News Logo
หน้าแรก
สภาผู้บริโภคเร่งรัฐตั้งกองทุนเยียวยา หลังเหยื่อเฟซบุ๊กสูญ 158 ล.

สภาผู้บริโภคเร่งรัฐตั้งกองทุนเยียวยา หลังเหยื่อเฟซบุ๊กสูญ 158 ล.

23 เม.ย. 2569 19:15
ผู้ชม 4 คน

สภาผู้บริโภคเผยปัญหาหลอกลวงผ่านเฟซบุ๊กรุนแรง ผู้เสียหายรายล่าสุดถูกหลอกสูญเงินถึง 158 ล้าน-เร่งเสนอทางออกเชิงนโยบายต่อหน่วยงานรัฐ ทั้งระบบยืนยันตัวตนผู้ขาย -จัดตั้งกองทุนเยียวยา -กำกับดูแลแพลตฟอร์มต่างชาติ หลังพบผู้เสียหายไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที จนเกิดเหตุสลดเพื่อนผู้เสียหายตัดสินใจจบชีวิต

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 สภาผู้บริโภคเปิดเผยถึงสถานการณ์น่ากังวลเกี่ยวกับการหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก หลังผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าร้องเรียนกรณีถูกมิจฉาชีพหลอกลงทุนจนสูญเงินสูงถึง 158 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผู้เสียหาย 10 ราย ที่รวมมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลงทุนประมาณ 230 ล้านบาท โดยสภาผู้บริโภคกำลังดำเนินการช่วยเหลือทางกฎหมาย

เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา โดยสภาผู้บริโภค ร่วมกับหน่วยงานประจำจังหวัดและเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภค ได้จัดเวที "ถึงเวลาฟ้องแพลตฟอร์ม หยุดไม่ให้เฟซบุ๊กเป็นแหล่งรวมมิจฉาชีพ" เพื่อเสนอแนวทางป้องกันและเยียวยาผู้เสียหาย

กลโกงมิจฉาชีพและการสร้างความเสียหาย

ผู้เสียหายได้เล่าถึงวิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพว่า พวกเขาจะสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมในชื่อ "เพจลงทุน" โดยแอบอ้างภาพลักษณ์นักลงทุนชื่อดัง สร้างความน่าเชื่อถือด้วยยอดผู้ติดตามนับหมื่นราย และทุ่มงบโฆษณาบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นจะชักชวนผู้สนใจเข้าสู่กรุ๊ปไลน์ที่มีกลุ่มมิจฉาชีพอยู่ และหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน เมื่อผู้บริโภคหลงเชื่อและโอนเงินลงทุน ความเสียหายจึงตามมา

จากการเปิดเผย ผู้เสียหายหลายรายที่พบว่าเป็นมิจฉาชีพได้พยายามร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ แต่ยังไม่มีกลไกการช่วยเหลือที่ทันท่วงที ทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวังและสิ้นหวังอย่างมาก โดยมีรายงานเหตุการณ์เศร้าสลดที่เพื่อนในกลุ่มผู้เสียหายซึ่งมีอาการซึมเศร้าตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง

ความรับผิดชอบร่วมของแพลตฟอร์มและสถาบันการเงิน

นายสุรกิจ สิงหะพล เจ้าหน้าที่กฎหมายและคดี สภาผู้บริโภค ชี้ว่า กรณีนี้อาจเข้าข่าย "ความรับผิดร่วมทางละเมิด" เนื่องจากความเสียหายไม่ได้เกิดจากการกระทำของมิจฉาชีพฝ่ายเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของแพลตฟอร์มดิจิทัลและสถาบันการเงิน ซึ่งอาจมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายจากการไม่ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเพียงพอ

ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 กำหนดให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มต้องมีหน้าที่ดูแล ตรวจสอบ และบริหารความเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม จากการรับเรื่องร้องเรียน แพลตฟอร์มเฟซบุ๊กยังขาดระบบตรวจสอบตัวตนของผู้เปิดเพจอย่างเข้มงวด ทำให้มิจฉาชีพสร้างเพจปลอมได้ง่าย

ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพก็มีหน้าที่ต้องเฝ้าระวังและตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ หากพบความเสี่ยงควรมีระบบแจ้งเตือนหรือระงับธุรกรรมโดยทันที การละเลยอาจทำให้ต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ข้อเสนอจากสภาผู้บริโภคและบทเรียนจากต่างประเทศ

นายอดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย สภาผู้บริโภค กล่าวเสริมว่า ปัญหาการหลอกลวงเป็นปัญหาระดับโลก มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจในสหราชอาณาจักร โดยองค์กรผู้บริโภค "วิช (Which?)" เสนอให้จัดทำระบบคืนเงินผู้เสียหายอย่างเป็นระบบ ให้ธนาคารร่วมรับผิด ไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค รวมถึงกำหนดหน้าที่เชิงรุกในการป้องกันการฉ้อโกง ซึ่งนำไปสู่ "ระบบคืนเงินแบบบังคับ" ที่กำหนดเพดานคืนเงินสูงสุด 85,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.7 ล้านบาท) ภายใน 5 วันทำการ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้บริโภคต้องไม่ประมาทอย่างร้ายแรง และธนาคารต้องมีระบบตรวจจับความเสี่ยงที่เพียงพอ

จากสถิติของสภาผู้บริโภค ช่วงปี 2567 - กุมภาพันธ์ 2569 มีเรื่องร้องเรียนรวม 6,164 กรณี โดยเฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดถึง 3,793 เรื่อง

สภาผู้บริโภคได้เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ ได้แก่:

  1. การจัดทำระบบยืนยันตัวตนผู้ขาย (e-KYM): บังคับแพลตฟอร์มให้ผู้ขายลงทะเบียนด้วยเอกสารทางราชการ

  2. การจัดตั้งกองทุนเยียวยาเบื้องต้น: เก็บค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์ม เพื่อนำมาชดเชยผู้เสียหาย

  3. การกำกับแพลตฟอร์มต่างชาติ: ผลักดันให้บริษัทแม่ของเฟซบุ๊กคือ เมต้า (Meta) เข้ามาจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทย

สภาผู้บริโภคระบุทิ้งท้ายว่าสำหรับผู้บริโภค ควรตรวจสอบเพจอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการตรวจสอบประวัติการตั้งชื่อและการเปลี่ยนชื่อเพจ รวมถึงสถานที่ตั้งของผู้ดูแลเพจ หากผู้ดูแลเพจอยู่ต่างประเทศ อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นมิจฉาชีพที่มาเปิดเพจปลอมได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บ่อขยะเกาะแต้วสงขลาไฟไหม้ซ้ำ ควันฟุ้งกระจายส่งผลกระทบกว่าพันครัวเรือน
บ่อขยะเกาะแต้วสงขลาไฟไหม้ซ้ำ ควันฟุ้งกระจายส่งผลกระทบกว่าพันครัวเรือน