาพไม่พร้อมใช้งาน ได้แก่ เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะใช้งานไม่ได้ ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และนำไปสู่การเสียชีวิตของนักกีฬา
รายงานตรวจสอบสตง. ยังระบุด้วยว่า ทั้งนี้ ครุภัณฑ์การศึกษาที่มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 12 รายการ อุปกรณ์บางรายการมีสภาพชำรุดและไม่ได้รับการดูแลบำรุงรักษาให้สามารถใช้งานได้ โดยอุปกรณ์ที่มีสภาพชำรุดส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์กีฬาสำหรับการฝึกฝน ซึ่งมีการใช้งานเป็นประจำ รวมถึงอุปกรณ์บางรายการที่มีการใช้ประโยชน์ แต่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จากการที่ครุภัณฑ์การศึกษาไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นระยะเวลานานนับตั้งแต่ได้รับการส่งมอบ คิดเป็นงบประมาณไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ไม่เกิดประโยชน์ ส่งผลให้เกิดความไม่คุ้มค่าและเสียโอกาสในการนำเงินงบประมาณไปใช้จ่ายในกิจกรรมอื่น ๆ ของโครงการฯ
นอกจากนี้ การไม่ใช้ประโยชน์ครุภัณฑ์การศึกษาตามวัตถุประสงค์ ทำให้กลุ่มเป้าหมายของโครงการไม่ได้รับการฝึกฝน ขาดข้อมูลการทดสอบความแข็งแรงและความทนทานของร่างกายในการเพิ่มศักยภาพทางกีฬา ตลอดจนการวิจัยในการเสริมสร้างพัฒนาการของนักกีฬา เพื่อให้นักกีฬามีศักยภาพที่สูงขึ้นในระดับเท่าเทียมกับนานาชาติตามที่มุ่งหวัง
ซึ่งการที่ครุภัณฑ์การศึกษาบางรายการไม่มีการใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ เกิดจากการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีในแต่ละปีเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์การศึกษาของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติไม่สอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขต โดยจากการตรวจสอบ พบว่า โรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตส่วนใหญ่ไม่ได้จัดทำคำของบประมาณ แต่ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์การศึกษาในรายการที่ไม่สอดคล้องต่อบริบทและความต้องการของแต่ละโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขต
รวมถึงครุภัณฑ์การศึกษาบางประเภทที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายไม่สอดคล้องกับองค์ความรู้ของเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอุปกรณ์กีฬาสำหรับการทดสอบและการวิจัยที่มีรูปแบบเทคโนโลยีขั้นสูง มีรายละเอียดการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละรายการ ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (ส่วนกลาง) จะกำหนดให้มีการสาธิตหรือจัดอบรมการใช้งานครุภัณฑ์การศึกษาภายหลังจากการตรวจรับ แต่จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตที่สุ่มตรวจสอบ ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่และบุคลากรที่เกี่ยวข้องยังคงไม่มีองค์ความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับการใช้งาน และไม่ได้ศึกษาการใช้งานจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างความรู้เพิ่มเติม
ประกอบกับขอบเขตของงานในการจัดซื้อครุภัณฑ์การศึกษาบางรายการไม่ได้กำหนดให้มีการอบรมการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน จึงทำให้ไม่มีการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ดังกล่าวตั้งแต่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย
นอกจากนี้ แผนการซ่อมบำรุงครุภัณฑ์การศึกษาไม่ได้ประมาณการงบประมาณสำหรับซ่อมแซมเพื่อใช้ในการซ่อมแซมครุภัณฑ์การศึกษาไว้อย่างชัดเจน โดยโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตมีการกำหนดการดูแลบำรุงรักษาครุภัณฑ์การศึกษาเป็นภาพรวมในแต่ละปีเท่านั้น ซึ่งหากพบครุภัณฑ์การศึกษามีสภาพชำรุดเพียงเล็กน้อยและสามารถซ่อมแซมได้ จะดำเนินการซ่อมแซมให้มีสภาพพร้อมใช้งาน
แต่กรณีที่ครุภัณฑ์การศึกษามีสภาพชำรุดและไม่สามารถซ่อมแซมได้ จะให้บริษัทผู้จำหน่ายเป็นผู้ทำหน้าที่ในการซ่อมแซมครุภัณฑ์การศึกษานั้น ๆ หากอุปกรณ์กีฬายังอยู่ในระยะเวลารับประกันการใช้งาน 1 ปี และเมื่อหมดระยะเวลาประกัน การซ่อมแซมครุภัณฑ์การศึกษาที่มีสภาพชำรุดและไม่สามารถซ่อมแซมได้ จะดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อขอตั้งเบิกเงินงบประมาณในการซ่อมแซมปีถัดไป โดยไม่สามารถขอเบิกเงินงบประมาณเพื่อดำเนินการซ่อมแซมได้ทันที
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ครุภัณฑ์การศึกษาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ และ มีการควบคุม ดูแลบำรุงรักษาครุภัณฑ์การศึกษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มีข้อเสนอแนะให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1. กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุมัติจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ประเภทงบลงทุน เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์การศึกษา รวมถึงควรมีการสำรวจถึงความจำเป็น/ความต้องการให้สอดคล้องกับ กลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ โดยต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับครุภัณฑ์การศึกษาที่มีอยู่ซึ่งสามารถใช้งานและ เป็นประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน ประเภทครุภัณฑ์การศึกษาที่ชำรุดรอการซ่อมแซม และครุภัณฑ์ การศึกษาที่ขาดแคลนของโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตแต่ละแห่ง นอกจากนี้ ให้พิจารณาถึงบริบทของ โรงเรียนกีฬาและวิทยาเขต ทั้งในเรื่องความพร้อมและความเหมาะสมของสถานที่ ประเภทกีฬาที่เปิดสอน รวมถึงความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยี ขั้นสูง เพื่อให้การพิจารณาจัดหาครุภัณฑ์การศึกษามีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการของแต่ละ โรงเรียนกีฬาและวิทยาเขต
2. สั่งการให้มีการสำรวจครุภัณฑ์การศึกษาที่โรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตไม่มีความจำเป็น ในการใช้งาน เพื่อหาแนวทางส่งมอบครุภัณฑ์การศึกษาให้กับโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตที่มีความต้องการ ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ และไม่เกิดภาระทางงบประมาณในการดูแลบำรุงรักษา
3. กำชับให้โรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตดำเนินการศึกษาวิธีการใช้งานครุภัณฑ์การศึกษาที่มี เทคโนโลยีขั้นสูง โดยดำเนินการจัดอบรมเพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถ ใช้ประโยชน์ครุภัณฑ์การศึกษาได้อย่างถูกต้อง เต็มประสิทธิภาพและครบถ้วนทุกรายการที่ได้รับจัดสรร งบประมาณรายจ่าย รวมถึงการจัดทำแนวทางหรือคู่มือประกอบการใช้งาน เพื่อให้เกิดการถ่ายทอด องค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องภายในหน่วยงานยังคงสามารถ ใช้ประโยชน์ต่อไปได้
4. สั่งการโรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตจัดทำฐานข้อมูลครุภัณฑ์การศึกษาจำแนกตามอายุและ รายละเอียดการบำรุงรักษาและซ่อมแซม เพื่อใช้ในการประมาณการและจัดทำคำของบประมาณ เพื่อบำรุงรักษา และซ่อมแซมครุภัณฑ์การศึกษาที่มีอยู่ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
ส่วนข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ สำนักข่าว Next News จะติดตามมานำเสนอต่อไป




