News Logo
หน้าแรก
'กรณ์' จี้ กลต.-ปปง. ระงับเงิน CAI หลังแบงก์ชาติสิงคโปร์ออกหมายจับ

'กรณ์' จี้ กลต.-ปปง. ระงับเงิน CAI หลังแบงก์ชาติสิงคโปร์ออกหมายจับ

10 มี.ค. 2569 13:26
ผู้ชม 97 คน

'กรณ์' โพสต์เฟซย้ำอีก จี้ กลต.-ปปง. ดำเนินการระงับเส้นเงิน CAI หลังข่าวแบงก์ชาติสิงคโปร์ ออกหมายจับกรรมการ CAI ส่งผลหุ้น BCPG ดิ่ง 25%

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาแสดงโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความกังวลและเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลของไทย โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ดำเนินการทันที ภายหลังมีข่าว Monetary Authority of Singapore (MAS) หรือเทียบเท่าธนาคารกลางสิงคโปร์ ได้ออกหมายจับกรรมการกองทุน Capital Asia Investments (CAI) ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้น BCPG ปรับลดลงอย่างรวดเร็วถึง 25% ในขณะที่ดัชนี SET ลดลงเพียง 1.9% ปัจจุบัน CAI ถือหุ้น BCPG อยู่ 168 ล้านหุ้น

นายกรณ์เน้นย้ำว่า หากมีการโยกย้ายขายหุ้นและโอนเงินออกจากบัญชีของ CAI และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีผู้รับผิดชอบทางกฎหมาย โดยเรียกร้องให้ ก.ล.ต. สั่งระงับการโอนเงินที่ได้จากการขายหุ้นจากบัญชีต้องสงสัยทุกบัญชีโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ข้อมูลจากตารางซื้อขายพบว่าหุ้น BCPG มีปริมาณการซื้อขายสูงถึง 85,032,600 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 504,589,000 บาท โดยมีราคาสูงสุดที่ 7.80 บาท ต่ำสุดที่ 5.30 บาท และราคาปิดที่ 5.30 บาท ปรับลดลง 1.80 บาท หรือ 25.35% จากราคาเดิม

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Strait Times ของสิงคโปร์ รายงานเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ว่า ตำรวจสิงคโปร์ได้จับกุมกรรมการบริษัทจัดการกองทุน CAI สองราย ในข้อหาต้องสงสัยกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของบริการทางการเงิน การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นจากการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างตำรวจและธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ซึ่งได้ยึดทรัพย์สินในบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ของ CAI มูลค่ารวมกว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 4,011.2 ล้านบาท

MAS ได้เปิดเผยว่า ตนได้ทบทวนบทบาทและกิจกรรมของ CAI หลังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่อาจผิดกฎหมาย และยังพบข้อบกพร่องร้ายแรงในการควบคุมการปฏิบัติตามข้อกำหนดการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) ของบริษัท ขณะที่ตำรวจได้รับข้อมูลข่าวกรองทางการเงินจากสำนักงานรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (Suspicious Transaction Reporting Office) เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของ CAI ในเครือข่ายการฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งเชื่อว่าเงินที่ได้มานั้นมาจากกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติ

อนึ่ง บริษัท CAI เคยเป็นที่จับตาในเดือนกันยายน 2568 จากการถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ปั่นหุ้นบลูชิปของไทยและบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ผ่านชุดธุรกรรมที่ซับซ้อน

นอกจากนี้ CAI ยังมีความเชื่อมโยงกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ของไทย ผ่านการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับกองทุน Prime Opportunity Fund VCC ซึ่งอยู่ในเครือข่ายเดียวกันกับ CAI เพื่อจัดตั้งโครงการศูนย์กลางดิจิทัล (TIDC) MOU ฉบับนี้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากมีการระบุเงื่อนไขการนำเข้าบุคลากรต่างชาติจำนวน 500 คน ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นช่องทางให้กลุ่มทุนสีเทาเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมาย ผู้ที่ลงนาม MOU คือนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ในขณะนั้น ร่วมกับนายยูจีน แทง ผู้บริหารของกลุ่ม CAI ต่อมาเมื่อรัฐมนตรีดีอีคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ก็ได้สั่งยกเลิก MOU ดังกล่าวทันที หลังพบความผิดปกติที่อาจโยงใยไปถึงคดีการสแกนม่านตา Worldcoin และความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางข้อมูลของประชาชน จนกลายเป็นคดีพิเศษที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเร่งตรวจสอบความโปร่งใสอยู่

ทั้งนี้ CAI ยังเคยมีบทบาทในการเข้าซื้อหุ้น บมจ. บางจาก (BCP) ในช่วงเดือนธันวาคม 2567 ก่อนจะทำการขายหุ้นเกือบทั้งหมดออกไปอย่างรวดเร็วให้กับบริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี (ACE) ซึ่งเป็นบริษัทตั้งใหม่ที่มีข้อสงสัยเรื่องที่มาของแหล่งเงินทุนมหาศาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ'เตรียมเสนอ ครม.ตั้ง'สันติธาร เสถียรไทย' ผู้ช่วยรมต.คลัง
'เอกนิติ'เตรียมเสนอ ครม.ตั้ง'สันติธาร เสถียรไทย' ผู้ช่วยรมต.คลัง