'พ.ต.อ.ทวี -วันนอร์' รุดเยี่ยมให้กำลังใจ 'กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ' สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่ถูกคนร้ายก่อเหตุอุกอาจยิงถล่มใส่รถยนต์หน้าบ้านพัก เจ้าตัวยันไม่มีปมขัดแย้งกับใคร
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ที่บ้านพักใน อ.บาเจาะ โดย พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าอุกฉกรรจ์มาก จำเป็นที่จะต้องหาสาเหตุให้ได้ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงดึกเหมือนคนร้ายทราบว่า นายกมลศักดิ์จะกลับเข้าบ้าน โดยตามเส้นทางจะมีด่านตรวจสอบ ฉะนั้นต้องมีขบวนการ
สำหรับสาเหตุนั้นตั้งแต่ช่วงหาเสียงพรรคจะไปหาเสียงทุกแห่ง ส่วนใหญ่เสร็จช่วงดึก แต่ละแห่งไม่มีรถนำ เพราะประเมินว่า ไม่มีเหตุการณ์ก่อเหตุจากชาวบ้าน และถ้าจ้องจะทำร้ายน่าจะเป็นช่วงหาเสียงมากกว่า ซึ่งมีการกำหนดเส้นทางกำหนดจุดหมาย เป็นการเดินทางให้ประชาชนรู้ ดังนั้น ต้องประเมินสาเหตุอื่นด้วย แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน
ก่อนหน้านั้นในช่วงสายวันเดียวกัน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และนายอารีเพ็ญ อุตรสินธ์ อดีตที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร รุดเข้าเยี่ยมให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ที่บ้านพัก โดยมีประชาชนในพื้นมที่มาร่วมให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น
ด้านพรรคประชาชาติได้ออกแถลงการณ์ประณามผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด โดยระบุว่า การใช้อาวุธปืนยิงอย่างอุกอาจถือเป็นการกระทำที่กระทบต่อความสงบสุขของสังคมอย่างร้ายแรง
"ร่วมกันดุอาห์ให้ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส และคณะทุกคนปลอดภัย" แถลงการณ์พรรคประชาชาติ ระบุ
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (ผบก.ภ.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิสันต์ รักมาก ผกก.สภ.บาเจาะ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ที่บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 13/3 ม.9 ถ.เพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ในจุดเกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กจ 7577 ยะลา มีร่องรอยถูกกระสุนปืนยิงถล่มเข้าที่กระจกและตัวรถฝั่งขวาจนพรุน ตรวจสอบบนถนนพบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. ตกอยู่รวม 27 ปลอก จากเหตุการณ์นี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายอุชลัมห์ โกะเลาะ คนขับรถ ถูกยิงบริเวณไหล่ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ ตำรวจติดตาม ถูกยิงเข้าใบหน้าและลำตัว ทั้งคู่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและพ้นขีดอันตรายแล้ว
นายกมลศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสภาฯ เลือกนายกรัฐมนตรี ได้จองตั๋วเครื่องบินกลับมาเพื่อเตรียมฉลองฮารีรายอ โดยมีคนสนิทไปรับที่สนามบินหาดใหญ่ ระหว่างทางแวะละหมาดและรับประทานข้าวตามปกติ โดยไม่มีลางบอกเหตุ จนกระทั่งรถมาถึงหน้าบ้านพัก และกำลังเปิดไฟเลี้ยวเข้าบ้านได้มีรถกระบะ 4 ประตูสีขาว ขับประกบทางด้านขวาและใช้อาวุธปืนยิงใส่รถ
"ตอนนั้นผมไม่ได้หลับนั่งคุยกันมาตลอด พอสิ้นเสียงปืนผมเห็นคนขับและตำรวจติดตามนิ่งไป รถเริ่มไหลควบคุมไม่ได้ ผมต้องหมอบลงกับพื้นรถตั้งสติครู่หนึ่งก่อนโทรหาคนในบ้านให้มาช่วยเปิดประตูบ้าน เพราะไม่กล้าลงรถกลัวคนร้ายยังซุ่มอยู่" นายกมลศักดิ์ กล่าว
สส.พรรคประชาชาติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาใช้ชีวิตปกติมาก ไปไหนมาไหนกับลูกน้องแค่ 2-3 คน ไม่คิดว่าจะมีศัตรูหรือข้อพิพาทรุนแรงถึงขั้นเอาชีวิต ไม่คาดคิดจริงๆ ว่าจะเกิดเรื่องนี้ ส่วนสาเหตุปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเกิดจากอะไรกันแน่
ด้าน พล.ต.ต.ประยงค์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบวิถีกระสุนและเก็บหลักฐานปลอกกระสุนส่งตรวจพิสูจน์หาความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงอื่นๆ หรือไม่ ส่วนแรงจูงใจยังไม่ปักใจเชื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดก่อน
สำหรับ ประวัตินายกมลศักดิ์มีอาชีพอาชีพเดิมเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนใต้ คนในพื้นที่รู้จักชื่อนายกมลศักดิ์ว่า "ทนายแวยูแฮ" คดีที่สำคัญและโดดเด่นมากที่สุดคือ "คดีตากใบ" ต่อมาผันตัวมาลงการเมืองเป็น สส. พรรคประชาชาติมา 3 สมัยติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 2562 เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร
ปัจจุบันนายกมลศักดิ์ อายุ 58 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ และปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาพัฒนาสังคม) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ที่ผ่านมาเป็นนักการเมือง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้ความเป็นธรรมและมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน




