News Logo
หน้าแรก
ตร.เปิดคลิปเสียง ‘บิ๊กโจ๊ก’ อ้างรู้จักบิ๊กการเมืองดันนั่งปลัดกระทรวง

ตร.เปิดคลิปเสียง ‘บิ๊กโจ๊ก’ อ้างรู้จักบิ๊กการเมืองดันนั่งปลัดกระทรวง

18 เม.ย. 2569 15:52
ผู้ชม 11 คน

ตำรวจสอบสวนกลาง เผยสั่งฟ้อง 4 ผู้ต้องหา คดีติดสินบนทองคำให้กับหนึ่งในคณะกรรมการ ป.ป.ช. ช่วยเหลือทางคดี พร้อมกับเปิดคลิปเสียงหลักฐาน ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ แทรกแซงกระบวนการสอบสวน อ้างรู้จักบิ๊กการเมืองดันนั่งปลัดกระทรวง

สำนักข่าว Next News รายงานว่า วันที่ 18 เม.ย 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 , พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.,พ.ต.อ.ภาณุมาศ แสงส่ง ผกก.1 บก.ปปป. ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าคดี สินบนทองคำ 246 ล้านบาท หลังส่งสำนวนคดีให้อัยการพิจารณา

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า หลังได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการสอบสวน พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องทั้งพยานบุคคลพยานเอกสารและพยานวัตถุโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมของทุกฝ่าย และจากการพิจารณาพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 รายสั่งคือ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. นายสมบัติ นายสรพงษ์ นายสุรสิทธิ์ ในข้อหาร่วมกันคิดสนบททองคำ และมีสั่งไม่ฟ้อง 1นาย คือ นายสามารถ ทั้งนี้คดีได้ดำเนินการตามกฎหมายและอยู่ชั้นกระบวนการของพนักงานอัยการ

โดยจากเดิม ผู้กล่าวหาคือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย มีการกล่าวหาทั้งหมด 5 ราย แต่จากการสอบสวน พบข้อมูลที่ทำความเห็นทางคดีได้ ว่าเห็นควรสั่งฟ้องใครไม่สั่งฟ้องใคร จึงเป็นที่มาของการสั่งฟ้องทั้ง 4 ราย

ส่วนภาพที่เผยแพร่ จากเฟคนิวส์ เพจอวตารนั้นขอยืนยันว่า การดำเนินคดีของตำรวจเป็นไปตามพยานหลักฐานในสำนวนและเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด และเป็นไปด้วยความสุจริต เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติบัติ และไม่ถูกแทรกแซงจากบุคคลใด

ทั้งนี้ยังพบด้วยว่า ระหว่างการดำเนินการสืบสวนสอบสวน พบพฤติกรรมบางอย่างที่อาจกระทบต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ เช่น การใช้สิทธิทางกฎหมาย การร้องเรียน และการแจ้งความ และการติดต่อกับพยานบุคคล ซึ่งอาจจะมีผลต่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ ทำให้พนักงานสอบสวนได้พิจารณาหลักฐานอย่างรอบคอบให้เข้าใจภาพรวมข้อเท็จตริง โดยไม่สับสน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเปิดเผยคลิปเสียงบางส่วนที่เป็นพยานหลักฐานในสำนวนคดีและขอยืนยันว่าคลิปที่นำเสนอเป็นเพียงบางช่วงบางตอนแต่การพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดยังอยู่ในกระบวนการรวมทั้งการประเมินน้ำหนักพยานหลักฐานเป็นอำนาจของศาล

@ เปิดคลิปเสียง ‘บิ๊กโจ๊ก’ อ้างรู้จักอัยการระดับสูง-บุคคลสำคัญทางการเมือง

ทั้งนี้ตำรวจได้ทำการเปิดคลิปเสียง เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ไล่เรียงพฤติการณ์ของคู่สนทนา ซึ่งในคลิปเสียงจะมี 3 ตัวละคร คือ นายสามารถ หรือ เอ็ดเวิด หนึ่งใน 5 ผู้ต้องหาที่ไม่ใช่กลุ่มข้าราชการ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และทนายอู๊ด โดยมีเสียงตั้งแต่พฤติการณ์ใช้ช่องวางทางกฎหมาย ข่มขู่อ้างเป็นผู้มากบารมี บิดเบือนความจริง สร้างเรื่องเท็จเพื่อใช้ต่อสู้คดี ชี้นำสังคมกดดันกระบวนการยุติธรรม ขบวนการซักซ้อมพยานเท็จ สร้างพยานคนนอกที่ไม่ใช่ผู้ต้องหาให้การเท็จ ใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อเอาตัวรอด กล่าวอ้างถึงเส้นสายคนรู้จัก และดีลลับฟอกเงิน

ในเสียงสนทนามีการพูดถึงการดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนที่ทำคดีติดสินบนทองคำ จนไม่มีพนักงานสอบสวนคนไหนเริ่มทำคดีใหม่ ยอมรับว่าบุคคลที่ชื่อนายเอ็ดเวิดผิดพลาดที่เก็บตั๋วทองคำไว้ที่บ้าน และยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับทุกคนที่กล่าวหาตนเองและตำรวจที่ทำคดีนี้ทั้งหมด เพื่อให้นำไปสู่การเจรจา และยังให้ความมั่นใจว่าจะจบคดีนี้ได้ เพราะตนเองรู้จักกับอัยการระดับสูง มีผู้ใหญ่รักและเอ็นดู

ในคลิปเสียงยังมีการกล่าวอ้างถึงบุคคลสำคัญทางการเมืองที่รับปากว่าหากได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะจัดการให้นั่งปลัดกระทรวง ซึ่งถ้ากลับมาเป็นปลัดได้ก็กลับไปเป็น ผบ.ตร. ได้ พร้อมระบุว่า ใครก็ตามที่หักหลังตนเองจะต้องถูกฟ้องดำเนินคดีทั้งหมด พร้อมกับมีเสียงของทนายอู๊ด (ทนายความพล.ต.ท.สุรเชษฐ์) สนทนากับนายสามารถ เพื่อพยายามใช้เทคนิคทางกฎหมายในการเอาตัวรอดและให้พ้นความผิด

@ ตร.ชี้คลิปเสียงเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐาน

ภายหลังเปิดคลิปเสียงเสร็จสิ้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า คลิปเสียงดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพยานหลักฐาน และยืนยันว่า ตำรวจจะใช้การดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนเหตุผลของที่ออกมาแถลงข่าวในวันนี้พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ตามที่ได้ฉายภาพให้เห็นเพราะเรื่องนี้มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวางแพร่หลาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้เกิดผลกระทบกับข้อเท็จจริง และกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม และมีการเผยแพร่ข้อมูลอวตารไปเรื่อยๆ จึงต้องทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้อง มาแถลงข้อเท็จจริงให้ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

พร้อมย้ำว่า คลิปเสียงดังกล่าว เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานเท่านั้น และวันนี้ที่แถลง เพื่อที่จะนำเสนอข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ และเชื่อว่าจะหยุดยั้งเฟคนิวส์ และเพจอวตารได้เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริสุทธิ์ ไม่ให้กระทบกับกระบวนการยุติธรรม และเราเดินตามพยานหลักฐานและไม่ได้เดินตามกระแสโซเชียล

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า คลิปเหล่านี้ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบได้ในชั้นพิจารณาคดีของศาล และการได้มาอยู่ภายใต้กระบวนการของกฎหมายทุกอย่าง และเผยแพร่ได้

ซึ่งเป็นการพูดคุยของคู่สนทนาฝั่นหนึ่ง มีทั้งนายสามารถ บิ๊กโจ๊ก ทนายอู๊ด โดยนายสามารถเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีสินบนทองคำ ซึ่งคลิปดังกล่าวมีการพูดคุยกันหลายช่วงเวลา และมีการพูดคุยกับนายสามารถหลายครั้ง ทั้งก่อนและหลังเป็นคดีความ โดยการพูดคุยกันที่เกิดขึ้นหลังเป็นคดีนั้น พนักงานสอบสวนพบว่า มีพฤติการณ์บางอย่างที่อาจจะมีผลกระทบต่อการทำงานกับเจ้าหน้าที่ และมีผลกระทบกับพยานบุคคล ซึ่งส่งผลให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง

@ ส่งสำนวน ‘เอกวิทย์’ ให้ศาลฎีกาแล้ว

ส่วนสำนวนของนายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ได้ส่งไปที่คณะไต่สวนพิเศษของศาลฎีกาแล้ว เพราะคดีนี้เป็นคดีแรกที่ดำเนินคดีกับคนในองค์กรอิสระ ซึ่งคุณสมบัติของกรรมการองค์กรอิสระรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินคดีที่ใด จึงส่งเรื่องไป รัฐสภา และรัฐสภา รวบรวมเสียงส่งไปยังประธานศาลฎีกา โดยประธานศาลฎีกา สั่งให้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาไต่สวนแล้ว ขณะที่ผู้ต้องหาที่เหลือ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสืบสวนจนส่งพนักงานอัยการเรียบร้อยแล้ว

@ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ฟ้องปิดปากจึงต้องชี้แจงข้อเท็จจริงไม่ให้ประชาชนสับสน

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มอบหมายให้ทนายความส่วนตัวยื่นฟ้องเอาผิด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก.ในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เป็นเรื่องของผู้ต้องหาที่จะดำเนินการฟ้องร้องกับใคร และยืนยันว่า ทีมงานของสอบสวนกลางก่อนหน้านี้ก็ทำใจเรื่องที่ถูกฟ้อง เพราะตั้งแต่ทำคดีมินนี่ก็ถูกฟ้อง10-20คดี เพราะแผนปทุษกรรมของคนกลุ่มนี้ เป็นการฟ้องปิดปากเพื่อให้เกรงกลัวและเกิดการเจรจา ทำเฟคนิวส์ ทำไอโอ และเพจอวตาร ทำให้พวกเราเกิดความสับสน ดังนั้นสิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำคือชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็กำลังบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด แม้เป็นรองผบ.ตร. ก็ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการ และเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น แต่เราพิจารณาแล้วว่า เราทำโดยสุจริต ที่กฎหมายให้อำนาจเรา สิ่งที่ผู้ต่องหาใช้สิทธิมาฟ้องร้อง

“พวกเราไม่ได้ให้ความสำคัญ ไม่ใช่ไปดูถูก เพราะกระบวนการทางกฎหมายเราทำมาถูกต้อง ชอบธรรม และทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการ มันมีทางเดินของแต่ละเรื่อง ถ้าทำไม่ได้ปัญหาทุกอย่างที่ติดขัดก็ไปไม่ได้ เราเชื่อว่าตอนนี้กระบวนการยุติธรรมกำลังทำงานก็ปล่อยให้เดินไป และถ้ากลุ่มคนพวกนี้ วันข้างหน้าได้มาดูแลพี่น้องประชาชนจะมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ก็ดูสิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่ได้ปรามาส” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

ทั้งนี้ การดำเนินคดี เป็นการไม่ให้ราคา บิ๊กโจ๊กหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวเสริมว่า ไม่ใช่ไม่ให้ราคา เราทำงานอย่างเต็มที่ รวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ ตำรวจใช้มาตรฐานเดียวกันในการทำงาน ผู้ต้องหาในคดีอาญา ส่วนที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างถึงบุคคลต่างๆในคลิปเสียง นั้นมองว่า ถ้าไม่มีข้อเท็จจริงสนับสนุน ก็เป็นการกล่าวอ้าง ต้องดูว่าสนทนากับใครเจตนาในการพูดเพื่ออะไร และการอ้างชื่อบุคคลใด ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้อง และยืนยันว่า การมาเปิดคลิปเสียงดำเนืนการได้เพื่อผลประโยชน์ของความยุติธรรม ซึ่งทำได้ตามกฎหมาย

@ ไม่ได้ส่งสำนวนผิดศาล

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ร้องเรียนไปหลายหน่วยงานในการทำสำนวนโดยมิชอบแล้วถูกตีตก หรือเป็นโมฆะ นั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ตอนนี้กระบวนการเป็นไปตามขั้นตอนแม้กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาจะมีการร้องเรียนหรือมีการดำเนินอะไรถือว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ส่วนที่มองว่า การส่งสำนวนไปผิดศาลนั้น ตนเองยืนยันว่าไม่ผิด เพราะในกฎหมายมีการแยกการดำเนินคดีไว้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะไม่ส่งไปยังอัยการ ตอนนี้รอเพียงอัยการสอบถามกลับมาว่าจะมีการสอบถามประเด็นใดเพิ่มเติมบ้าง ยืนยันว่าไม่ผิดศาลแน่นอน

ส่วนในคลิปเสียงที่ปรากฎตัวเลข 14,000 กับ 500 นั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า เป็นตัวเลขซื้อทองคำ ซึ่งอะไรที่ไม่เกี่ยวกับคดีสินบน ตำรวจก็คงไปตรวจสอบขยายผลต่อไป เพราะคดีสินบนทองคำตอนนี้ พนักงานสอบสวนดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว

เมื่อถามว่ามีความหวั่นไหว หรือกลัวในการทำคดีหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า “การทำงานของตำรวจทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผม เราดำเนินการตามพยานหลักฐานทางกฎหมาย และตอนเราทำดีทุกคนมีอำนาจและสถานะภาพทางตำแหน่ง แต่เราก็ยังทำตามพยานหลักฐาน เรื่องกลัว คงเอามาพูดไม่ได้ ไม่ใช่จะกลัวหรือไม่ ยืนยันว่าพยานหลักฐานไปถึงไหนดำเนินการไปตามนั้น ไม่ได้หวั่นไหวกับการฟ้องกลับ และยืนยันว่าไมามีการแทรกแซงการดำเนินคดีใดๆ”

ทั้งนี้หากพบว่ามีการแทรกแซง และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนก็จะนำมาพิจารณาการปล่อยตัวชั่วคราว ถ้าพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมก็จะนำมาพิจารณา

ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ บอกเพิ่มเติมว่า กระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง สังเกตได้ง่ายคือ มีการด้อยค่าบุคคลฝั่งตรงข้าม บิดเบือน โจมตี และรูปแบบการวางภาพมาจากแหล่งเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟัง ซึ่งตำรวจไซเบอร์จะตรวจสอบ หากมีผู้ใดเสียหายจะตรวจสอบเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอรวบผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงินคดี Forex หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
ดีเอสไอรวบผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงินคดี Forex หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ