News Logo
หน้าแรก
โฆษกศาลแจงเหตุ ศาลฯสั่งคืนที่ 2 พันล้าน บ.ไม้อัดไทย ใช้ทรัพย์ล้างหนี้

โฆษกศาลแจงเหตุ ศาลฯสั่งคืนที่ 2 พันล้าน บ.ไม้อัดไทย ใช้ทรัพย์ล้างหนี้

13 ก.พ. 2569 17:24
ผู้ชม 91 คน

โฆษกศาลฯ แจงข้อสงสัยทำไมศาลสั่งให้ บ.ไม้อัดไทย ล้มละลาย ทั้งที่ทรัพย์สินมาก ชี้ทรัพย์สินที่บริษัทมีตอนนี้ยังไม่พอใช้หนี้สินมหาศาล -เผยขั้นตอนคดีจนศาลฎีกามีคำสั่งคืนที่ดิน 5 แปลงย่านบางนา มูลค่ากว่า 2 พันล้าน ให้บริษัทนำมาชดใช้หนี้แก่เจ้าหนี้

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้ออกมาชี้แจงขั้นตอนการดำเนินคดีล้มละลายของบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด หลังจากมีรายงานข่าวและข้อสงสัยว่า บริษัทดังกล่าวมีทรัพย์สินจำนวนมาก แต่กลับถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย เนื้อหาคำชี้แจงระบุวา

จากการตรวจสอบข้อมูลและขั้นตอนในศาลล้มละลายกลาง พบว่า บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้ถูกผู้ชำระบัญชีคือ นายประจวบ กลิ่นขจรวงศ์ และนายนิทัศน์ ศรีทะวงศ์ ยื่นคำร้องขอให้บริษัทล้มละลายเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 คดีหมายเลขดำที่ ล.974/2561

ในคำร้องระบุว่า บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด มีหนี้สินค้างชำระต่อกรมสรรพากรสูงถึง 1,408,646,723 บาท แต่มีทรัพย์สินเหลือเพียง 138,251,844 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อหนี้สิน ศาลล้มละลายกลางพิจารณาคำร้องประกอบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินที่จัดทำโดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน รวมถึงพยานเอกสารทั้งหมดแล้ว เห็นว่าจำนวนสินทรัพย์ตรงกับที่ระบุในคำร้อง และเงินค่าหุ้นได้ใช้หมดแล้ว จึงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด เด็ดขาดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 และต่อมาในวันที่ 18 ธันวาคม 2561 ศาลได้มีคำพิพากษาให้บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ล้มละลาย

ประเด็นสำคัญที่ตามมาคือ ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนการโอนทรัพย์สินที่ดินโฉนดเลขที่ 1930, 1929, 1577, 1600 และ 1866 รวม 5 แปลง ในแขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทลูกหนี้ได้โอนให้กับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตามมติคณะกรรมการบริหารกิจการขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และมติคณะกรรมการบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ในช่วงปลายปี 2554 โดยระบุว่าการโอนดังกล่าวอาจเป็นการทำให้เจ้าหนี้รายอื่นเสียเปรียบ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ได้ยื่นคำคัดค้านและขอให้ศาลยกคำร้อง อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด จึงได้ยื่นอุทธรณ์ และในวันที่ 10 มีนาคม 2564 ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินทั้ง 5 แปลง คืนแก่กองทรัพย์สินของบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด

ต่อมา องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ได้ยื่นฎีกา เพื่อขอให้ศาลฎีกาพิจารณาใหม่ แต่ในที่สุด เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ

คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวมีผลให้ที่ดินทั้ง 5 แปลง ได้แก่ โฉนดเลขที่ 1930, 1929, 1577, 1600 และ 1866 ในพื้นที่บางนา กรุงเทพมหานคร กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายของบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ที่ดินเหล่านี้มีราคาประเมินรวมมูลค่าทั้งสิ้น 2,017,504,000 บาท ณ วันจดทะเบียนเลิกกิจการเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2555 โดยแยกเป็นโฉนดเลขที่ 1930 มูลค่า 671,584,000 บาท, โฉนดเลขที่ 1929 มูลค่า 650,105,600 บาท, โฉนดเลขที่ 1577 มูลค่า 34,848,000 บาท, โฉนดเลขที่ 1600 มูลค่า 2,464,000 บาท และโฉนดเลขที่ 1866 มูลค่า 658,502,400 บาท

หลังจากนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด จะดำเนินการจัดการแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวให้กับบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ'เตรียมเสนอ ครม.ตั้ง'สันติธาร เสถียรไทย' ผู้ช่วยรมต.คลัง
'เอกนิติ'เตรียมเสนอ ครม.ตั้ง'สันติธาร เสถียรไทย' ผู้ช่วยรมต.คลัง