'อนุทิน' เชิญชวนประชาชนร่วมตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ เนื่องใน 'วันน้ำโลก' ย้ำภาวะโลกร้อนเกิดบ่อย รุนแรงมากขึ้น ทั้งภัยแล้ง อุทกภัย และมลพิษทางน้ำ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะสตรีและเด็ก
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อ่านสารเนื่องใน 'วันน้ำโลก 2569' ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Water and Gender" หรือ "น้ำและความเท่าเทียมทางเพศ" เพื่อสะท้อนบทบาทสตรีและกลุ่มเปราะบางในระบบการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรน้ำอย่างเท่าเทียมในทุกมิติของสังคม
ประเทศไทยมีกำหนดจัดงาน "วันน้ำโลก ประจำปี 2569" ภายใต้แนวคิด "Water and Gender: Where Water Flows, Equality Grows" ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อยกระดับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและเท่าเทียม
นายอนุทิน กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันน้ำโลก ประจำปี 2559 ในนามของรัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนร่วมตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตของมนุษยชาติและเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน
วันน้ำโลกในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "น้ำและความเท่าเทียมทางเพศ" หลายคนอาจแปลกใจว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร แต่ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งขาดแคลนน้ำสะอาดทุกคนจะตระหนักถึงปัญหาที่หนักยิ่งขึ้นต่อสุภาพสตรีและเด็กผู้หญิง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้ประชากรทุกคนสามารถใช้ประโยชน์และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมไม่ว่าจะเป็นเพศหรือช่วงวัยใดก็ตาม
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้ภัยพิบัติด้านน้ำเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งภัยแล้ง อุทกภัย และมลพิษทางน้ำ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหารตลอดจนความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกันหลายพื้นที่ยังขาดแคลน สิ่งพื้นฐานที่สุดอย่างน้ำสะอาดและระบบสุขาภิบาลที่ปลอดภัย ซึ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทวีความรุนแรงโดยเฉพาะต่อผู้หญิง ซึ่งมักต้องรับภาระในการจัดหาน้ำดูแลครอบครัวและเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัย
รัฐบาลขอยืนยันถึงความสำคัญของการเข้าถึงน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล ในฐานะสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายที่ประชาคมโลกมีร่วมกัน โดยได้มีนโยบายและดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนควบคู่กับการวางแนวทางพัฒนาในระยะยาว ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือกับประชาคมโลก ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยีและแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งส่งเสริมความสมดุลทางเพศในเวทีความร่วมมือด้านน้ำ เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ และสังคมที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน
ในโอกาสนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมร่วมกันตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ร่วมมือกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรน้ำของชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป




