News Logo
หน้าแรก
สตง.-ไทยพีบีเอส เปิดศึก! งัดหนังสือท้วงข่าวตึกถล่ม-โต้ผลสอบใช้เงินรัฐ

สตง.-ไทยพีบีเอส เปิดศึก! งัดหนังสือท้วงข่าวตึกถล่ม-โต้ผลสอบใช้เงินรัฐ

14 ต.ค. 2569 10:57
ผู้ชม 18 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ท่าที สตง.-ไทยพีบีเอส ระอุ! ก่อนเปิดเวทีแถลงข่าวโต้วันนี้ คนในไทยพีบีเอส งัดหนังสือ สตง.ลงวันที่ 27 มี.ค. 2569 ขอให้กำกับดูแลสื่อในสังกัด กรณีรายการ “ตรงประเด็น” นำเสนอข่าวย้อนรอยตึก สตง.ถล่ม มาเปิดเผย ชี้จุดเริ่มต้นก่อนโดนสอบใช้งบ ขณะที่อีกฝ่ายยันการตรวจสอบเริ่มตั้งแต่ 26 ม.ค. 2569 ก่อนเกิดข้อพิพาทเรื่องข่าวตึกถล่ม ย้ำตรวจสอบพฤติกรรมบุคคลบางราย ไม่ใช่การตรวจสอบองค์กรทั้งหมด ยังเหลืออีก 1 สำนวนร้องเรียน คาดสรุปรายงานได้สัปดาห์หน้า

สำนักข่าว Next News รายงานว่า ในช่วงเช้าวันที่ 14 ตุลาคม 2569 บรรยากาศความขัดแย้งระหว่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังทั้งสองหน่วยงานเตรียมเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอสในวันเดียวกัน

โดย สตง.นัดหมายสื่อมวลชนรับฟังการแถลงผลการตรวจสอบในเวลา 11.00 น. ขณะที่ไทยพีบีเอสประกาศเตรียมแถลงชี้แจงในเวลา 14.00 น. ณ สำนักงานไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต พร้อมถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องหมายเลข 3 และช่องทางออนไลน์ขององค์กร

อย่างไรก็ตาม ก่อนการแถลงข่าวดังกล่าว มีคนในไทยพีบีเอส นำเอกสารหนังสือราชการของ สตง.ที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าวกรณีอาคารสำนักงาน สตง.แห่งใหม่ถล่ม ออกมาเปิดเผย จนเกิดข้อถกเถียงว่าการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอสมีความเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ตรวจสอบและนำเสนอข่าวของสื่อสาธารณะหรือไม่

เปิดหนังสือ สตง.ท้วงรายการ ‘ตรงประเด็น’

สำหรับเอกสารดังกล่าว เป็นหนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 เรื่อง “ขอความอนุเคราะห์ให้กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนในสังกัด” ส่งถึงประธานกรรมการบริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

เนื้อหาหนังสือระบุถึงรายการ “ตรงประเด็น” ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รวมถึง Facebook Live และ YouTube Live เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีการนำเสนอเนื้อหาย้อนรอยเหตุการณ์อาคารสำนักงาน สตง.แห่งใหม่พังถล่ม ในช่วงใกล้ครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์

สตง. เห็นว่า การตั้งคำถามของผู้สื่อข่าวในรายการดังกล่าวอาจมีลักษณะเป็นการชี้นำสังคม ทำให้ประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แม้ในขณะนั้นยังไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ สตง.

จึงขอให้ผู้บริหารไทยพีบีเอสกำชับ กำกับดูแล และควบคุมการปฏิบัติงานของผู้สื่อข่าว รวมถึงกระบวนการผลิตและเผยแพร่รายการ ให้ยึดถือจรรยาบรรณวิชาชีพ ความเป็นกลาง และไม่นำเสนอข่าวในลักษณะชี้นำประชาชน

พร้อมกันนี้ สตง.ยังได้จัดส่งอินโฟกราฟิกเกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีอาคารสำนักงานแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่ม เพื่อประกอบการพิจารณาของไทยพีบีเอสด้วย

ด้านคนใน สตง.สวนกลับ ‘ตรวจคน ไม่ได้ตรวจองค์กร’

ขณะที่ แหล่งข่าวจาก สตง. เปิดเผยว่า การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ควรถูกนำไปอธิบายว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรกับองค์กร เพราะสาระสำคัญของการตรวจสอบมุ่งไปที่การกระทำของบุคคลบางรายซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในไทยพีบีเอส และอาจมีพฤติการณ์ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง บุคลากรของไทยพีบีเอสทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ถูกตรวจสอบ จึงไม่ควรนำภาพรวมขององค์กรมาเชื่อมโยงกับพฤติการณ์ของบุคคลที่ปรากฏในผลการตรวจสอบ

นอกจากนี้ การตรวจสอบดังกล่าวเป็นการตรวจสอบแบบบูรณาการ ครอบคลุมการตรวจสอบการเงิน (Financial Audit: FA) การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance Audit: CA) และการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Performance Audit: PA)

โดยผู้ตรวจเงินแผ่นดินได้แต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569

แหล่งข่าวจาก สตง.ระบุอีกว่า มีความพยายามจากบุคคลบางกลุ่มที่จะเชื่อมโยงการตรวจสอบครั้งนี้เข้ากับประเด็นการแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอส รวมถึงกรณีการนำเสนอข่าวอาคาร สตง.ถล่มแต่หากพิจารณาลำดับเหตุการณ์จะพบว่า การแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ที่ถูกหยิบยกมาเชื่อมโยงทั้งหมด

แหล่งข่าวจาก สตง. ยังเห็นว่า เหตุการณ์เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวตึกถล่มเกิดขึ้นภายหลังการเริ่มตรวจสอบ จึงไม่ควรนำมาใช้หักล้างข้อค้นพบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงิน โดยควรพิจารณาว่าข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ สตง.ตรวจพบสามารถยืนยันการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้หรือไม่

แหล่งข่าวจาก สตง. ยังเปิดเผยด้วยว่า การแถลงข่าววันที่ 14 ตุลาคม 2569 จะเป็นการเปิดเผยผลการตรวจสอบใน 2 ลักษณะงานที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น ขณะเดียวกัน ยังมีการตรวจสอบตามหนังสือร้องเรียนอีก 1 สำนวน ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำรายงาน โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า

ส่วนความคืบหน้ากรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม นั้น ทางสตง. มีการชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก สตง. ระบุว่า ปัจจุบันในส่วนของคดีอาญา พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล จำนวน 23 ราย ต่อศาลอาญา และคดีอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล จึงยังไม่มีข้อยุติถึงความรับผิดของบุคคลใด จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการชี้แจงข้อเท็จจริง การส่งมอบเอกสารและพยานหลักฐานแก่พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. กรมบัญชีกลาง ตลอดจนคณะกรรมการและคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ดำเนินการบอกเลิกสัญญาที่เกี่ยวข้องและดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายตามกระบวนการ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ

อินโฟ

อินโฟ

อินโฟ

อินโฟ

อินโฟ

อินโฟ

อินโฟ

อินโฟ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สตง.
ไทยพีบีเอส

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สิน 42 ล้าน 'วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร' รองหัวหน้าพรรคประชาชน
ทรัพย์สิน 42 ล้าน 'วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร' รองหัวหน้าพรรคประชาชน