สภาผู้บริโภคเสนอรัฐบาลสั่ง กสทช. จัดทำแพ็กเกจเน็ตมือถือ 100 บาท ช่วยผู้บริโภคฝ่าวิกฤตค่าครองชีพพุ่ง เนื่องจากการออกประกาศกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือรายเดือนไม่เกิน 210 บาทเป็นราคาเดิมที่มีในตลาดปกติ
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า การออกประกาศกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ รายเดือนไม่เกิน 210 บาท เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นสาธารณะนั้นไม่ได้เป็นแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ถูกลง เพราะจากการสำรวจราคาในตลาดก็มีราคานี้อยู่แล้ว
อีกทั้งเมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่มราคาก็จะเพิ่มขึ้น จึงเป็นราคาที่แพงสำหรับภาคครัวเรือนในภาวะที่ปัจจุบันประชาชนกำลังเผชิญค่าครองชีพสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งและราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และทำให้สินค้าทยอยปรับราคาตาม
ดังนั้น สภาผู้บริโภคจึงเสนอแพ็กเกจเน็ตมือถือ 100 บาทต่อเดือน เพื่อลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย พร้อมเสนอให้รัฐบาลใหม่ผลักดันให้ กสทช. ดำเนินการปรับแพ็กเกจมือถือให้ลดลงอีก
น.ส.สุภิญญา กล่าวด้วยว่า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการหางานหรือขายสินค้าออนไลน์ อินเทอร์เน็ตจึงกลายเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานเช่นเดียวกับน้ำและไฟฟ้า เมื่อความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตของภาคครัวเรือนมีแนวโน้มสูงขึ้น ภาครัฐต้องคุ้มครองให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างสะดวก อีกทั้งการที่ให้รัฐบาลขอความร่วมมือให้ข้าราชการ พนักงานบริษัท และประชาชนทำงานที่บ้าน ยิ่งมีความจำเป็นในการใช้อินเทอร์เน็ตทำงาน รวมทั้งนักเรียน นักศึกษาที่ต้องใช้เพื่อเรียนออนไลน์
นอกจากนี้ ภายหลังการควบรวมของค่ายมือถือที่มีผู้ให้บริการเหลือ 2 ค่าย พบว่าต้นทุนของผู้ประกอบการลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากสามารถบริหารจัดการและดูแลโครงข่ายร่วมกันได้ ดังนั้น ต้นทุนที่ลดลงควรถูกนำมาปรับลดราคาให้แก่ผู้บริโภคในช่วงภาวะเศรษฐกิจผันผวน




