ผบช.ก. เผยคดี กกต. แจ้งความภาคประชาชนคืบหน้า! นัด กกต. ให้ปากคำเพิ่ม 5 มี.ค. ย้ำยึดข้อเท็จจริง-เจตนา ไม่หวั่นแรงกดดัน
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับภาคประชาชนและสื่อมวลชน หลังเข้าร่วมสังเกตการณ์การลงคะแนนเลือกตั้งเขตคันนายาวเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ โดยอ้างว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังมีการถ่ายภาพจนไม่เป็นความลับ ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยทางพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้ตัวแทน กกต. เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมในวันที่ 5 มีนาคมนี้ พร้อมนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมมาประกอบการพิจารณา
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้ กกต. เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมในวันที่ 5 มีนาคมนี้ พร้อมนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมเข้ามาด้วย ตามขั้นตอนแล้ว เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการสอบปากคำทุกฝ่าย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานตามคำให้การของผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ก่อนจะพิจารณาว่าเป็นความผิดในฐานใด และเป็นไปตามที่ กกต. แจ้งความไว้หรือไม่ โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดต้องดูตามข้อเท็จจริงเป็นหลัก
เมื่อถามถึงหลักฐานที่ กกต. นำมาแสดงว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หลักฐานส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน แต่เบื้องต้นก็ตามภาพที่ปรากฏในข่าวที่มีการถ่ายภาพในคูหาเลือกตั้ง ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในสำนวนการสอบสวน
เมื่อถามต่อว่าการพิจารณาเจตนาของผู้ถูกกล่าวหาว่าเข้าข่ายการบิดเบือนข้อมูลต่อสาธารณชนหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ย้ำว่า ตำรวจสอบสวนกลางทำงานโดยมีนโยบายว่าจะไม่สนใจว่าใครเป็นใคร โดยจะยึดข้อเท็จจริงเป็นตัวตั้ง และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย หากทั้งคู่มีหลักฐานใดๆ ก็ให้นำมามอบ เพื่อดำเนินการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ซึ่งหากพิจารณาแล้วพบว่าเป็นความผิด จะมีการออกหมายเรียก และหากไม่มาจะออกหมายจับตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือจะต้องดูในเรื่องของ "เจตนา" เป็นหลัก ว่าสิ่งที่ผู้ถูกกล่าวหากระทำนั้นมีเจตนาอย่างไร โดยจะนำทุกอย่างมาประกอบการพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการคดีในการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องอีกครั้ง
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ตำรวจจะไม่ดำเนินคดี ว่า หากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ก็มีสิทธิที่ขั้นตอนจะไปถึงการสั่งไม่ฟ้องได้ แต่ในขณะนี้กระบวนการเพิ่งเริ่มต้น จึงจำเป็นต้องดูการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอีกครั้ง
ในตอนท้าย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ได้ยืนยันกับประชาชนและสื่อมวลชนทุกคนว่า ไม่มีใครสามารถกดดันตำรวจสอบสวนกลางได้ การดำเนินการทั้งหมดจะยึดตามพยานหลักฐานในข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และไม่กลัวเสียชื่อเสียง แม้ในหลายคดีที่ผ่านมาบางครั้งศาลอาจยกฟ้อง แต่ตำรวจก็เก็บทุกอย่างเป็นประสบการณ์ในการทำงาน




