สตม. เตือนภัย! แก๊งมิจฉาชีพทำเว็บ TDAC ปลอม หลอกเก็บเงินนักท่องเที่ยว ย้ำของจริง "ลงทะเบียนฟรี" ไม่มีค่าธรรมเนียม
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วน หลังพบกลุ่มมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมเลียนแบบระบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) เพื่อหลอกเก็บค่าธรรมเนียมจากชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย ทั้งที่ระบบจริงไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผบก.ตม.2 ในฐานะโฆษก สตม. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 พบว่ามีชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 10% ที่เดินทางเข้าประเทศ หลงกลไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ TDAC ปลอม ซึ่งไม่ใช่แพลตฟอร์มของทางราชการ
เปิดพฤติการณ์มิจฉาชีพ: หลอกเก็บเงิน-ขโมยข้อมูล
กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้จะสร้างเว็บไซต์ที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับของหน่วยงานรัฐ และมีการเรียกเก็บเงินโดยอ้างว่าเป็นค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมการดำเนินการ โดยมีราคาสูงตั้งแต่ 20-90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในบางกรณี นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมหลอกให้กรอกข้อมูลเพื่อขอ E-Visa อีกด้วย ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่ผิดหรือนำไปใช้ในการสแกมเมอร์ต่อไป
รายชื่อเว็บไซต์ปลอมที่ตรวจพบในขณะนี้ ได้แก่:
ivisa.com/thailand/digital-arrival-card
travelsmarttravelfast.com/en/thailand/tdac
รวมถึงโดเมนอื่นๆ ที่มีชื่อใกล้เคียง เช่น thailandarrivalform.com
ช่องทางที่ถูกต้องและข้อควรรู้สำหรับผู้เดินทาง
ระบบ TDAC (Thailand Digital Arrival Card) เป็นระบบคัดกรองล่วงหน้าสำหรับคนต่างชาติที่จะเดินทางเข้าไทย ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 โดยมีลักษณะเดียวกับระบบ K-ETA ของเกาหลีใต้ หรือ Visit Japan ของญี่ปุ่น
สตม. ยืนยันว่าการลงทะเบียนต้องทำผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น ดังนี้:
เว็บไซต์หลัก: https://tdac.immigration.go.th หรือเข้าผ่าน www.immigration.go.th แล้วคลิกลิงก์ TDAC
ไม่มีค่าใช้จ่าย: การลงทะเบียนผ่านระบบของรัฐ "ฟรี" 100% ไม่มีการเรียกเก็บเงินผ่านบัตรเครดิตหรือ PayPal
ระยะเวลา: ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 3 วัน ก่อนการเดินทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและตอบกลับทางอีเมล
เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวาดล้าง
ขณะนี้ สตม. ได้ประสานงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศและสายการบินต่างๆ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบข้อมูลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงติดตามปิดเว็บไซต์ปลอมเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในต่างประเทศ ทำให้มีความซับซ้อนในการดำเนินการทางกฎหมาย
ทั้งนี้ สตม. ขอเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวตรวจสอบ URL ของเว็บไซต์ให้ถี่ถ้วนก่อนกรอกข้อมูลใดๆ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์





