News Logo
หน้าแรก
ปปป.คุมตัว 'สุรสิทธิ์' คดีสินบนทองคำ ป.ป.ช. ทนายชี้ผิด กม. จ่อฟ้องกลับ

ปปป.คุมตัว 'สุรสิทธิ์' คดีสินบนทองคำ ป.ป.ช. ทนายชี้ผิด กม. จ่อฟ้องกลับ

19 มี.ค. 2569 21:51
ผู้ชม 79 คน

ปปป.ควบคุมตัว "สุรสิทธิ์" ผู้ต้องหาคดีสินบนทอง ป.ป.ช.ทนายค้านขั้นตอนสอบสวน ชี้ผิดกฎหมาย เตรียมพิจารณาฟ้องกลับคณะทำงาน

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวความคืบหน้ากรณีคดีนำทองคำไปติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายสุรสิทธิ์ หนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญ ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป. พร้อมทนายความ ภายหลังทราบข่าวการถูกออกหมายจับและกรณีที่นายสรพงศ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้ต้องหาในคดีเดียวกัน ได้เข้ามอบตัวไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา

ทันทีที่นายสุรสิทธิ์ปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับและดำเนินการจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน” ก่อนควบคุมตัวไปสอบปากคำและจัดทำบันทึกการจับกุม เบื้องต้นภายหลังการสอบสวน พนักงานสอบสวนได้อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 250,000 บาท ตามที่นายอมร กุศล ทนายความของนายสุรสิทธิ์ได้ยื่นขอ หลังจากที่ลูกความได้ให้การ “ภาคเสธ” ต่อข้อกล่าวหาทั้งหมด

รายงานข่าวระบุว่า คดีสินบนทองคำนี้ถูกแยกออกเป็น 2 สำนวนใหญ่ สำนวนแรกเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับนายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้เรื่องได้ถูกส่งไปยังรัฐสภาและศาลฎีกาเพื่อพิจารณาแล้ว พร้อมกันนี้ยังมีการแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกด้วย

ส่วนอีกสำนวนหนึ่งเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีผู้ต้องหาเกี่ยวข้องรวม 5 ราย ประกอบด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายสมบัติ อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช., นายสามารถ, นายสรพงศ์ และนายสุรสิทธิ์

สำหรับพฤติการณ์ในคดีนี้ พบว่าเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2567 พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้นำทองคำไปส่งมอบให้กับนายเอกวิทย์ โดยมีนายสุรสิทธิ์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพิเศษ เป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานการรับ-ส่งทองคำดังกล่าว บริเวณลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ กรุงเทพมหานคร การกระทำดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่านายสุรสิทธิ์มีส่วนรู้เห็นในการส่งมอบสินบนในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม นายอมร กุศล ทนายความของนายสุรสิทธิ์ ได้ตั้งข้อสังเกตและยื่นหนังสือคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรต่อพนักงานสอบสวน โดยมองว่ากระบวนการดำเนินคดีในครั้งนี้ “เป็นการดำเนินการที่ผิดขั้นตอน” เนื่องจากคดีนี้มีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ในระดับสูงของ ป.ป.ช. ซึ่งตามข้อกฎหมาย อำนาจการสอบสวนและการจับกุมไม่ควรอยู่ที่พนักงานสอบสวนตำรวจเพียงอย่างเดียว

นายอมรย้ำว่า “คดีนี้ควรอยู่ในอำนาจของคณะทำงานจากรัฐสภา รวมถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และไม่ควรมีการแยกสำนวนการสอบสวนออกมาในลักษณะนี้”

ทนายความกล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้จะหารือกับนายสุรสิทธิ์อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อกำหนดทิศทางในการต่อสู้คดี โดยเฉพาะประเด็นการ “ฟ้องกลับ” คณะทำงานชุดนี้หรือไม่ โดยระบุว่า “ต้องรอคุยกับลูกความว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะฟ้องกลับหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของลูกความที่จะตัดสินใจ แต่ในแง่ของกฎหมายเราเห็นว่ามีความไม่ชัดเจนในเรื่องอำนาจหน้าที่เกิดขึ้น” การดำเนินคดีนี้จึงยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดถึงทิศทางและบทสรุปทางกฎหมายต่อไป.

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯยันสงกรานต์มีน้ำมันพอใช้-เตรียมตั้งศบก.พลัส
นายกฯยันสงกรานต์มีน้ำมันพอใช้-เตรียมตั้งศบก.พลัส