News Logo
หน้าแรก
ผลกระทบสงคราม รพ.ศิริราช-รามาจ่ายยาผู้ป่วยนอกไม่เกิน 1-2 เดือน/ครั้ง

ผลกระทบสงคราม รพ.ศิริราช-รามาจ่ายยาผู้ป่วยนอกไม่เกิน 1-2 เดือน/ครั้ง

19 มี.ค. 2569 18:17
ผู้ชม 146 คน

สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางขยายวงไปยังผู้รับบริการทางการแพทย์ ล่าสุดทางโรงพยาบาลรามาฯ ออกประกาศมาตรการจ่ายยาและเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยนอกทุกสิทธิ์ ไม่เกิน 2 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 2569

สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบไปยังหลายวงการ โดยล่าสุด โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ประกาศถึงผู้รับบริการโรงพยาบาลรามาธิบดี เนื้อหาระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบให้ทุกภาคส่วนต้องประหยัดทรัพยากรในทุกรูปแบบ รวมถึงการให้บริการด้านการรักษาพยาบาล

ทางโรงพยาบาลรามาธิบดี จึงมีการปรับการให้บริการ ดังนี้

1) เพิ่มสัดส่วนของบริการตรวจทางไกล (Telemedicine) โดยผู้รับบริการสามารถแจ้งความประสงค์กับหน่วยบริการของโรงพยาบาล หรือผ่าน RAMA App

2) จ่ายยาและเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยนอกทุกสิทธิ์ ไม่เกิน 2 เดือน กรณีผู้ป่วยที่มีนัดมากกว่า 2 เดือน จะออกใบเติมยา โดยรับยาได้ทั้งทางไปรษณีย์ หรือมารับที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ทางโรงพยาบาลรามาธิบดีต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

ประกาศจากโรงพยาบาลรามาธิบดี

ประกาศจากโรงพยาบาลรามาธิบดี

ในขณะที่โรงพยาบาลศิริราช ได้ออกประกาศถึงผู้รับบริการโรงพยาบาลศิริราชว่า ตามที่ปรากฎสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลางในปัจจุบัน โรงพยาบาลศิริราชพิจารณาเห็นสมควรเตรียมความพร้อม และบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมและเพียงพอสำหรับผู้ป่วย

จึงกำหนดให้จ่ายยาและเวชภัณฑ์ สำหรับผู้ป่วยนอกทุกสิทธิ์ ในระยะเวลาไม่เกินครั้งละ 1 เดือน โดยให้นัดรับยาเพิ่มเติม (Refill) ในส่วนที่เหลือ กรณีที่ผู้ป่วยมีนัดจะออกใบเติมยา โดยรับยาได้ทั้งทางไปรษณีย์หรือมารับที่โรงพยาบาลศิริราช เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นมาตรการเชิงป้องกันเพื่อรองรับสถานการณ์ล่วงหน้าเท่านั้น ขณะนี้โรงพยาบาลศิริราชมียาและเวชภัณฑ์เพียงพอ ไม่มีภาวะขาดแคลน ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการและรับยาได้ตามปกติ จนกว่าสถานการณ์จะมีการเปลี่ยนแปลง

ประกาศโรงพยาบาลศิริราช

ประกาศโรงพยาบาลศิริราช

อย่างไรก็ตาม ก่อนนี้เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 นพ. สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง องค์การอาหารและยา (อย.) จะติดตามดูแลระบบสำรองยาและเวชภัณฑ์ทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ปัจจุบันวัตถุดิบและยาสำเร็จรูป รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับช่วยชีวิต การผ่าตัดและฉุกเฉิน มีปริมาณสำรองเพียงพอใช้อย่างน้อย 3 เดือน ปัจจุบันยยังไม่มีปัญหาขาดแคลน โดยได้จัดทำกรอบรายการยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น 63 รายการ ตามลำดับความสำคัญ เพื่อติดตามปริมาณคงคลังทุกสัปดาห์ เตรียมหาแหล่งวัตถุดิบยาและเวชภัณฑ์สำรองเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งผลิตในพื้นที่ขัดแย้ง ตลอดจนทบทวนการกำหนดราคากลางยาจากการที่ต้นทุนราคายาเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนส่งผลต่อยาแผนปัจจุบัน ให้พิจารณาใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร 32 รายการทดแทน ซึ่งครอบคลุมในหลายกลุ่มอาการ เช่น กลุ่มอาการไข้หวัด (ฟ้าทะลายโจร/มะขามป้อม) กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ (เถาวัลย์เปรียง/ครีมไพล) กลุ่มอาการชาจากอัมพฤกษ์-อัมพาต (น้ำมันกัญชา/ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ) และกลุ่มอาการนอนไม่หลับ (น้ำมันกัญชา/ศุขไสยาศน์) เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ได้พิจารณาการใช้ภาชนะบรรจุชนิดอื่นทดแทนพลาสติก หรือหาวิธีฆ่าเชื้อ หากจำเป็นต้องใช้ภาชนะบรรจุซ้ำ เนื่องจากแหล่งผลิตวัตถุดิบพลาสติกส่วนใหญ่อยู่ในตะวันออกกลาง และอำนวยความสะดวกในการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือหน่วยบริการทุกแห่งไม่สั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์เกินความจำเป็น และเร่งชำระหนี้เวชภัณฑ์ค้างจ่าย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในระบบ

สำหรับการรับมือวิกฤตพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานพยาบาล ได้กำชับทุกหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงและผลกระทบจากวิกฤติน้ำมัน พร้อมจัดทำแผนความต่อเนื่องในการดำเนินการ (BCP) กรณีวิกฤตพลังงานของจังหวัด ตลอดจนเร่งรัดการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้จัดบริการผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
รามาธิบดี
มาตรการจ่ายยา
สงครามตะวันออกกลาง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ'เตรียมเสนอ ครม.ตั้ง'สันติธาร เสถียรไทย' ผู้ช่วยรมต.คลัง
'เอกนิติ'เตรียมเสนอ ครม.ตั้ง'สันติธาร เสถียรไทย' ผู้ช่วยรมต.คลัง