ผบ.ตร.ออกคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติตามนโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาล โดยให้ทำงานที่บ้านพัก จัดประชุมออนไลน์ และปรับลดกำลังให้สอดคล้องกับภารกิจและปริมาณงาน
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจตแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งลงวันที่ 12 มีนาคม 2569 ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการและผู้บังคับการหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติตามโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาล เพื่อรองรับสถานการณ์จากผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยให้ข้าราชการตำรวจในส่วนต่างๆ รักษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ดังนี้
แนวทางการปฏิบัติงาน
1. การปฏิบัติงานของส่วนปฏิบัติการป้องกันปราบปราม การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ที่ต้องมีผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ให้ปฏิบัติไปตามหลักการจัดผลัดการปฏิบัติหน้าที่ให้ครอบคลุมพื้นที่ ระยะเวลาตามปกติ เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ และยังคงสามารถตอบสนองต่อการแจ้งเหตุและเข้าระงับเหตุได้ทันต่อสถานการณ์
2. การปฏิบัติงานของส่วนงานบริการประชาชน อาจปรับลดข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของภารกิจ พิจารณาให้มีการยื่นขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์เพื่อลดการเดินทางและปริมาณเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการ
3. การปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นๆ นอกเหนือจากข้อ 1 และ 2 ให้หัวหน้าหน่วยพิจารณาปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ดังนี้
การจัดกำลังในการปฏิบัติงาน
1) จัดกำลังข้าราชการตำรวจ โดยปรับลด/สับเปลี่ยนหมุนเวียนให้สอดคล้องกับภารกิจและปริมาณงาน โดยให้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ดำรงการติดต่อสื่อสาร พร้อมเรียกตัวกลับมาปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้งได้ในทันทันที และกำหนดการประชุมมอบหมายงานทางออนไลน์ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อในแต่ละงานให้ชัดเจน รวมทั้งมาตรการหรือแนวทางติดตาม ตรวจสอบ ควบคุมการปฏิบัติงาน ณ ที่พักอย่างแท้จริง และประเมินผลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด โดยให้มีการรายงานผลการปฏิบัติจากบ้านพักต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นประจำวัน/วัน/สัปดาห์
ทั้งนี้ ในการจัดชุดปฏิบัติงานจากบ้านพัก ให้คำนึงถึงถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ด้านบ้านพัก/ที่พักที่สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้จริง ไม่ก่อให้เกิดปัญหาให้กับข้าราชการตำรวจเพิ่มเติม หรือทำให้ต้องออกจากบ้านพักไปใช้สถานที่สาธารณะในการปฏิบัติงาน
(2) การปฏิบัติในแต่ละกรณีต้องพิจารณาผลกระทบและไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ โดยเฉพาะในการบังคับใช้กฎหมายและการบริการประชาชนโดยเด็ดชาด โดยถือปฏิบัติตามมาตรการ/แนวทางที่รัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด หากมีกรณีต้องเบิกงบประมาณเพื่อปฏิบัติราชการใดๆ ต้องปฏิบัติตามหลักกฎหมายและระเบียบของทางราชการแต่ละกรณีนั้นๆ ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ทุกกรณี เมื่อหยุดพักจากการปฏิบัติหน้าที่ให้เดินทางกลับที่พักและลดการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ให้มากที่สุด
ให้ผู้บังคับบัญชา (ผบช. ผบก. ผกก. หรือหัวหน้าหน่วย) ควบคุม กำกับดูแล และพิจารณาสั่งการให้เป็นไปตามแนวทางนี้
ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับทำความเข้าใจกับข้าราชการตำรวจในสังกัดให้ชัดเจนถึงมาตรการดังกล่าว ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประหยัดพลังงานในห้วงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยให้ถือประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการให้มากที่สุด
มาตรการประหยัดพลังงาน
1. มาตรการส่วนบุคคล เช่น การลดการใช้พลังงานในเคหะสถาน ยานพาหนะส่วนตัวหรือทางราชการ หากจำเป็นต้องเดินทางให้พิจารณาเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ฯลฯ
2. มาตรการในสถานที่ปฏิบัติราชการ เช่น การใช้แสงสว่างและการเปิดเครื่องปรับอากาศในสถานที่ปฏิบัติราชการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับจำนวนข้าราชการตำรวจที่มาปฏิบัติราชการ การบูรณาการข้าราชการตำรวจภายในหน่วยโดยให้ปฏิบัติราชการในสถานที่เดียวหรือลดจำนวนห้อง ปิดไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ฯลฯ
3. มาตรการการปฏิบัติราชการในภาพรวมของหน่วย เช่น การงดหรือหลีกเลี่ยงการประชุม สัมมนา ฝึกอบรมฯ หรือเดินทางไปราชการต่างประเทศ การงดเว้นหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปราชการเพื่อตรวจหน่วย โดยพิจารณาเปลี่ยนเป็นการตรวจหน่วยผ่านระบบออนไลน์เป็นการทดแทน ฯลฯ ยกเว้นกรณีที่จำเป็น
4. กรณีสถานศึกษาหรือหน่วยฝึกอบรมให้ปรับการเรียนการสอน ฝึกอบรมฯ ผสมผสานในรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดการใช้พลังงานและการเดินทางของข้าราชการตำรวจแต่ละหน่วย รวมทั้งในการประชุม สัมมนา ของแต่ละหน่วยด้วย
5. กำหนดการแต่งกายของตำรวจที่มาปฏิบัติราชการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางนี้ ประหยัดพลังงานในการใช้ลิฟท์หรือกระดาษ และวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ




