ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 4,000 บาท อดีตนายกอบต.บางปลา จังหวัดนครปฐม เบิกจ่ายเงินโครงการก่อสร้างโรงสูบน้ำพร้อมเครื่องสูบน้ำให้ผู้รับจ้าง ทั้งที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ-พิเคราะห์เห็นว่าภายหลังทำผิดมีการดำเนินการให้ผู้รับจ้างเข้าแก้ไขงาน-ชำระค่าปรับตามสัญญาครบถ้วน ความเสียหายจึงไม่ร้ายแรง-ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษ 2 ปี
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 เฟซบุ๊ก สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาคดี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางปลา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม กับพวก เบิกจ่ายเงินโครงการก่อสร้างโรงสูบน้ำพร้อมเครื่องสูบน้ำให้ผู้รับจ้าง ทั้งที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ปีงบประมาณ 2556 จำนวนเงิน 614,953 บาท
อัยการสูงสุด โจทก์ นายอู๋ ภาสุวเกียรติ จำเลยที่ 1 และนายมิน ทองใบ จำเลยที่ 2 เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (คดีหมายเลขดำที่ อท 44/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 161/2568)
จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ศาลมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีใหม่ (คดีอยู่ระหว่างพิจารณา)
จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ
พิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 จำคุก 3 ปี 4 เดือน ปรับ 8,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 4,000 บาท
พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 2 ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีและสภาพความผิดของจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ทั้งภายหลังจำเลยที่ 2 กระทำความผิด มีการดำเนินการให้ผู้รับจ้างเข้าแก้ไขงาน และชำระค่าปรับตามสัญญาครบถ้วนแล้ว ความเสียหายจึงไม่ร้ายแรง เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 กลับตัวประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของสังคมต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
คดีนี้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยื่นอุทธรณ์ บัดนี้คดีถึงที่สุดแล้ว
จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน




