ปฏิบัติการกองทัพเม็กซิโกในรัฐฮาลิสโกสังหารผู้นำ CJNG ภายในวันเดียว เกิดด่านเผารถ-ปิดถนนกว่า 250 จุดใน 20 รัฐ นักท่องเที่ยวติดค้าง เที่ยวบินยกเลิก กระทบท่องเที่ยว-ความมั่นคงข้ามพรมแดน
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026 กองทัพเม็กซิโกเปิดปฏิบัติการในเมืองตาปัลปา รัฐฮาลิสโก และสังหาร Nemesio Oseguera Cervantes หรือ “เอล เมนโช” ผู้นำ Jalisco New Generation Cartel (CJNG) ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดของเม็กซิโกและมีเครือข่ายลำเลียงโคเคน เมทแอมเฟตามีน และเฟนทานิลข้ามพรมแดนไปยังสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ โดยทำเนียบขาวยืนยันว่า สหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองในปฏิบัติการดังกล่าว
CJNG ถูกจัดให้เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีอิทธิพลสูงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ขยายอำนาจอย่างรวดเร็วหลังความเสื่อมอิทธิพลของเครือข่ายของ Joaquín "El Chapo" Guzmán และมีบทบาทสำคัญในตลาดเฟนทานิล ซึ่งเป็นประเด็นด้านความมั่นคงและสาธารณสุขที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงหลายปีหลัง โดยทำเนียบขาวยืนยันว่า สหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองในปฏิบัติการดังกล่าว
กระทรวงกลาโหมเม็กซิโกระบุว่า ระหว่างการปะทะมีสมาชิก CJNG เสียชีวิต 4 ราย และทหารบาดเจ็บ 3 นาย ปฏิบัติการถูกระบุว่า “วางแผนและดำเนินการโดยหน่วยพิเศษของเม็กซิโก” ขณะที่โฆษกทำเนียบขาวชี้ว่า เป้าหมายรายนี้เป็นหนึ่งในผู้ลำเลียงเฟนทานิลรายสำคัญเข้าสหรัฐฯ และเป็น “เป้าหมายระดับสูง” ของทั้งสองประเทศ
เกิดอะไรขึ้นหลังการสังหาร?
ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังข่าวแพร่กระจาย เกิดการเผารถและตั้งสิ่งกีดขวางบนถนนมากกว่า 250 จุดในอย่างน้อย 20 รัฐของเม็กซิโก โดยรัฐฮาลิสโกมีมากถึง 65 จุด คณะรัฐมนตรีความมั่นคงระบุว่า ส่วนใหญ่ถูกเคลียร์แล้ว แต่ยังมีบางจุดคงค้างในฮาลิสโก
ในรัฐฮาลิสโก ผู้ว่าการประกาศ “รหัสแดง” ระงับขนส่งสาธารณะ ยกเลิกกิจกรรมขนาดใหญ่ และงดการเรียนการสอนแบบออนไซต์ เมืองกวาดาลาฮารา มีภาพควันไฟเหนืออาคารหลายแห่ง ขณะที่เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งอย่างปวยร์โต บายาร์ตาฃ นักท่องเที่ยวให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า บรรยากาศคล้าย “เขตสงคราม”
เหตุรุนแรงกระจายไปยังรัฐอื่น เช่น เกอร์เรโร ทางชายฝั่งแปซิฟิก และตาเมาลีปัส ทางตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงมีรายงานเหตุในกรุงเม็กซิโกซิตีและรัฐเม็กซิโกด้วย ร้านค้าถูกเผา ธนาคารราว 20 สาขาถูกโจมตี และมีการจับกุมอย่างน้อย 25 คน แบ่งเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุรุนแรง 11 คน และปล้นสะดม 14 คน
สายการบินหลายแห่ง รวมถึง Air Canada, United Airlines และ American Airlines ยกเลิกเที่ยวบินไปยังรัฐฮาลิสโก กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนพลเมืองใน 5 รัฐ ได้แก่ ฮาลิสโก ตาเมาลีปัส พื้นที่บางส่วนของมิโชอากัน เกอร์เรโร และนวยโวเลออง ให้หลบอยู่ในที่พักจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ประธานาธิบดี คลอเดีย เชนบาม์ แถลงว่า รัฐบาลกลางและรัฐบาลในแต่ละรัฐทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมสถานการณ์ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศยังคงดำเนินกิจกรรมตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงดังกล่าว
ใครคือเอล เมนโช?
“เอล เมนโช” วัย 59 ปี เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นในรัฐมิโชอากัน ประเทศเม็กซิโก ก่อนจะผันตัวเข้าสู่วงการค้ายาเสพติด เติบโตในครอบครัวชนบท และในช่วงทศวรรษ 1980 ได้อพยพเข้าสหรัฐอเมริกาแบบไม่มีเอกสาร ต่อมาถูกจับกุมในรัฐแคลิฟอร์เนียในคดียาเสพติด ถูกจำคุกหลายปี และถูกส่งตัวกลับเม็กซิโกเมื่ออายุราว 30 ปี
หลังกลับประเทศ เอล เมนโช เข้าไปมีบทบาทในเครือข่ายค้ายาในภูมิภาคตะวันตก และก้าวขึ้นเป็นผู้นำ แก๊งค้ายา Jalisco New Generation Cartel (CJNG) ซึ่งขยายอิทธิพลอย่างรวดเร็วทั้งในเม็กซิโกและต่างประเทศ โดยเฉพาะการลำเลียงโคเคน เมทแอมเฟตามีน และเฟนทานิลเข้าสหรัฐฯ และถูกทางการสหรัฐฯ ตั้งรางวัลนำจับ 15 ล้านดอลลาร์ และถูกจัดเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญด้านความมั่นคง
ผู้เชี่ยวชาญด้านปราบปรามยาเสพติดในสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การต่อสู้กับค้ายาเสพติด แต่โครงสร้างคาร์เทลมักมีผู้นำระดับรองเตรียมขึ้นแทน ทำให้ทิศทางความรุนแรงในระยะสั้นขึ้นกับการตอบสนองของกลุ่มติดอาวุธและการควบคุมพื้นที่ของรัฐ
ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้เตือนชาวไทยในเม็กซิโก โดยระบุว่า ณ ขณะนี้ทางสถานทูตได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนให้คนไทยในพื้นที่หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด




