เจาะปูมหลัง 'มยุรีนารี' เรือสินค้าสัญชาติไทยภายใต้บังเหียนมหาเศรษฐีไทยเชื้อสายอินเดีย ที่กลายเป็นเป้าโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ
เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย มยุรีนารี (Mayuree Naree) ถูกโจมตี ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ทำให้เกิดไฟไหม้ห้องเครื่องยนต์และระเบิดบริเวณท้ายเรือ นักเดินเรือ 20 คนได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งแล้ว ขณะที่ยังมีอีก 3 คนสูญหาย คาดติดค้างอยู่ในห้องเครื่องยนต์ช่วงเกิดเหตุ
ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมไทยระบุว่า เรือถูกยิงในทะเลอาหรับห่างจากชายฝั่งโอมานประมาณ 11 ไมล์ทะเล หลังผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ไม่นาน เปลวไฟและควันดำพวยพุ่งจากท้ายเรือ ก่อนที่กองทัพเรือโอมานจะเข้าช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 23 คน โดยสามารถนำขึ้นฝั่งได้ 20 คน ส่วนอีก 3 คนยังไม่พบตัว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps : IRGC) ของอิหร่านอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดย อาลีเรซา ตังสิรี ผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า เรือถูกยิงเพราะลูกเรือเพิกเฉยต่อคำเตือนของอิหร่าน พร้อมย้ำว่าเรือทุกลำที่ต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องได้รับอนุญาตจากอิหร่านก่อน
เรือมยุรีนารี จดทะเบียนภายใต้ธงชาติไทย และอยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL บริษัทเดินเรือสัญชาติไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเรือบรรทุกสินค้าแห้งรายสำคัญของภูมิภาคเอเชีย
ตามข้อมูลของบริษัท ระบุว่า เรือมยุรีนารี เป็นเรือบรรทุกสินค้าแห้ง (Dry bulk carrier) ขนาดประมาณ 30,197 เดดเวทตัน (DWT) ซึ่งเป็นเรือที่ออกแบบมาเพื่อขนส่งวัตถุดิบจำนวนมากที่ไม่ได้บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ เช่น ปูนซีเมนต์ เมล็ดพืช ปุ๋ย เหล็ก แร่ธาตุ ถ่านหิน หรือไม้ซุง สินค้าเหล่านี้จะถูกเทลงในระวางเรือโดยตรง คล้ายกับการบรรทุกวัตถุดิบจำนวนมหาศาลในโกดังลอยน้ำ
ขณะเกิดเหตุเรือลำดังกล่าวกำลังแล่นเปล่าโดยไม่มีสินค้าอยู่บนเรือ และกำลังเดินทางออกจากท่าเรือคาลิฟาในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อมุ่งหน้าไปยัง ท่าเรือคานด์ลา ในรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย
บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 และดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ โดยใช้รูปแบบบริการไม่ประจำเส้นทาง ซึ่งแตกต่างจากเรือคอนเทนเนอร์ที่มีเส้นทางและตารางเวลาแน่นอน
เรือประเภทนี้จะรับงานขนส่งตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละเที่ยว เช่น อาจขนปุ๋ยจากตะวันออกกลางไปเอเชีย หรือขนแร่จากแอฟริกาไปยุโรป ทำให้เส้นทางเดินเรือเปลี่ยนไปตามสัญญาการขนส่ง ปัจจุบันบริษัทมีฝูงเรือบรรทุกสินค้าแห้งหลายสิบลำ ครอบคลุมเรือขนาด Handysize, Supramax และ Ultramax ซึ่งเป็นเรือขนาดกลางที่สามารถเข้าเทียบท่าในท่าเรือจำนวนมากทั่วโลกได้
เบื้องหลังบริษัทเดินเรือแห่งนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจ GP Group ซึ่งก่อตั้งในปี 2517 โดย กิริต ชาห์ (Kirit Shah) มหาเศรษฐีไทยเชื้อสายอินเดีย โดยเริ่มจากธุรกิจค้าข้าว ก่อนขยายสู่การค้าสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลก และพัฒนาเข้าสู่ธุรกิจขนส่งทางทะเลในเวลาต่อมา
เส้นทางที่เรือมยุรีนารีเดินทางผ่านถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก เพราะช่องแคบฮอร์มุซเชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับมหาสมุทรอินเดีย และเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบประมาณ 20% ของการค้าทางทะเลทั่วโลก โดยก่อนเกิดสงครามในภูมิภาค มีการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางนี้มากกว่า 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน
นักวิเคราะห์ด้านการเดินเรือระบุว่า เรือสินค้าเทกองจำนวนมากในพื้นที่ดังกล่าวมักบรรทุกวัตถุดิบอุตสาหกรรม เช่น แร่เหล็ก ปุ๋ย หรือธัญพืช ซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้เรือพาณิชย์จำนวนมากต้องผ่านเส้นทางเดียวกัน และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อความตึงเครียดทางทหารทวีความรุนแรง
เหตุโจมตีเรือมยุรีนารีไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำเดียวในวันนั้น รายงานข่าวระบุว่า ในวันเดียวกันมีเรือพาณิชย์อีกอย่างน้อย 3-6 ลำถูกโจมตีหรือคุกคามในบริเวณอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ
จากรายงานล่าสุดโดยกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ปัจจุบัน เรือสัญชาติไทยได้เดินทางออกจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมดแล้วและไม่มีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยตกค้างอยู่ในพื้นที่
อ้างอิง:
Reuters: Thailand says 3 crew missing after ship hit by projectiles in Strait of Hormuz
Seatrade Maritime: Three crew believed trapped on Precious ship hit in Strait of Hormuz




