ศูนย์ ACSC เตือนภัยแก๊งหลอกลงทุนระบาดหนัก แอบอ้างชื่อ "โอ้กะจู๋" ตุ๋นอดีตข้าราชการ 75 ปี เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินรวม 45 ครั้ง สูญเงินเกือบ 24 ล้านบาท สูงสุดในคดีหลอกลงทุน ACSC ย้ำตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุนเสมอ ระวังข้อเสนอผลตอบแทนสูงเกินจริง
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจเอก ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) ร่วมกับ พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศปอส.ตร.) ได้เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังภัยจากแก๊งหลอกลงทุนที่กำลังอาละวาดหนัก
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า "คดีหลอกซื้อขายสินค้าและบริการ" ยังคงครองอันดับหนึ่งในด้านจำนวนการแจ้งความ อย่างไรก็ตาม "คดีหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน" กลับสร้างความเสียหายรุนแรงและมีมูลค่าสูงสุด คิดเป็น 49.7% ของคดีทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "คดีหลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์" ที่มูลค่าความเสียหายพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะ 10 อันดับแรก มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 34.9 ล้านบาท
ล่าสุด มีกรณีอดีตข้าราชการชายวัย 75 ปี ตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ หลังจากพบโฆษณาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ที่แอบอ้างชื่อแบรนด์ดัง "โอ้กะจู๋" ชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูงและรวดเร็ว พร้อมมี "โค้ช" คอยสอนแบบตัวต่อตัว และกำชับให้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
ผู้เสียหายได้ทยอยโอนเงินลงทุน โดยในระบบที่คนร้ายสร้างขึ้นจะปรากฏยอดเงินต้นและกำไรแบบเสมือนจริง มีการส่งภาพแคปหน้าจอกราฟหุ้นแสดงความเคลื่อนไหว และส่งลิงก์เว็บไซต์ให้ตรวจสอบยอดเงินได้ แต่ไม่สามารถเข้าดูข้อมูลส่วนอื่นได้ ในช่วงแรก ผู้เสียหายสามารถถอนเงินได้บางส่วน ทำให้เกิดความเชื่อมั่น แต่ต่อมากลับไม่สามารถถอนเงินได้ โดยคนร้ายอ้างว่าต้องชำระค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าปรับจากการทำรายการผิดขั้นตอน สุดท้ายผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวม 45 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 23,864,927 บาท
ACSC จึงขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยสามารถป้องกันความเสี่ยงได้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน "SEC Check First" ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หากเป็นบริษัทที่ถูกกฎหมาย จะพบชื่อบริษัทในระบบอย่างชัดเจน มีสถานะ "ได้รับอนุญาต" หรือ "ยังประกอบธุรกิจได้ตามปกติ" มีเลขที่ใบอนุญาตและรายละเอียดครบถ้วน มีที่อยู่และข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้ รวมถึงมีรายชื่อผู้แนะนำการลงทุนปรากฏในระบบ
ในทางตรงกันข้าม หากเป็นกรณีที่ไม่ถูกกฎหมายหรือมีความเสี่ยง ประชาชนจะค้นหาแล้วไม่พบชื่อบริษัท หรือพบสถานะ "เพิกถอน" หรือ "ไม่ได้รับอนุญาต" ไม่มีใบอนุญาตรองรับ หรือมีประกาศเตือนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ ผู้แนะนำการลงทุนจะไม่มีชื่อในระบบ หากเข้าข่ายความผิดปกติเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงการลงทุนทันที
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ยังได้ย้ำเตือนว่า มิจฉาชีพสามารถสร้างแอปพลิเคชันปลอม เลียนแบบชื่อ โลโก้ และหน้าตาของแอปพลิเคชันทางการ แล้วนำไปเผยแพร่ใน App Store หรือ Google Play ได้ การดาวน์โหลดจากแหล่งเหล่านี้จึงไม่ปลอดภัยเสมอไป ประชาชนต้องตรวจสอบข้อมูลผู้พัฒนาและใบอนุญาตให้ชัดเจน ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน SEC Check First ให้ครบถ้วน อย่าหลงเชื่อข้อเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง หรือการเร่งรัดให้รีบตัดสินใจ เพราะการตรวจสอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยป้องกันความเสียหายหลักล้านบาทได้









