รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการประกาศ 5 ภารกิจเร่งด่วนเพื่อปฏิรูปการศึกษาไทย ลดงานครู จัดสรรงบตามความเป็นจริง ส่งเสริมการใช้ AI สร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียน และผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศ 5 ภารกิจเร่งด่วนเพื่อปฏิรูปการศึกษาไทย โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ทันสมัย โดยมีรายละเอียดภารกิจ ดังนี้
การคืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก ผ่านโครงการ Work Smart: มุ่งลดความซ้ำซ้อนภาระหน้าที่ของครูด้วยการยุบรวมโครงการที่ไม่จำเป็น การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเอกสารดิจิทัล และการปรับเกณฑ์ประเมินผู้บริหารโดยยึดผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ พร้อมเตรียมนำร่องระบบครัวกลางโดยบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อลดภาระงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างและงานครัวให้แก่บุคลากรทางการศึกษา
การลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: ปรับรื้อสูตรงบประมาณโดยจัดสรรงบตามความเป็นจริง เดินหน้าโครงการ Thailand Zero Dropout (โครงการป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา) และยกระดับทุน ODOS เพื่อให้เด็กเก่งและดีสามารถเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม
ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกการทำงานจริง: ปรับรูปแบบการสอนจากการเน้นท่องจำสู่ ‘หลักสูตรฐานสมรรถนะ’ พร้อมผลักดันนโยบาย AI for All เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งนี้ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวง อว., กระทรวงแรงงาน, กระทรวง พม. และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน พร้อมจัดตั้ง ‘Human Capital Superboard’ เพื่อกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบทุนมนุษย์ของประเทศ รวมถึงจัดทำโครงการธนาคารหน่วยกิตกลาง (Credit Bank) และระบบแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ (E-Portfolio) อีกทั้งมีความพร้อมในการร่วมมือกับองค์กรระดับโลก อาทิ OECD และ UN เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่สากล
สร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียน: เตรียมตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ตลอด 24 ชั่วโมง (ถอดแบบศูนย์ AOC) โดยทำงานร่วมกับนักจิตวิทยาและนักกฎหมาย พร้อมสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมอาคารสถานที่และระบบสาธารณูปโภคที่เสื่อมโทรม
สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ: เร่งผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาเพื่อปลดล็อกหลักสูตรและคุ้มครองผู้เรียน ให้การปฏิรูปเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน
นายประเสริฐ ระบุว่า ในสัปดาห์หน้ากระทรวงศึกษาธิการจะมีการจัด Workshop เพื่อบูรณาการการทำงานจากหลายภาคส่วนในการร่วมกันออกแบบพิมพ์เขียวของกระทรวง นอกจากนี้จะมีการประชุมผู้บริหารระดับสูงทุกวันพุธแบบเว้นสัปดาห์




