News Logo
หน้าแรก
DSI แจงคืบหน้าคดีพิเศษกักตุน-ลอบขนน้ำมัน พบเหตุต้องสงสัยเพียบ

DSI แจงคืบหน้าคดีพิเศษกักตุน-ลอบขนน้ำมัน พบเหตุต้องสงสัยเพียบ

16 เม.ย. 2569 13:18
ผู้ชม 50 คน

 DSI แจงคืบหน้า สอบคดีพิเศษกักตุน-ลักลอบขนส่งน้ำมัน ชี้พฤติกรรมเรือต้องสงสัยเพียบ-ปริมาณน้ำมันเพิ่มผิดปกติ-มีการตุนน้ำมัน 6 คลังใหญ่ที่สุราษฎร์ฯ เตรียมเอาผิดหลายข้อหาอย่างเด็ดขาด

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้มีการออกเอกสารข่าวแจกกรณีที่มีการแถลงข่าวที่กระทรวงยุติธรรมว่าสืบเนื่อง DSI ได้รับเอาคดีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนและลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นคดีพิเศษ หลังจากที่คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติเห็นชอบให้ DSI ดำเนินการสอบสวนในประเด็นนี้ ซึ่งผลการสอบสวนพบว่ามีความผิดปกติหลายประการ

โดยคดีนี้เข้าข่ายความผิดตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม โดย กฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าวจะสงบลง

เอกสารข่าวแจกระบุอีกว่าศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนและจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบข้อเท็จจริงและความผิดปกติหลายประการที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง:

  1. พฤติกรรมเรือต้องสงสัย: พบความผิดปกติของการเดินเรือ 20 เที่ยวเรือ จาก 24 เที่ยวเรือต้องสงสัย โดยมีเรือถึง 10 เที่ยวเรือที่ปิดสัญญาณระบุตัวตนอัตโนมัติ (AIS: Automatic Identification System) หรือ "Dark activity" และมี 2 เที่ยวเรือที่มีการจอดเทียบกันกลางทะเล (Ship to Ship : STS) นอกจากนี้ยังพบว่ามีเรือของ 8 บริษัทรวม 20 เที่ยวเรือ ที่ใช้เวลาเดินทางล่าช้ากว่าปกติ 1-2 วัน

  2. ปริมาณน้ำมันที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ: จากการตรวจสอบเอกสารแบบ น.ม.9 และ น.ม.10 พบการแก้ไขวันที่เรือออกเดินทางจากเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนมีนาคม ทำให้ระยะเวลาขนส่งจากชลบุรีไปสุราษฎร์ธานีที่ควรใช้เวลาเพียง 1 วัน กลายเป็น 1 เดือน ที่สำคัญคือพบเรือ 22 เที่ยวเรือ (จากเรือ 15 ลำ) ที่มีปริมาณน้ำมันปลายทาง "มากกว่า" ปริมาณน้ำมันที่รับจากโรงกลั่นต้นทาง ซึ่งผิดปกติวิสัยเนื่องจากน้ำมันควรมีการระเหยและลดลงระหว่างการขนส่ง

  3. การกักตุนน้ำมันในคลังขนาดใหญ่: จากการตรวจคลังน้ำมันของผู้ค้ามาตรา 7 ขนาดใหญ่ 6 แห่งในสุราษฎร์ธานี พบว่าในเดือนมีนาคม คลังบางแห่งมีปริมาณการรับน้ำมันเข้ามากกว่าการขายออกอย่างชัดเจน ซึ่งเข้าข่ายพฤติการณ์ปฏิเสธหรือประวิงการขายโดยไม่มีเหตุอันควร อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 31 ซึ่งมีโทษจำคุกถึง 7 ปี

กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการออกหนังสือเรียกเจ้าของบริษัทเรือที่พบความผิดปกติทั้ง 8 บริษัท มาให้ข้อเท็จจริง และได้ขอรับโอนสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาเป็นคดีพิเศษแล้ว อย่างไรก็ตาม DSI ยังคงเร่งติดตามเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานราชการที่ยังส่งให้ไม่ครบถ้วน เพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติการณ์การกระทำผิดเพิ่มเติม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สนธิกำลังร่วมกับ DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดต้องสงสัยในหลายจังหวัด พร้อมเข้าตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐานจากโรงกลั่น 6 แห่ง และคลังน้ำมัน 92 แห่ง โดยเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ได้เข้าตรวจสอบ 4 จุดในจังหวัดระยอง ขอนแก่น สมุทรสาคร และปทุมธานี พบพฤติการณ์การกระทำผิดในหลายรูปแบบ เช่น การลักลอบถ่ายเทน้ำมัน, การรับน้ำมันจากคลังแต่ไม่เข้าสถานีบริการน้ำมัน, การรายงานเท็จว่าไม่มีการรับน้ำมันของคลังน้ำมัน, การดำเนินธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต และการกักตุนน้ำมันเพื่อประวิงเวลาในการจำหน่าย ซึ่งได้มีการดำเนินคดีกับนิติบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว

ด้านพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวย้ำอย่างชัดเจนว่า “ความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันปิโตรเลียม ด้วยการที่มีน้ำมันไม่ปรากฏแหล่งที่มาเก็บไว้ในคลัง หรือมีแล้วแต่ปฏิเสธการขายหรือประวิงการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเฉพาะคลังน้ำมันขนาดใหญ่ เป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ถือเป็นการเอาเปรียบต่อสังคมในภาวะที่ทุกคนได้รับความเดือดร้อน” พร้อมสั่งการเฉียบขาดให้ DSI ดำเนินคดีในทุกมิติ และหากพบว่ามีการกระทำความผิดเป็นขบวนการ จะพิจารณาดำเนินคดีฐานอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษหนัก และจะขยายผลไปสู่การยึดทรัพย์ตามมาตรการฟอกเงินต่อไป

อนึ่งการแถลงข่าวรับเป็นคดีพิเศษ ที่กระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 มี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน, พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือและเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และ พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมการแถลงข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กักตุนน้ำมัน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศปถ.สรุปสถิติสงกรานต์ อุบัติเหตุสะสม 1,108 ครั้ง เสียชีวิต 216 ราย
ศปถ.สรุปสถิติสงกรานต์ อุบัติเหตุสะสม 1,108 ครั้ง เสียชีวิต 216 ราย