ปอศ. สนธิกำลังบุกทลายเครือข่ายทุนต่างชาติ "นอมินีมะพร้าว" ใช้คนไทยเป็นหุ่นเชิดบังหน้า สั่งการตรงจากต่างประเทศ ควบคุมกลไกตลาดมะพร้าวทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ กดราคารับซื้อจากเกษตรกรผิดปกติ เผยหัวโจกแชทสั่งการมาจากจีน พบ 6 บริษัทเข้าข่ายผิดกฎหมาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงผลปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นเครือข่าย "ลังมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ" ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและสมุทรสาคร รวม 8 จุด เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา หลังพบพฤติการณ์กลุ่มทุนต่างชาติเข้าครอบงำธุรกิจเกษตรของไทยผ่านการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น (Nominee) เพื่อกดราคามะพร้าวจากเกษตรกร ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการสืบสวนหาสาเหตุของปัญหา "ราคามะพร้าวตกต่ำ" ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในจังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งที่ความต้องการมะพร้าวน้ำหอมในตลาดต่างประเทศยังคงสูง
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทะเบียนบริษัท งบการเงิน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น พบว่ามีนิติบุคคลจำนวนมากที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนกว่า 117,000 ราย โดยถือหุ้นไม่เกิน 50% แต่กลับมีพฤติการณ์เข้าควบคุมกิจการผ่านคนไทยที่ถือหุ้นแทน ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและการค้าภายในประเทศ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า กลุ่มทุนต่างชาติได้แทรกแซงวงจรการค้ามะพร้าวด้วยการจัดตั้ง "ลังมะพร้าวอำพราง" โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น เพื่อเป็นตัวกลางรับซื้อและส่งออกเอง เมื่อกลุ่มทุนเหล่านี้สามารถควบคุมช่องทางการกระจายสินค้าและโรงงานแปรรูปได้เกือบเบ็ดเสร็จ จึงมีอำนาจต่อรองเหนือเกษตรกร นำไปสู่การกดราคารับซื้อต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อกวาดกำไรส่งออกกลับไปยังต่างประเทศ
จากการตรวจค้น 8 บริษัทเป้าหมาย ประกอบด้วย บริษัท เต๋อ หรั่ง จำกัด, บริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท หลง แมน โคโค่นัท จำกัด, บริษัท ไทยเฉิงผ้า เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท จั่นฮุ่ยราญา จำกัด, บริษัท หมู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อีซี่ โคโคนัท จำกัด และ บริษัท ฟลาย โคโคนัท จำกัด
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) กล่าวว่า พบ 6 บริษัทเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ ส่วนอีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เล่อ หรั่ง จำกัด (ซึ่งข้อความต้นฉบับระบุว่าเป็น "บริษัท เต๋อ หรั่ง จำกัด") และบริษัท จั่นฮุ่ยราญา จำกัด ไม่พบการกระทำผิด ผู้ร่วมกระทำผิดแบ่งเป็นนิติบุคคล 6 ราย, บุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ระบุถึงแผนประทุษกรรมสำคัญของกลุ่มทุนต่างชาติ ดังนี้
1.ใช้คนไทยเป็นหุ่นเชิดบริหาร:
บริษัทหลายแห่งมีชื่อคนไทยถือหุ้น 51% ตามกฎหมาย แต่จากการสอบปากคำพบว่าผู้ถือหุ้นชาวไทยเหล่านั้นเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือบุคคลทั่วไปที่ถูกจ้างวานมาเซ็นชื่อ โดยไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือได้รับส่วนแบ่งกำไรที่แท้จริง
2.สั่งการตรงจากต่างชาติ:
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดหลักฐานสำคัญ เช่น สัญญาเช่าที่ดินสวนมะพร้าว เอกสารการโอนเงินไปยังประเทศจีน รวมถึงเอกสารคำสั่งและบทสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน LINE และ WhatsApp ที่แสดงว่าการสั่งการรับซื้อ กำหนดราคา และจัดการโลจิสติกส์ทั้งหมด ถูกควบคุมโดยตรงจากนายทุนสัญชาติจีน โดยคนไทยทำหน้าที่เพียงบังหน้า
3.กลไกผูกขาดและบิดเบือนราคาครบวงจร:
กลุ่มทุนต่างชาติเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานอย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ "ต้นน้ำ" ด้วยการทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อทำสวนมะพร้าวเอง, "กลางน้ำ" ด้วยการจัดตั้งลังมะพร้าวอำพรางเพื่อรวบรวมและแปรรูป และ "ปลายน้ำ" ด้วยการส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเองในต่างประเทศ
พฤติการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การผูกขาดกำหนดราคา โดยพบหลักฐานการกดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรไทยเหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ในขณะที่นำไปแปรรูปและส่งออกไปยังประเทศจีนในราคาลูกละ 35-50 บาท ส่วนต่างกำไรมหาศาลนี้จะถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติโดยตรง
"พฤติการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้เกษตรกรไทยถูกตัดออกจากระบบการค้าปกติ แต่ยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวหน้าสวนทั่วประเทศตกต่ำและสูญเสียเสถียรภาพ" ผบก.ปอศ. กล่าว
นอกจากนี้ การวิเคราะห์งบการเงินย้อนหลังยังพบความผิดปกติในการรายงานผลประกอบการเป็นตัวเลข "ขาดทุน" มาโดยตลอด แต่รายได้บริษัทในแต่ละปีกลับสูงขึ้น ซึ่งเป็นการใช้ช่องว่างทางกฎหมายและการจัดทำบัญชีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐอย่างถูกต้อง และยังเป็นการครอบงำกิจการที่สงวนไว้สำหรับคนไทย อันเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจและกลไกการค้าของประเทศอย่างร้ายแรง
พ.ต.อ.จำนัญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. กล่าวว่า จากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลางจำนวนมากเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐาน อาทิ หลักฐานการซื้อขายมะพร้าว, สัญญาเช่าสวนมะพร้าว, เอกสารทางบัญชีและภาษีรวมกว่า 10 กล่อง ซึ่งแสดงถึงรายการเดินบัญชีที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลการติดต่อกับนายทุนต่างชาติ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดเอกสารหลักฐานจำนวนมากเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน การโอนเงินจากต่างประเทศ รวมถึงสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป














