สหรัฐฯ-อิหร่านเจรจา 4 ชั่วโมงที่เจนีวา ยังไม่ปิดดีล แต่ไม่ล้มโต๊ะ เห็นพ้อง “หลักการเบื้องต้น” ท่ามกลางแรงกดดันทางทหารและเงื่อนไขคว่ำบาตร
การเจรจานิวเคลียร์รอบล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่นครเจนีวา ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง แต่ทั้งสองฝ่ายยืนยันเดินหน้ากระบวนการต่อ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเผยว่า การหารือเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และมีความเข้าใจร่วมในหลักการทั่วไป ขณะที่สหรัฐฯ ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงใดๆ
การพบหารือครั้งนี้จัดขึ้นที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเป็นการเจรจาทางอ้อมผ่านตัวกลางจากโอมาน ตัวแทนอิหร่านนำโดย อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ส่วนฝ่ายสหรัฐฯ มี สตีฟ วิตคอฟฟ์ คือนักลงทุนและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับมหาเศรษฐีชาวอเมริกันและเป็นเพื่อนสนิทของ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วม ถือเป็นการหารือรอบที่สองหลังทั้งสองประเทศปะทะทางทหารเมื่อกลางปีก่อน
ภายหลังการประชุมว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ในหลักการกว้างๆ ที่จะใช้เป็นกรอบการเจรจาต่อไป ซึ่งจะใช้เป็นฐานสำหรับการยกร่างข้อตกลงในอนาคต แต่ย้ำว่ายังไม่ใช่การบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย และกระบวนการร่างรายละเอียดจะซับซ้อนกว่าเดิม
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังกล่าวถึงกรณีที่สหรัฐฯ ถอนตัวฝ่ายเดียวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 หรือ Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) เมื่อปี 2018 โดยระบุว่าเป็น “การละเมิดข้อตกลงที่ได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ” และเป็นต้นตอของวิกฤตปัจจุบัน
ประเด็นหลักบนโต๊ะยังคงเป็นเรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม อิหร่านยืนยันในฐานะภาคีสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ว่ามีสิทธิพัฒนาและใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ รวมถึงการเสริมสมรรถนะเพื่อวัตถุประสงค์พลเรือน ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการข้อจำกัดที่เข้มงวดและกลไกตรวจสอบที่รัดกุมมากขึ้น
บทบาทของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency: IAEA) ถูกหยิบยกขึ้นมาระหว่างการแถลงข่าว โดยอิหร่านระบุว่า ได้เริ่มหารือกับ IAEA และมีความคืบหน้าเมื่อเทียบกับรอบก่อนหน้า แม้ยังต้องใช้เวลาในการลดช่องว่างทางจุดยืน
การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางทหาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศก่อนหน้านี้ว่าสหรัฐฯ จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด หากอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไข หากการเจรจาล้มเหลว พร้อมเพิ่มกำลังเรือรบและเครื่องบินรบในอ่าวเปอร์เซีย
สื่อต่างประเทศระบุว่า นี่เป็นสัญญาณความคืบหน้าที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่มีการรื้อฟื้นการเจรจาอีกครั้งในเดือนนี้ หลังการพบกันรอบแรกที่โอมานเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ภาคสนามยังตึงเครียด อิหร่านจัดการซ้อมรบทางทะเลใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ เสริมกำลังในภูมิภาค สะท้อนความเสี่ยงที่การทูตอาจถูกท้าทายจากปัจจัยด้านความมั่นคง ทั้งนี้ ยังไม่มีการกำหนดวันเจรจารอบที่สาม โดยทั้งสองฝ่ายจะกลับไปพัฒนาร่างเอกสารก่อนกำหนดวันนัดหมายใหม่
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิหร่าน ทั้งด้านการส่งออกน้ำมัน ระบบการเงิน และการลงทุนจากต่างประเทศ ขณะที่วอชิงตันยืนยันว่าการผ่อนคลายคว่ำบาตรต้องผูกกับข้อจำกัดนิวเคลียร์ที่ตรวจสอบได้
อ้างอิง: Aljazeera




