News Logo
หน้าแรก
สภาผู้บริโภคแนะรัฐลดภาษี-คุมราคาน้ำมัน หลังพ้นตรึงราคา 17 มี.ค.

สภาผู้บริโภคแนะรัฐลดภาษี-คุมราคาน้ำมัน หลังพ้นตรึงราคา 17 มี.ค.

16 มี.ค. 2569 13:25
ผู้ชม 29 คน

สภาผู้บริโภคจี้รัฐเร่งแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมัน หลังมาตรการตรึงราคาใกล้สิ้นสุด 17 มี.ค. แนะ 3 วิธีกรแก้ปัญหา กำกับดูแลน้ำมันเก่า-ลดภาษีคุมราคา-กระจายน้ำมันสู่ต่างจังหวัด ป้องกันกักตุน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 16 มีนาคม สภาผู้บริโภคออกเอกสารข่าวแจกเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมัน หลังมาตรการตรึงราคา 15 วัน กำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 17 มีนาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนก การกักตุนน้ำมัน และการชะลอการขายในหลายพื้นที่ โดยเสนอให้มีการลดภาษีสรรพสามิตดีเซลชั่วคราวและกำกับดูแลบริษัทพลังงานรายใหญ่ เพื่อบรรเทาภาระประชาชนและป้องกันการฉวยโอกาส.

สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมันชั่วคราวเป็นเวลา 15 วัน ทำให้ประชาชนจำนวนมากหวั่นเกรงว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากหลังมาตรการสิ้นสุดลง จึงพากันนำแกลลอนและถังน้ำมันไปเข้าคิวเติมน้ำมันตามสถานีบริการ. ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าสถานีบริการน้ำมันบางแห่ง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ได้ติดป้าย "น้ำมันหมด" หรือชะลอการขาย เพื่อรอดึงราคาขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเรื่องการขาดแคลนในระยะสั้น.

นางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ระบุว่า การที่รัฐบาลกำหนดระยะเวลาตรึงราคาที่แน่นอน ทำให้ผู้ค้าน้ำมันและประชาชนต่างเข้าใจว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นหลังหมดมาตรการ ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมการกักตุน โดยที่ประเทศไทยยังไม่ได้เผชิญภาวะน้ำมันขาดแคลนจริง เนื่องจากมีน้ำมันสำรองใช้ได้ประมาณ 90 วัน และสต็อกเก่าอย่างน้อย 60 วัน.

การปล่อยให้เกิดการอั้นน้ำมันหรือปิดปั๊ม โดยเฉพาะในต่างจังหวัด อาจนำไปสู่ความโกลาหลและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง อาทิ การขนส่งสินค้าสะดุด สินค้าเกษตรเสียหาย และเกษตรกรขาดแคลนน้ำมันสำหรับเครื่องมือการเกษตร ซึ่งจะลุกลามไปกระทบเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน. นางสาวรสนาเน้นย้ำว่า รัฐบาลควรเข้าใจจิตวิทยามวลชนและเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ ไม่ใช่ปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเอง.

สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่สภาผู้บริโภคเสนอคือ:

  1. กำกับดูแลราคาน้ำมันสต็อกเก่า: รัฐบาลควรกำกับบริษัท ปตท. ซึ่งกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ ไม่ให้ปรับราคาน้ำมันที่เป็น "สต็อกเก่า" ขึ้นตามราคาปัจจุบัน.

  2. ลดภาษีสรรพสามิตดีเซลชั่วคราว: หากไม่สามารถดำเนินการข้อแรกได้ทันที รัฐบาลควรประกาศลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงเท่ากับราคาที่จะปรับขึ้น เพื่อป้องกันการกักตุนและการฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยปัจจุบันภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6.92 บาทต่อลิตร ซึ่งรัฐบาลสามารถทยอยลดได้ชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะคลี่คลาย เช่นเดียวกับช่วงวิกฤตราคาน้ำมันปี 2556 ที่รัฐบาลเคยตรึงดีเซลไว้ที่ 29.99 บาทต่อลิตร โดยลดภาษีสรรพสามิตเหลือเพียง 1 สตางค์ต่อลิตร.

  3. กระจายน้ำมันสู่ต่างจังหวัด: รัฐบาลควรกำกับบริษัท ปตท. ซึ่งมีหุ้นในโรงกลั่นน้ำมัน 4 จาก 6 แห่ง ให้ร่วมมือในการกระจายน้ำมันไปยังต่างจังหวัดอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกและความกังวลของประชาชน.

นางสาวรสนาทิ้งท้ายว่า การดำเนินมาตรการเหล่านี้จะสะท้อนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นอันดับแรก ตามที่มักกล่าวว่า "ประชาชนต้องมาก่อน" และต้องได้รับการดูแลก่อน

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯยันสงกรานต์มีน้ำมันพอใช้-เตรียมตั้งศบก.พลัส
นายกฯยันสงกรานต์มีน้ำมันพอใช้-เตรียมตั้งศบก.พลัส