ผบช.ก. สั่งปราบ "มาเฟียน้ำมัน" กักตุน-ขายเกินราคา สกัดซ้ำเติมประชาชนช่วงวิกฤต คืบหน้าคดีเกี่ยวกับ กกต.ทั่วประเทศ ให้รวมสำนวนที่ บช.ก.เพื่อสอบสวนรวม
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกในการรับมือปัญหาราคาน้ำมันที่ผันผวนอย่างรุนแรง ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศ โดยยืนยันคำสั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร อาทิ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานด้านภาษี เพื่อป้องปรามและดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบประชาชน ด้วยการกักตุนน้ำมันหรือจำหน่ายเกินราคาควบคุม
พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ปุ๋ย หรือสินค้าอุปโภคอื่นๆ เพื่อป้องกันการขึ้นราคาฉวยโอกาส โดยหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทันที
สำหรับกรณีล่าสุดที่มีการร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีว่ามีปั๊มน้ำมันจำหน่ายในราคาสูงเกินจริง เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและพลังงานจังหวัด โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าปั๊มดังกล่าวมีเอกสารแสดงที่มาของน้ำมันและมีกำไรเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเชิงลึกยังคงดำเนินอยู่ โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่:
การตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน: ตรวจสอบว่ามีการปนเปื้อนหรือได้มาตรฐานตามที่กำหนดหรือไม่
การตรวจสอบเอกสารการซื้อขายและการขนส่ง: ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายของเอกสารที่เกี่ยวข้อง
การตรวจสอบการจำหน่าย: ตรวจสอบว่ามีการจำหน่ายน้ำมันในราคาที่สูงเกินราคาควบคุมหรือไม่
การตรวจสอบการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร: พิจารณาว่ามีการกักตุนน้ำมันโดยมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่
ในส่วนของกรณีการตรวจพบน้ำมันดีเซลกว่า 40,000 ลิตรนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์, กรมสรรพสามิต และ กรมศุลกากร ว่าเข้าข่าย "กักตุน" เพื่อเก็งกำไรหรือไม่
ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกล่าวยอมรับว่า ประเด็นโครงสร้างราคาพลังงาน หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับต้นทางราคาน้ำมัน เป็นเรื่องที่ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจะต้องเป็นผู้ชี้แจง ซึ่งตำรวจจะดำเนินการเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดกฎหมายเท่านั้น
พร้อมกันนี้ พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ ได้ฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการว่า "อย่าฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนในช่วงวิกฤต หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด"
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่การตรวจสอบเรื่องน้ำมันอาจเชื่อมโยงไปถึงประเด็นทางการเมือง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางยืนยันว่าไม่กังวล และการดำเนินการทั้งหมดจะเป็นไปตามพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าของคลังน้ำมัน เข้ามาชี้แจงและดำเนินคดีตามขั้นตอน@
@คืบหน้าคดี กกต. สั่งรวมสำนวนที่ บช.ก. เพื่อสอบสวนรวม
นอกจากนี้ พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ขณะนี้คดีที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ได้ถูกรวบรวมเข้ามาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) แล้ว และอยู่ระหว่างการหารือเพื่อแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนชุดกลาง เพื่อรับผิดชอบคดีทั้งหมดให้เป็นสำนวนเดียวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินคดีมีทิศทางเดียวกัน มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้คดีมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย




