บอร์ดธุรกรรมทางอเล็กทรอนิกส์ออกประกาศคุมเข้มโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ ต้องยืนยันตัวตน เพื่อป้องมิจฉาชีพหลอกลวง มีผลบังคับใช้อีก 180 วัน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ลงนามโดยนางวิลาวรรณ มังคละธนะกุล ประธานกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2) ประกาศ เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2569
ทั้งนี้ เนื้อหาระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว อันเป็นการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น
อาศัยอำนาจตามพ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ประกอบกับพ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 2 กรณีมีโฆษณาเผยแพร่ในประเทศไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ได้รับค่าบริการไม่ว่าจะได้รับจากผู้กระทำการโฆษณาหรือบุคคลอื่น ให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์จัดให้มีการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาทุกครั้งก่อนการประกาศโฆษณา เว้นแต่ได้พิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณารายนั้นไว้ก่อนแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่พิสูจน์ตัวตนครั้งล่าสุด
การพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ตรวจสอบหลักฐานแสดงตน และตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้กระทำการโฆษณากับหลักฐานแสดงตน เช่น การเปรียบเทียบภาพใบหน้าของผู้กระทำการโฆษณากับภาพจากหลักฐานแสดงตน ทั้งนี้ หลักฐานแสดงตนดังกล่าวต้องออกโดยหน่วยงานของรัฐและสามารถตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ หรือ
(2) พิสูจน์ตัวตนผ่านระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่มีระดับความน่าเชื่อถือของการพิสูจน์ตัวตนไม่ต่ำกว่าที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด
ข้อ 3 ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องจัดเก็บข้อมูลของผู้กระทำการโฆษณาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้กระทำการโฆษณานับตั้งแต่เริ่มกระทำการโฆษณาและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วันนับตั้งแต่สิ้นสุดการใช้บริการโฆษณาของผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์นั้น โดยประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อย ดังนี้
(1) ชื่อบุคคล หรือนิติบุคคลและผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคล
(2) หลักฐานแสดงตนสำหรับบุคคลธรรมดา หรือหลักฐานแสดงความเป็นนิติบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หนังสือรับรองนิติบุคคล
(3) ข้อมูลการติดต่อที่สามารถติดต่อได้ เช่น ที่อยู่ เลขหมายโทรศัพท์ ทั้งนี้ในกรณีที่มีการชำระค่าโฆษณาโดยบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้กระทำการโฆษณาตามวรรคหนึ่งให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชำระค่าโฆษณาตามวรรคหนึ่งด้วย

ประกาศมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2)

ประกาศมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2)




