ศาลอาญาออกหมายจับ "แทนไท ณรงค์กูล" นักธุรกิจดัง CEO บ.ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ข้อหาฟอกเงิน-ละเมิดลิขสิทธิ์เว็บหนังออนไลน์ต่างประเทศโยงเว็บพนัน มูลค่าความเสียหาย 4.5 พันล้าน เผยจ้าตัวเคยเจอข้อครหาเว็บพนันช่วงปลายปี 65 แต่ตอนนั้นแจงไม่เกี่ยวข้อง อ้างทำแค่คริปโต-ฟอเรกซ์
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ศาลอาญาได้ออกหมายจับนายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สืบเนื่องจากคดีละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และโสตทัศนวัสดุจากต่างประเทศ ที่มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 4,518,790,200 บาท หรือประมาณ 4.5 พันล้านบาท
หมายจับดังกล่าวออกขึ้นเนื่องจากผู้ต้องหามีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี และมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โดยมีอายุความ 15 ปี
พฤติการณ์แห่งคดีและข้อกล่าวหาในคดีนี้เริ่มต้นจากการที่นายอธิวัฒน์ พุทธะโรจน์ธรรม ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และโสตทัศนวัสดุจากต่างประเทศ เข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ โดยพบว่าเว็บไซต์ moviebfree มีการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์
จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า นายนุวัฒน์ ยงยุทธ และนายแทนไท ณรงค์กูล ได้ร่วมกันจัดทำเว็บไซต์การพนันออนไลน์ แล้วนำมาลงโฆษณาใน moviebfree ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเป็นคลิปวิดีโอโฆษณาการพนันออนไลน์ก่อนที่จะมีการเล่นไฟล์ภาพยนตร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยนายนุวัฒน์เป็นผู้ดำเนินการติดต่อโฆษณาและรับเงินทั้งหมด
หลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงนายแทนไทคือคำให้การของเจ้าของเว็บไซต์ sakkarinsaid ที่อ้างว่าได้ซื้อไฟล์ภาพยนตร์จาก moviebfree และมีการสนทนาผ่านไลน์กับบุคคลชื่อ "tantaiz1688" ซึ่งพยานจดจำได้ว่าเป็นนายแทนไท นอกจากนี้นายแทนไทยังเคยติดต่อลงโฆษณาเว็บไซต์พนัน ufa678n บนหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว โดยมีการโอนเงินค่าโฆษณา 6,000 บาทผ่านบัญชีชื่อเจนจิรา บำรุงศิลป์
พยานหลักฐานจึงน่าเชื่อว่านายแทนไทกับพวกได้ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลักษณะเป็นการค้า ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(13), มาตรา 5, มาตรา 9 และมาตรา 60
อนึ่งก่อนหน้านี้ ในช่วงปลายปี 2565 นายแทนไท ณรงค์กูล ได้ตกเป็นที่สนใจของสังคม จากการที่บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ของเขาเป็นผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ "9กก 9999" ด้วยราคาสูงถึง 45,090,000 บาท เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม (ไม่มีปีระบุ) ทำให้เกิดข้อสังเกตจากสังคมและเพจ "สายไหมต้องรอด" ที่ตั้งคำถามถึงที่มาของเงินและเรียกร้องให้ ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ
นายแทนไทได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการโทรทัศน์ในตอนนั้นว่า ขอโทษที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด และยอมรับว่าเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับเว็บพนันมาตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากชอบเที่ยวต่างประเทศและเล่นคาสิโน ทำให้ภาพลักษณ์ดูเกี่ยวข้องกับการพนัน แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นนักเล่นหรือทำธุรกิจพาคนไปเล่นการพนัน
นายแทนไทอ้างตอนนั้นว่าหาเงินมาตั้งแต่เด็ก โดยช่วงหนึ่งเคยเปิดบริษัททำการตลาดออนไลน์ให้กับบริษัทในเครือเอไอเอส สร้างยอดขายได้มากกว่า 100 ล้านบาท และต่อมาได้ศึกษาและลงทุนในตลาดฟอเรกซ์และคริปโตเคอร์เรนซี โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 10 ล้านบาท และทำกำไรมาเปิดบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด
สำหรับกรณีที่เคยถูกจับกุมข้อหาพนันออนไลน์เมื่อเดือนตุลาคม 2563 และศาลแพ่งยื่นเรื่องยึดทรัพย์ 31 รายการ รวม 176 ล้านบาทนั้น นายแทนไทกล่าวว่ามีปัญหากับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งจากการทะเลาะกันระหว่างเล่นการพนันที่ต่างประเทศ และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ เป็นเพียงเส้นทางการเงินที่มีคนฝากเงินเข้าบัญชีเพื่อกู้ยืมกัน โดยคดีอาญาอัยการสั่งไม่ฟ้อง ส่วนคดีแพ่งอยู่ในชั้นอุทธรณ์
ส่วนการประมูลป้ายทะเบียนรถ นายแทนไทชี้แจงตอนนั้นว่าไม่ใช่การอวดรวย แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจที่จะต่อยอดจากป้ายทะเบียนรถดังกล่าว เพื่อทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ธุรกิจในปี 2566 เหมือนกับการโฆษณาบิลบอร์ดทั่วประเทศ และอยากใช้โอกาสนี้ชี้แจงสังคมว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน โดยเงินที่นำมาใช้ประมูลเป็นเงินสดหมุนเวียนในบริษัทฯ ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อการลงทุน โดยจะเข้าไปถือหุ้น 50% และลงทุนให้ พร้อมทีมดูแลบัญชีและการตลาดแก่ธุรกิจที่มีแผนชัดเจน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ดีเอสไอได้เข้าปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลำปาง ตาก พิษณุโลก สมุทรปราการ และชลบุรี รวม 8 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย และยังอยู่ระหว่างติดตามจับกุมอีก 3 ราย ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งมีมูลเหตุมาจากการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ผ่านเว็บไซต์ผิดกฎหมาย พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องและอายัดสถานที่บางแห่งเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
ดีเอสไอพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นระบบ มีลักษณะเป็นขบวนการตั้งแต่การบริหารจัดทำเว็บไซต์ในเครือทั้งหมด ผู้บริหารจัดการเส้นทางการเงิน ผู้ดูแลระบบและด้านเทคนิค การประสานงานด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ การเชื่อมโยงโฆษณาเว็บไซต์การพนันออนไลน์เข้ากับเว็บไซต์ภาพยนตร์ ก่อนจะนำรายได้ไปจัดหาบัญชีธนาคารและบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) ในการรับและโอนเงินที่มีลักษณะการฟอกเงิน รวมถึงผู้ถือครองทรัพย์สินแทนในลักษณะบัญชีนอมินี
ดีเอสไอจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และจะประสานความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อพิจารณาปิดกั้นเว็บไซต์ที่เข้าข่ายกระทำความผิดต่อไป





