โฆษกศาลยุติธรรม ย้ำชัด คลิปเสียงวิ่งคดีสินบนทองคำอ้างผู้บริหารศาล ไม่มีมูลความจริง ด้าน 'บิ๊กเต่า' ยันคลิปเสียงยาวกว่า 20 ชั่วโมงคดีสินบนทองคำ 246 บาท อยู่ที่อัยการแล้ว ย้ำอีกไม่หนักใจ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับคลิปเสียงบทสนทนาที่อ้างว่า "บิ๊กตำรวจ" สนทนากับบุคคลผู้หนึ่งเกี่ยวกับคดีสินบนทองคำ ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงประธานศาลฎีกาและข้าราชการตุลาการอื่น ๆ ที่มีตำแหน่งระดับสูงในศาลฎีกาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โฆษกศาลยุติธรรมได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่ากรณีดังกล่าวไม่มีมูลความจริงแต่ประการใด
ในวันเดียวกันนี้เอง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) หรือ "บิ๊กเต่า" ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. โดยชี้แจงถึงหมายเรียกผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกาย ซึ่ง พ.ต.ท.คริษฐ์ และ พ.ต.อ.อาริศ (ผู้กำกับต๋อง) อดีตลูกน้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้แจ้งความไว้ที่กองปราบปรามว่าถูกทำร้ายร่างกาย พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน และได้เรียกตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทางผู้ต้องหาได้มาพบพนักงานสอบสวนแล้วให้การปฏิเสธ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไป พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่าคดีทำร้ายร่างกายอดีตลูกน้องตำรวจนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคดีทอง 246 บาท ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้กล่าวถึงคดีทำร้ายร่างกายว่า ทางตัวผู้ต้องหาอดีตรอง ผบ.ตร. ได้มีการฟ้องร้องศาลว่าตนไปหมิ่นประมาทเขาเรื่องของการทำร้ายร่างกาย แต่ทางตำรวจมีพยานหลักฐานทั้งคลิปเสียงและคลิปวิดีโอของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่ถูกทำร้าย ซึ่งบางคนก็ยังไม่มาแจ้งความ แต่บางคนก็มาแจ้งความแล้ว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่าพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้ง และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ถึงแม้เหตุการณ์จะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ในช่วงที่ผู้ต้องหามีอำนาจ ทุกคนไม่กล้าออกมา เมื่อมีการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาหลายเรื่อง ผู้เสียหายจึงตัดสินใจแจ้งความ และนอกจากคดีทอง 246 บาทแล้ว ยังมีเรื่องอื่นที่กำลังรอ ป.ป.ช. ส่งกลับมาที่ ตร. ซึ่ง ตร.ยังไม่ส่งลงมายัง บช.ก.
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อถึงความหนักใจว่าไม่มีเลย เพราะชุดทำงานพร้อมที่จะทำเรื่องนี้เนื่องจากมีพยานและหลักฐานที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้เอาข้อมูลหรือหลักฐานมาใส่ร้ายใส่ความ และยืนยันว่าตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมายกับตำรวจด้วยกันเองเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย โดยไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะมีเส้นสายหรือไม่ หรือใหญ่แค่ไหน หากทำผิดก็ต้องได้รับการบังคับใช้กฎหมายเช่นเดียวกัน
เกี่ยวกับการเปิดเผยคลิปเสียง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่าทางตำรวจกำลังพิจารณาอีกส่วนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ เพราะมองว่าการที่ผู้ต้องหากับกลุ่มผู้ต้องหาไปบิดเบือนพยานหลักฐานสร้างความเสียหายให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสร้างความไขว้เขว่ให้กับประชาชนในเรื่องของข้อเท็จจริง ส่วนการเปิดคลิปเสียงเป็นเรื่องที่ผู้ที่อยู่ในขบวนการที่มองว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยแล้วถูกนำไปร่วมกระทำความผิด เขาไม่ยินยอมจึงนำคลิปต่าง ๆ ออกมาพูด และคลิปเหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเป็นคลิปที่จริงที่ได้ดำเนินการตรวจสอบทางเทคนิคทางวิทยาศาสตร์แล้ว
เมื่อมีอดีตพนักงานสอบสวนที่พ้นราชการไปแล้วให้ความเห็นผ่านสื่อว่าการนำคลิปเสียงมาเปิดอาจเป็นการชี้นำสังคม สร้างแรงกดดันกระบวนการยุติธรรมได้นั้น รอง ผบช.ก. ได้ตอบว่าไม่เป็นแบบนั้น เพราะคลิปจริงทั้งหมดกว่า 20 ชั่วโมง ได้ไปอยู่กับคณะกรรมการตรวจสอบและอัยการเรียบร้อยแล้ว คลิปที่นำมาเปิดเผยให้เห็นเป็นเพียงบางส่วนที่ต้องการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่ายังมีขบวนการที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งมีคนไม่เห็นด้วยจึงนำคลิปต่าง ๆ มาให้ตำรวจ
สำหรับนายสามารถ หรือ "เอดเวิร์ด" ซึ่งไม่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทอง 246 บาท ทาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่าจากการสอบสวนและสืบสวนพบว่า เอดเวิร์ดเป็นเพียง "ตุ๊กตา" ตัวหนึ่งที่เขาให้มาซื้อทองให้แล้วเอาเงินสดให้ภายหลัง และไม่รู้เรื่องว่าทองนี้จะเอาไปทำอะไร ดังนั้นด้วยความเชื่อมโยงของพยานหลักฐาน ตำรวจจึงกันคนนี้ไว้เป็นพยาน เพราะไม่มีเจตนาที่จะกระทำความผิดในเรื่องนี้ด้วย ส่วนกรณีที่ไปเกี่ยวข้องในคดีทนายตั้มนั้นเป็นอีกส่วนหนึ่ง เอดเวิร์ดทำธุรกิจซื้อขายรถอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เขาให้การตามข้อเท็จจริง




