ตำรวจสอบสวนกลางทลายขบวนการฟอกเงิน–ฟอกคน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เปิดโรงเรียนสอนภาษาบังหน้าทำวีซ่านักเรียน พบเงินหมุนเวียนร่วมพันล้าน
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนของตำรวจทางหลวง ได้เข้าทลายขบวนการฟอกเงิน-ฟอกคน ให้แก็งคอลเซ็นเตอร์ผ่านแอปเทรดหุ้น และใช้โรงเรียนสอนภาษาบังหน้าทำวีซ่านักเรียน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายรวม 8 ราย เป็นคนไทย 7 ราย และชาวจีน 1 ราย

ชาวต่างชาติตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ผู้ต้องหา ประกอบด้วย น.ส.วรลักษณ์ ศรีเกื้อกลิ่น 29 ปี นายเจษฎาพร แซ่อึ๊ง 24 ปี นายรัตนชัย เผือกผ่อง 30 ปี น.ส.สรณ์สิริ หิรินิยมวงศ์ 22 ปี น.ส.ชนกนันท์ กันทา 21 ปี นางสุกัญญา แซ่อึ๊ง อายุ 49 ปี นางชิตาภา ยุทธกาจกำจร อายุ 40 ปี และ นาย Zhen อายุ 35 ปี สัญชาติจีน ทั้งหมดถูกจับกุมได้ที่กรุงเทพฯ และบางคนถูกจับในต่างจังหวัด เช่น แม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันฟอกเงิน ตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่ามีเงินหมุนเวียนร่วมพันล้านบาท
พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ผกก.2 บก.ทล.) กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเดือนพฤศจิกายน 2568 เกิดเหตุแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกข้าราชการเกษียณในพื้นที่ จ.ปทุมธานี สูญเงินกว่า 1.4 ล้านบาท ก่อนตำรวจขยายผลพบว่า เครือข่ายเดียวกันก่อเหตุลักษณะเดียวกันมากกว่า 30 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายใช้วิธีนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงโอนเข้าแพลตฟอร์มเทรดหุ้นต่างประเทศ จากนั้นโอนต่อผ่านบัญชีม้าหลายชั้นเพื่ออำพรางเส้นทางการเงินให้ดูเหมือนเงินจากการลงทุน โดยบัญชีม้าบางรายถูกส่งไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนทำธุรกรรมทางการเงินหลบเลี่ยงมาตรการตรวจสอบของธนาคาร
พ.ต.อ.ภคพล กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบบัญชีม้าเพียง 3 บัญชี พบเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน และเชื่อว่าทั้งเครือข่ายอาจสร้างความเสียหายจากคดีคอลเซ็นเตอร์ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการเปิดบริษัทรับทำวีซ่า และใช้ โรงเรียนสอนภาษาในเขตลาดพร้าว เป็นฉากบังหน้าในการออกวีซ่านักเรียนให้ชาวต่างชาติ โดยเรียกเก็บค่าดำเนินการคนละประมาณ 50,000 บาท
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 มีชาวต่างชาติหลายสัญชาติ เช่น จีน เวียดนาม เมียนมา อินโดนีเซีย และไต้หวัน เข้ามาดำเนินการทำวีซ่าผ่านช่องทางนี้แล้วประมาณ 600 คน มีเงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้านบาท
จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานบางส่วนของชาวต่างชาติที่เข้ามาด้วยวีซ่านักเรียนมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งฐานปฏิบัติการทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม




