บช.น.บุกทลายรังพนันเวียดนาม คอนโดหรูพระราม 9 รวบชาวเวียดนามเกือบร้อยคน ยึดคอมพิวเตอร์-มือถือเกือบ 500 เครื่อง มูลค่าหมุนเวียนมหาศาล
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกทลายแหล่งพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยชาวเวียดนาม ภายในสำนักงานให้เช่าของคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 9 ถนนเพชรบุรี แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมชาวเวียดนามได้รวม 94 คน พร้อมยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าเป็นเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่มุ่งเป้าลูกค้าชาวเวียดนามโดยเฉพาะ
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการสนธิกำลังของ พล.ต.ต.วสันต์ เดชะอัครเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ร่วมกับ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน (ผกก.สน.มักกะสัน) รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจไซเบอร์
การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกบ้านในคอนโดมิเนียมดังกล่าว ซึ่งสังเกตเห็นว่ามีชาวเวียดนามจำนวนมากเข้าออกและทำงานอยู่ในสำนักงานแห่งนี้ตลอดเวลา ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ที่ผิดกฎหมาย
สำนักงานดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียว ตั้งอยู่ในรั้วเดียวกับคอนโดมิเนียม มีระบบล็อกประตูแน่นหนา และมีพนักงานเฝ้าประตูตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเฝ้าสังเกตการณ์เป็นเวลานาน พบว่าพนักงานทั้งหมดไม่ใช่คนไทย แต่เป็นชาวต่างชาติ โดยมีการเปลี่ยนกะทำงานไม่ต่ำกว่า 20 คนต่อครั้ง และมีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แม่บ้านที่จะเข้าไปทำความสะอาดยังได้รับอนุญาตให้ทำได้เพียงส่วนหน้าเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปภายในห้องทำงานได้ จึงเป็นที่มาของการขอหมายศาลเข้าตรวจค้นในวันนี้
จากการเข้าตรวจค้น พบพนักงานชาวเวียดนามทั้งหมด 94 คน แบ่งเป็นชาย 69 คน และหญิง 25 คน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กรวม 68 เครื่อง รวมถึงโทรศัพท์มือถือ ทั้งที่ใช้งานอยู่และที่ยังไม่เปิดใช้งานอีกเกือบ 500 เครื่อง
เมื่อตรวจสอบหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดอยู่ พบว่ากำลังแสดงหน้าเว็บพนันออนไลน์ของเวียดนาม ซึ่งมีทั้งเกมพนันออนไลน์และพนันฟุตบอล ที่สำคัญคือมีการแสดงหน้าเงินหมุนเวียนเข้าออกเว็บพนันเป็นสกุลเงินดองเวียดนาม เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่านี่คือเว็บพนันออนไลน์ของเวียดนามที่มาตั้งฐานในประเทศไทย โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าชาวเวียดนาม และมีเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล
จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า สำนักงานแห่งนี้เดิมเป็นของบริษัทเอกชนที่เช่าพื้นที่หลายแห่งของคอนโดมิเนียม ก่อนจะปล่อยเช่าช่วงต่ออีกทอดหนึ่ง และกลุ่มชาวเวียดนามกลุ่มนี้น่าจะเข้ามาเช่าช่วงตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา
หนึ่งในผู้ต้องหาชาวเวียดนามได้ให้การผ่านล่ามว่า เพิ่งเรียนจบจากเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม จากนั้นได้เข้ากลุ่มหางานทางออนไลน์ และมีคนมาชักชวนให้มาทำงานเกี่ยวกับการดูแลบริการลูกค้า โดยได้รับเงินเดือน 30,000 บาทไทย เขาจึงเดินทางเข้ามาประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวพร้อมกับเพื่อนชาวเวียดนามอีก 6 คน ผู้ต้องหายืนยันว่าไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นเว็บพนันออนไลน์ เพิ่งมารู้เมื่อเดินทางมาถึง และยังอ้างว่าถูกบังคับให้ทำงาน
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาคนอื่นๆ ทำให้ทราบว่า สำนักงานแห่งนี้แบ่งการทำงานออกเป็น 3 กะ โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมพนักงานจาก 2 กะได้ ส่วนพนักงานของอีกหนึ่งกะประมาณ 20 คน ได้มีรถมารับกลับไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครยอมรับว่าเป็นหัวหน้าของเครือข่ายนี้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา "อั้งยี่ ซ่องโจร" และความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ แก่ผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


















