มีเงินในบัญชีไม่ถึง 2,000 ถอนไม่ได้ ธนาคารปรับเงื่อนไขใหม่ สภาผู้บริโภคย้ำต้องแจ้งเตือนลูกค้าล่วงหน้าก่อนระงับการใช้งาน
กรณีผู้ใช้บริการจำนวนหนึ่งร้องเรียน หลังธนาคารกรุงเทพประกาศมาตรการใหม่สำหรับบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์แบบไม่มีสมุดคู่ฝากที่ใช้ผ่านช่องทางดิจิทัล หรือ e-Savings โดยกำหนดให้บัญชีต้องมียอดเงินคงเหลืออย่างน้อย 2,000 บาท จึงจะสามารถทำธุรกรรมได้ พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นมาตรการป้องกันบัญชีม้า แม้ว่าต่อมาธนาคารจะประกาศเลื่อนการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่สภาผู้บริโภคยังคงย้ำว่า หากจะมีการระงับการทำธุรกรรมใด ๆ ธนาคารต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ใช้บริการมีโอกาสตัดสินใจก่อน
นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ อนุกรรมการด้านการเงินและการธนาคาร สภาผู้บริโภค ระบุว่า เงื่อนไขที่กำหนดให้บัญชีต้องมีเงินคงเหลือขั้นต่ำ 2,000 บาทจึงจะทำธุรกรรมได้ อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค เนื่องจากเจ้าของบัญชีควรสามารถเข้าถึงและใช้เงินของตนเองได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้บริการบางส่วนที่อาจลืมว่าตนเคยเปิดบัญชีประเภทดังกล่าวไว้ จึงควรมีระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าของบัญชีสามารถตัดสินใจได้ก่อนทุกครั้ง
“ผู้บริโภคควรมีสิทธิใช้เงินของตัวเองได้อย่างเต็มจำนวน การกำหนดให้ต้องคงเงินไว้ 2,000 บาทในบัญชีทำให้เจ้าของบัญชีไม่สามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ในยามจำเป็น ซึ่งถือเป็นการจำกัดสิทธิของเจ้าของเงิน” นางนฤมลกล่าว
อย่างไรก็ตาม การกำหนดยอดเงินขั้นต่ำ รวมถึงการจัดประเภทบัญชีที่ไม่มีความเคลื่อนไหวเกิน 1 ปี ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น ธนาคารจำเป็นต้องแจ้งเตือนเจ้าของบัญชีก่อนดำเนินการ เช่น การหักค่ารักษาบัญชี (โดยทั่วไปประมาณ 50 บาทต่อเดือน) หรือการปิดบัญชี เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสตัดสินใจล่วงหน้า อีกทั้งในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ ธนาคารต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามเกณฑ์ของ ธปท.
นางนฤมลยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุผลที่ธนาคารอ้างว่าต้องการระงับธุรกรรมของบัญชีที่มียอดเงินต่ำกว่า 2,000 บาท เนื่องจากกังวลเรื่องมิจฉาชีพนั้น จำนวนเงินดังกล่าวอาจไม่ได้สะท้อนหรือยืนยันได้ว่าบัญชีนั้นเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า และยังตั้งคำถามว่าวิธีการดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้จริงเพียงใด
“การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการทางการเงิน ธนาคารต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้า หากไม่มีการแจ้งถือว่าเป็นการจำกัดสิทธิของผู้ใช้บริการ และอาจสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการได้” นางนฤมลกล่าว
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหา สภาผู้บริโภคเสนอว่า
ธนาคารควรเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยของระบบ (Cyber Security) และติดตามตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์
ควรพัฒนาระบบชะลอการโอนเงิน (Delay Transaction) เพื่อช่วยสกัดการโอนเงินที่ผิดปกติและลดความเสี่ยงจากบัญชีม้า
ธนาคารแห่งประเทศไทยควรเข้ามาตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค
ทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบหรือถูกระงับการใช้บัญชีโดยไม่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่านสายด่วน 1213




