'พิพัฒน์' ระบุน้ำมันดีเซลจะขยับราคาตั้งแต่เช้า 18 มี.ค. อั้นราคาไว้ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร อ้างข้อมูลกระทรวงพลังงาน ตัวเลข ณ 16 มี.ค. 2569 ไทยยังมีน้ำมันที่ใช้ได้อีก 96 วัน
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องหารือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยขอให้ทางกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า ยังมีน้ำมันใช้อยู่จริงหรือไม่ เพราะเห็นบางปั๊มก็ปิด ทางกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่า ยังมีน้ำมันที่ใช้ได้อีก 96 วัน ตัวเลข ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569
"สาเหตุสำคัญที่บางปั๊มน้ำมันหมด เนื่องจากการขนส่งไม่ทัน รวมถึงปั๊มหลอด หรือปั๊มขนาดเล็กที่ไม่มีบริษัทแม่รวมกัน 20,000 แห่งน้ำมันหมด ประชาชนจึงแห่มาเติมปั๊มน้ำมันในเมืองจนเป็นภาพอย่างที่เห็น โดยปั๊มบางแห่งอาจจะขาดน้ำมันเพียงแค่บางตัวเท่านั้น ไม่ใช่ขาดทั้งหมด โดยแนวทางแก้ปัญหาตรงนี้จะมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. ในวันนี้ (17 มี.ค.) ว่ามาตรการต่อจากนี้จะต้องทำอะไรบ้าง
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 18 มีนาคม 2569 จะมีการขยับราคา ทั้งน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ซึ่งราคาน้ำมันเบนซินมีการขยับราคามาแล้วตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนน้ำมันดีเซลจะขยับราคาตั้งแต่เช้าวันที่ 18 มีนาคม 2569 นี้ โดยจะมีการอั้นราคาไว้ไม่เกินประมาณ 33 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ จะมีการปรับสูตร โดยจะมีน้ำมัน E10 E20 และ E85 ซึ่งน้ำมัน E10 ราคาจะสูงกว่า
อย่างไรก็ตาม ในการผสมน้ำมัน B100 จะมีน้ำมันดีเซล B7, B10 และ B20 ซึ่งโครงสร้างราคาจะคล้ายกันกับน้ำมันเบนซิน โดยราคาน้ำมันดีเซล B20 ต้องมานั่งดูว่าราคาต้องลบจากราคาน้ำมัน B7 กี่บาท ดังนั้น เมื่อโครงสร้างเป็นแบบนี้น้ำมัน B20 อาจจะต้องลบจากน้ำมัน B7 ประมาณ 4-5 บาท ซึ่งจะสรุปในที่ประชุม ศบก. ในเย็นวันที่ 17 มีนาคม
เมื่อถามต่อว่า กองทุนน้ำมันจะต้องมีการกู้เงินหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กองทุนน้ำมันปัจจุบันติดลบ 12,000 กว่าล้านบาท ตัวเลข ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 ซึ่งนายกฯ ร่วมประชุมด้วยว่า กองทุนน้ำมันจะใช้เกิน 40,000 ล้านบาทไม่ได้ จะต้องหาวิธีการแก้ โดยขณะนี้เท่าที่พูดคุยกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน คงอั้นได้แค่ประมาณ 40,000 ล้านบาท ถ้ามากกว่านั้นก็ต้องให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน
"แต่ถ้ารัฐบาลใหม่มาไม่ทันจริงๆ รัฐบาลชุดปัจจุบันคงจะต้องทำเรื่องไปขอกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้เป็นกรณีพิเศษ ถือเป็นกระบวนการที่สุดวิสัยจริงๆ ถ้าไม่ทัน เพราะสมมติว่า นายอนุทิน ได้รับการโหวตเป็นนายกฯ ในวันที่ 19 มีนาคม 2569 นี้ หลังจากนั้นรอโปรดเกล้าฯ และนำเสนอรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ และมีการตรวจสอบประวัติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ และรอการโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่ ขั้นตอนจากนั้นจะมีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ และ ครม.นโยบายต่อรัฐสภา ครม. ชุดใหม่จึงจะทำงานได้" นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยืนยันน้ำมันไม่ขาดแน่นอน ขณะนี้ยังมีน้ำมันนอกอ่าวไม่น้อยกว่า 50% ซึ่งกระทรวงพลังงานและปตท. จำกัด ได้เซ็นสัญญาต่อเรียบร้อยแล้ว และพยายามหาจากแหล่งอื่นมาเพิ่มเติม รวมถึงการเจรจากับประเทศรัสเซียด้วย




