News Logo
หน้าแรก
ปอท.ทลายคอลเซ็นเตอร์ หลอกลงทุน TikTokshop ปลอม เสียหาย 25 ล. โยงจีนเทา

ปอท.ทลายคอลเซ็นเตอร์ หลอกลงทุน TikTokshop ปลอม เสียหาย 25 ล. โยงจีนเทา

10 ก.พ. 2569 17:01
ผู้ชม 99 คน

ปอท.ทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกลงทุน TikTokshop ปลอม มีผู้เสียหาย 88 ราย สูญเงินร่วม 25 ล้าน รวบ 4 ผู้ต้องหา ยึดทรัพย์กว่า 114 ล้านบาท พบโยงใยขบวนการรับ-ส่งจีนเทา-หาอุปกรณ์คอลเซ็นเตอร์ข้ามประเทศ

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 ว่า กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดย พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผบก.ปอท. และ พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท. ได้ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ, บก.ปอศ., บก.สส.ภ.6, กก.สส. บก.ตม., สำนักงาน ปปง. รวมถึงหน่วยงานต่างประเทศ HSI และ USSS รวมกว่า 200 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และตาก เพื่อทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่หลอกลงทุนผ่านแอปพลิเคชันปลอม

พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ 4 ราย ประกอบด้วย นายหลิว อายุ 49 ปี สัญชาติจีน, นายวีรเทพ อายุ 51 ปี, น.ส.สุภาณี อายุ 55 ปี และนางธัญญารัตน์ อายุ 49 ปี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน”

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีพฤติการณ์หลอกลวงโดยใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์ที่น่าเชื่อถือ ติดต่อพูดคุยกับผู้เสียหายจนเกิดความสนิทสนม ก่อนชักชวนให้ขายสินค้าออนไลน์โดยอ้างว่าเป็นแพลตฟอร์ม “TikTokshop” โดยไม่ต้องสต็อกสินค้าหรือจัดส่งเอง จากนั้นจะส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันชื่อ “Tkshop” ซึ่งเป็นแอปปลอมที่ไม่ได้ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Play Store แต่ถูกออกแบบให้มีชื่อ หน้าตา และระบบการทำงานคล้ายของจริง

ภายในแอปพลิเคชันปลอมนี้จะสร้างภาพผลตอบแทนปลอม แสดงยอดขายและกำไร ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและถูกหลอกให้โอนเงินลงทุน ค่าสินค้า หรือค่าดำเนินการต่าง ๆ เข้าบัญชีธนาคารหลายบัญชีในเครือข่ายของกลุ่มคนร้าย และเมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้ โดยคนร้ายจะอ้างว่าทำผิดกฎและต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบ

จากการตรวจสอบข้อมูลระบบแจ้งความออนไลน์ พบผู้เสียหายถูกหลอกในลักษณะดังกล่าวรวม 88 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 25 ล้านบาท และยังพบกลุ่มบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องถูกแจ้งความแล้ว 67 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินส่งมอบให้ ปปง. ได้แก่ เงินสดประมาณ 4 ล้านบาท, รถยนต์ 13 คัน มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท, รถแทรกเตอร์ 31 คัน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท, รถขุด 1 คัน มูลค่า 1 ล้านบาท, บ้านหรู 1 หลัง มูลค่าประมาณ 31 ล้านบาท, ทองคำแท่ง 40 บาท มูลค่า 3.2 ล้านบาท, สินค้าแบรนด์เนมและเครื่องประดับหลายรายการ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท, โฉนดที่ดิน 28 แปลง มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท และอายัดเงินในบัญชีธนาคารอีกประมาณ 1 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้กว่า 114 ล้านบาท

นอกจากนี้ การขยายผลยังพบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการรับ–ส่งและขนย้ายบุคคลเข้าออกประเทศ รวมถึงการลำเลียงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถเช่าเป็นพาหนะในการเคลื่อนย้ายจากพื้นที่ภายในประเทศไปยังแนวชายแดน จัดหาที่พัก อาหาร และควบคุมการเคลื่อนไหว ก่อนส่งต่อให้เครือข่ายอีกกลุ่มลักลอบข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนหลักให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับกลางป่า! หนุ่มวัย 36 ลอบเผาพื้นที่อุทยานผาแดง อ้างกันไฟพิรุธเพียบ
จับกลางป่า! หนุ่มวัย 36 ลอบเผาพื้นที่อุทยานผาแดง อ้างกันไฟพิรุธเพียบ