ศาลอาญาสั่งจำคุก 4 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจครอบครอง – เผยแพร่สื่อลามกเด็กกว่า 2.6 แสนไฟล์ แต่ให้รอลงอาญาเหตุรับสารภาพ และยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับเหยื่อรายละ 25,000 บาท
เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ส.ต.ท.เจษฎา (สงวนนามสกุล) ขณะเกิดเหตุรับราชการตำรวจสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครอง ผลิต นำเข้า ส่งออก เผยแพร่ หรือส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ และความผิด ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำเลย ข้อหาครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ปรับเป็นเงิน 1.2 แสนบาท จำเลยให้การรับสารภาพ และได้ชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 4 ราย รายละ 25,000 บาท ผู้เสียหายไม่ติดใจ ศาลจึงพิพากษาให้รอลงอาญา 3 ปี และให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ เป็นเวลา 1 ปี และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง
คทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้บูรณาการกำลังร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งประสานข้อมูลกับสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) และได้รับการสนับสนุนสุนัขตรวจจับอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ESD K9) จากองค์กร OUR Rescue ในการเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของหน่วยงานแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต
จากการตรวจค้นพบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ ภายในตรวจพบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบไฟล์ภาพและไฟล์วิดีโอ รวมทั้ง สื่อลามกอนาจารอื่นๆ จำนวนกว่า 258,000 ไฟล์ ซึ่งมีทั้งไฟล์ภาพสื่อลามกอนาจารทั้งเด็กไทยและต่างชาติหลายพันราย โดยมีความเชื่อมโยงกับปฏิบัติการ Blackwrist ที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศของดีเอสไอกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
อาทิ ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (FBI) สำนักงานสืบสวนความมั่นคงมาตุภูมิ (HSI) องค์การตำรวจสากล (INTERPOL) กระทรวงกิจการภายในนิวซีแลนด์ (DIA) และประเทศในสหภาพยุโรป ตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งคดีดังกล่าวหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และสื่อมวลชนในต่างประเทศให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงให้ความสำคัญต่อการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอดำเนินการสืบสวนปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายอย่างเหมาะสม
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลของดีเอสไอ ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศหลายหน่วยงานที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด จนนำไปสู่การตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด




